ข่าว

“ผู้การแต้ม”ตร.มะเขือเผา

“ผู้การแต้ม”ตร.มะเขือเผา

13 ก.พ. 2554

ในยามที่ท้องถนนกลายเป็นสมรภูมิ คนใส่เสื้อสีต่างกันไม่มีใครกลัวใคร เมื่อยึดสนามบินได้ ก็เผาห้างได้ ม็อบประชาชนติดเขี้ยวเล็บพร้อมจะสร้างความน่าสะพรึงกลัวได้ทุกวินาที

 ปราการด่านสำคัญที่จะเหมือนผนังทองแดงกำแพงเหล็ก ไม่ให้ขบวนประชาชนห้าวหาญ ใช้กฎหมู่มาอยู่เหนือกฎหมายก็คือ “ตำรวจ” ที่มีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง

 ไม่ว่าม็อบสีอะไรจะโผล่ขึ้นมาประกาศการต่อสู้ นายตำรวจผู้นี้ก็จะเป็น “หนังหน้าไฟ” รับแขกก่อนเป็นอันดับแรก เขาคือ “ผู้การแต้ม” พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ มือหนึ่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ในการเจรจาม็อบ

 จากภารกิจ “มือปราบ” สู่ “มือปลอบ” เจ้าตัวบอกว่าเป็นงานที่ท้าทายและภูมิใจทุกครั้งที่สามารถผ่อนหนักเป็นเบา ระงับยับยั้งความรุนแรงไม่ให้เกิดขึ้นได้

 แต่สิ่งที่เก็บอยู่ในใจจนจุกอก “มือปราบหูดำ” คนนี้ทุกวันนี้คือ ภารกิจที่ “ติดพัน” จนไม่มีเวลากลับไปหาลูกหาเมีย ต้องสแตนด์บายในที่เกิดเหตุอยู่ตลอด

 เป็นที่มาของเสียงกระซิบเชิงบ่นออกมาเบาๆ ว่า

 “ไม่รู้ล่ะว่าใครจะเป็นตำรวจมะเขือเทศ แต่ผมเนี่ยเป็นตำรวจมะเขือเผา ตั้งแต่มีม็อบมายังไม่ได้กลับไปนอนกับเมียสักคืน ผมว่ามันจะเสื่อมเข้าสักวัน”

 หัวหน้าม็อบทั้งหลาย ทราบแล้วเปลี่ยน ถ้าไม่อยากให้ผู้การแต้มต้อง “เสื่อม” ไปจริงๆ ก็เว้นวรรคการชุมนุมซะบ้างเน้อ

“เจ๊หน่อย”คัมแบ็ก

 หายหน้าหายตาไปจากวงการที่แสนจะวุ่นวายอย่างวงการการเมืองประเทศไทยเสียนาน วันก่อน “เจ๊หน่อย” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ได้ฤกษ์โชว์ตัวอีกครั้ง

 ใช้ร้านอาหารเรือนปั้นหยาเป็นสถานที่คัมแบ็กสู่จออีกครี้ง แต่งานนี้ “เจ๊หน่อย” ออกตัวก่อนเลยว่า ขอทำในนามประธานสถาบันสร้างสานอนาคตไทยนะ ไม่ใช่ในฐานะนักการเมือง

 พร้อมทั้งสอนเชิงการบริหารจัดการแก้ปัญหาวิกฤติน้ำมันปาล์มแบบมืออาชีพให้รัฐบาลได้เห็น พ่วงเปิดโปงคนในรัฐบาลและพรรคประชาธิปัตย์มีเอี่ยวปั่นราคาน้ำมันปาล์มแถมท้ายให้อีกด้วย

 ทันทีที่เจอหน้า สื่อมวลชนแขนงต่างๆ ล้วนชมเป็นเสียงเดียวกันว่า ตั้งแต่เว้นวรรคทางการเมืองไปเที่ยวนี้ “คุณหญิงสุดารัตน์” ดูสวยดูสาวขึ้นอีกเป็นกอง ทำเอาเจ้าตัวยิ้มแก้มปริ

 การเตรียมข้อมูลก่อนแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนก็ยังเน้นรายละเอียดทุกเม็ดอยู่เหมือนเดิม ทั้งเช็กข้อมูลเอง แถลงเอง และที่สำคัญที่ลืมไม่ได้ แต่งหน้าก่อนแถลงข่าวเพื่อเพิ่มความมั่นใจ

 วางคิวดีมาตลอด แต่สุดท้ายดันมาพลาดยื่นมีดให้ศัตรูเข้าจนได้ ตรงที่บอกว่า จอโปรเจกเตอร์ที่ใช้แถลงข่าวนั้นน่าจะเล็กไปหน่อย อาจจะมองไม่ค่อยเห็น

 กระจอกข่าวทั้งหลายที่รอโอกาสอยู่แล้วรีบสวนทันควันว่า ดูสาวขึ้นสวยขึ้นจนเดาอายุไม่ออก แต่มาร้องอ๋อพอจะทายอายุได้ก็ตอนที่บอกว่ามองไม่ค่อยเห็นนี่แหละ เพราะท่าทางสายตาเริ่มจะยาวตามอายุแล้ว

 “เจ๊หน่อย” ถึงกับวางตลับแป้งลง พร้อมกับตอบว่า “วันนี้อารมณ์ดีมาทั้งวัน มาปี๊ดเอาก็ตอนคำพูดเมื่อตะกี๊นี้เนี่ยแหละ” ทำเอาเหยี่ยวข่าวทั้งหลายหัวเราะชอบอกชอบใจกันยกใหญ่

 แหม ! สงสัยจะห่างหายวงการไปซะนาน เลยลืมไปว่ากระจอกข่าวสายการเมืองเขาตาคมเรื่องจับผิดกันขนาดไหน