ข่าว

ไทยพลาดเป้า"ฮับงานแสดงสินค้า"พิษวิกฤติโลก-ปัญหาการเมืองกระทบการจัดงาน

ไทยพลาดเป้า"ฮับงานแสดงสินค้า"พิษวิกฤติโลก-ปัญหาการเมืองกระทบการจัดงาน

09 เม.ย. 2552

วิกฤติเศรษฐกิจโลก-ปัญหาการเมืองวุ่นวาย ฉุดเป้าหมายไทยเป็นฮับงานแสดงสินค้าของอินโดจีนในปี 53 มองปีนี้ภาพรวมการจัดงานไม่เติบโต หลังภาคธุรกิจตัดงบประมาณทั้งผู้ออกบูธและผู้เข้าชมงาน หวั่นเวียดนามมาแรงแซงหน้าไทย

นายพรรธระพี ชินะโชติ นายกสมาคมการแสดงสินค้า (ไทย) กล่าวว่า ผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจโลกและความวุ่นวายทางการเมืองในประเทศ จะส่งผลให้เป้าหมายการขึ้นศูนย์กลางงานแสดงสินค้า (ฮับ) ของอินโดจีน ในปี 2553 อาจต้องชะลอออกไป เนื่องจากขณะนี้ภาพรวมการใช้พื้นที่จัดงานยังอยู่ในอัตราน้อย คิดเป็น 20% ของพื้นที่การจัดงานแต่ละแห่งเท่านั้น โดยเบื้องต้นในปีนี้ เชื่อว่าภาพรวมการจัดงานในประเทศจะไม่มีอัตราการเติบโต หลังจากที่ผ่านมาตลาดมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 20%

 "ปัจจัยลบทั้งในและนอกประเทศไม่เอื้อต่อการขยายงานแสดงสินค้าใหม่ๆ ประกอบกับองค์กรธุรกิจได้รับผลกระทบและมีการตัดลดงบในการร่วมงานทั้งในฐานะผู้ออกบูธและผู้เข้าชมงาน" นายพรรธระพีกล่าวและว่า จำนวนงานทั้งในรูปแบบพรีเมียม งานแสดงสินค้าอุปโภคบริโภค และงานกลุ่มประชานิยมที่มีการเวียนกันจัดในแต่ละประเทศมีแนวโน้มลดลง และยังลดขนาดของการจัดงานเล็กลงเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์อีกด้วย

 นายกสมาคมการแสดงสินค้า (ไทย) กล่าวว่า ในภาวะที่ประเทศไทยเจอปัญหา จนอาจต้องชะลอการเป็นฮับงานแสดงสินค้าของอินโดจีนนั้น คู่แข่งที่น่ากลัวว่าจะขึ้นมาแซงหน้าไทยก็คือ ประเทศเวียดนาม ขณะที่มาเลเซียเชื่อว่าจะไม่สามารถตีตื้นขึ้นมาได้ เนื่องจากขาดปัจจัยด้านสถานที่การจัดงานอยู่

 อย่างไรก็ตาม เพื่อประคับประคองอุตสาหกรรมการจัดงานได้อย่างต่อเนื่อง สมาคมจะร่วมกับกรมส่งเสริมการส่งออกในการกระตุ้นศักยภาพของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม โดยการร่วมออกโรดโชว์ในประเทศ โอกาสธุรกิจใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งยังมีแผนการจัดงานประชุมและสัมมนาแก่ผู้ประกอบการแสดงสินค้า และส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาสินค้าท่องเที่ยวในแต่ละจังหวัดให้น่าสนใจมากขึ้น ในปีหน้านี้ และกระตุ้นโครงการกรีน แมเนจเมนต์ ออน เอ็กซิบิชั่น โดยใช้กลยุทธ์การคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมาเป็นส่วนหนึ่งในการจัดงานแสดงสินค้าซึ่งเป็นกระแสระดับโลกอีกด้วย

 ทั้งนี้ ในส่วนของผู้ประกอบการเองควรต้องมีการปรับตัว โดยการมองหาตลาดใหม่ในการจัดงาน เช่น จีน รัสเซีย และตะวันออกกลาง เป็นต้น รวมถึงการสร้างสรรค์งานแสดงสินค้าใหม่ออกสู่ตลาด และจูงใจด้วยการให้พื้นที่การจัดงานมากขึ้น เพื่อนำเสนอด้านความคุ้มค่า และร่วมกับรัฐบาลในการทำตลาดใหม่ๆ เป็นต้น