ข่าว

มาร์คยันแจงยูเอ็นเขมรตั้งทหารที่วิหาร

มาร์คยันแจงยูเอ็นเขมรตั้งทหารที่วิหาร

13 ก.พ. 2554

"อภิสิทธิ์" เผย "รบ." ส่ง " กษิต-อัษฎา-สุวิทย์" แจงเหตุปะทะไทย-เขมร ให้ประชาคมโลก-องค์กรโลก ได้รับข้อเท็จจริงแล้ว มั่นใจข้อมูลที่มีปึก ที่จะแฉ "เขมร" เป็นฝ่ายยิงไทยก่อน ใช้ปราสาทพระวิหารตั้งค่ายทหาร ย้ำชัดทางออกคลายปม"ไทย-เขมร"จะต้องคุยกันเอง ประเทศที่ส

(13ก.พ.) นายอภิสิทธิ์ เวชชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์" ถึงการให้ความช่วยเหลือของรัฐบาลไปยังประชาชนในพื้นที่ชายแดนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุทหารไทย-กัมพูชา ว่า หลังจากที่สถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัพูชาได้คลี่คลายไปในระดับหนึ่ง ไม่มีการการปะทะกัน จึงทำให้สถานการณ์ต่างๆในพื้นที่มีความสงบมาได้ประมาณหนึ่งสัปดาห์ อย่างไรก็ตามการติดตามดูแลสถานการณ์ของรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวได้ตืดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตามต้องขอขอบคุณพี่น้องประชาชนจำนวนที่ให้ความห่วงใยกับพี่น้องร่วมชาติที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการสู้รบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้มีการระดมบริจาคสิ่งของนำไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

ล่าสุดตนได้วิดีโอคอนเฟอร์เร้นท์ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ และจังหวัดสุรินทร์ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งสาระในการประชุมดังกล่าวโดยสรุป คือ การอพยพเคลื่อนย้ายประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบได้มีการดำเนินการไปอย่างราบรื่นในระดับ ส่วนปัญหาความห่วงใยของประชาชนในพื้นที่ ในเรื่องการฟื้นฟู และปัญหาเรื่องความปลอดภัย ซึ่งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ได้ยืนยันว่าจะสามารถระดมกำลังเจ้าหน้าที่ลงไปให้ความช่วยเหลือซ่อมแซมที่พักอาสัยของชาวบ้านที่ได้รับความเสียหายจะได้รับความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ส่วนปัญหาเรื่องหลุมหลบภัย ซึ่งในเรื่องนี้รัฐบาลยืนยันว่าจะเข้าไปดูแลอย่างเต็มที่ ซึ่งทางจังหวัดสามารถใช้เงินสำรองการใช้จ่ายในเรื่องตรงนี้ได้ทันที ดังนั้นตนยืนยันว่ารัฐบาล ทางกองทัพ จังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พร้อมที่จะให้ความร่วมมือกันในการดูแลแก้ไขปัญหาของประชาชนที่เกิดขึ้นตรงนี้

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางรัฐสภาได้ให้ความสนใจ และได้มีการซักถาม ตั้งกระทู้ถามสดในการประชุม ต่อปัญหาที่เกิดขึ้นนี้อย่างมาก ซึ่งตนต้องขอขอบคุณสมาชิกรัฐสภา โดยเฉพาะส.ส.ในพื้นที่ทั้งฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้าน ที่ได้ข้อมูล และการติดต่อสื่อต่างๆ ถึงแม้ว่าจะมีความคิดเห็นเรื่องที่เกิดขึ้นจะแตกต่างกันอยู่บ้างก็ตาม แต่กาประชุมก็เป็นไปในบรรยากาศที่ดี และมีความสร้างสรรค์ ซึ่งเรื่องนี้จะเป็นสิ่งที่ยืนยันว่ารัฐสภา และพรรคการเมือง จะสามารถทำด้วยความสมัครสมานสาสมัคคีเราก้สามารถดำเนินการได้

จากอภิปรายในประชุมที่ผ่านมาสามารถสรุปได้ว่าทุกฝ่ายเห็นยืนยันว่าประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านจะต้องอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข สันติ แต่เราจะต้องรักษาอธิปไตยของประเทศเรา เพื่อประโยชน์ของประเทศ และประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ดังนั้นแนวทางของรัฐบาลในการแก้ไขปัยหาที่เกิดขึ้นนี้ได้รับการสนับสนุนจากที่ประชุมทั้งสองสภาที่จะให้ใช้วิธีในการแก้ไขปัญหาด้วยการเจรจา แต่แน่นอนที่สุด เมื่อประเทศเราได้ถูกรุกล้ำอธิปไตย กองทัพก็มีความพร้อม และจะได้รับกำลังใจ รวมทั้งการสนับสนุนในการให้ทำหน้าที่ และตอบโต้อย่างสมควรแก่เหตุ และยึดมั่นในกติกาของสากล

 "เรื่องที่เกิดขึ้นผมได้ให้ข้อเท็จจริงต่อที่ประชุม ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นถือเป็นปัญหาในเฉพาะจุด โดยเฉพาะปราสพระวิหารที่มีความตรึงเครียด ที่ทางกัมพูชาเองมีความกดดันจะต้องดำเนินการเสนอแผนจัดการพื้นที่โดยรอบปราสาทเขาพระวิหาร เนื่องจากได้ยื่นขอขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกเอาไว้ฝ่ายเดียว ซึ่งตรงนี้ถือเป็นปมปัญหาที่ค้างคามาเป็นเวลา 2 ปี ซึ่งตัวผมเองก็ได้รับรู้หลังจากที่ได้พบกับนายกรัฐมนตรีประเทศกัมพูชาในหลายครั้ง ที่พยายามจะทำให้พื้นที่ตรงนี้ปลอดจากกองกำลังต่างๆ เพื่อประโยชน์จากสิ่งตรงนี้ ที่จำนำไปผลักดันเรื่องนี้ต่อคณะกรรมการมรดกโลกในเดือนมิถุนายน

อย่างไรก็ตามผมขอยืนยันว่า ในทุกครั้งที่ผมได้พบกับนายกฯกัมพูชาว่าการที่จะดำเนินการในเรื่องดังกล่าวนี้ไม่สามารถที่จะทำได้ตราบเท่าที่ยังคงมีปัญหา และยังไม่สามารถเจรจาได้ข้อยุติในเรื่องของการจัดทำหลักเขตแดน ความพยายามของนายกฯกัมพูชา ที่ต้องการให้ฝ่ายเราถอนทุกอย่างออกมาไม่สัมฤทธิ์ผล เพราะเราได้ยืนยันไปแล้วว่าเราไม่สามารถทำได้ ดังนั้นผมคาดว่าน่าจะเป็นเรื่องมาจากที่ทางกัมพูชาที่ต้องการจะยกระดับในเรื่องนี้ เพราะจะเห็นได้ทันทีที่เกิดการปะทะกัน ทางกัมพูชาได้มีการดำเนินการร้องไปยังทางสหประชาชาติ และร้องไปยังประเทศต่างๆ รวมทั้งยังได้แสดงจุดยืนที่ชัดเจนว่าต้องการให้องค์การปสหประชาชาติ และประเทศที่สาม เข้ามาแทรกแซงเพื่อให้เป็นไปตามความต้องการของฝ่ายกัมพูชา " นายอภิสิทธิ์ กล่าว     

 นายกฯ กล่าวต่อว่า จากเหตุผลต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทางฝ่ายไทยเราจึงจำเป็นที่จะต้องชี้แจงข้อเท็จจริงให้ชาวโลก และประชาคมโลกได้รับทราบ รวมทั้งองค์การสหประชาชาติ ยูเนสโก้ และอาเซียน อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเรื่องนี้รมว.ต่างประเทศได้ดำเนินการไปแล้วส่วนหนึ่ง และในขณะนี้กำลังเดินทางไปยังกรุงปารีส และนครนิวยอร์ค ในวันจันทร์ เพื่อชี้แจงต่อคณะมนตรีความมั่นคงขององค์การสหประชาชาติ ในขณะเดียวรมว.สิ่งแวดล้อม และนายอัษฎา ชัยนาม ประธาน JBC ฝ่ายไทย จะดำเนินการชี้แจงข้อเท็จจริงในเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ด้วย

และตนขอยืนยันว่าฝ่ายไทยได้มีการเตรียมข้อมูลเอกสารข้อเท็จจริงไว้ทั้งหมด เพราะเราต้องการบ่งชี้ให้เห็นว่าการปะทะทุกครั้งเป็นการเริ่มต้นมาจากฝ่ายกัมพูชาที่ยิงก่อนทั้งสิ้น โดยจะมีการลำดับเวลาของเหตุการณ์ที่มีความชัดเจน รวมทั้งมีการยืนยันการปฎิบัติการของฝ่ายไทยที่ตอบโต้ไปก็เป็นพื้นที่เป้าหมายที่เป็นพื้นที่ทางการทหารเท่านั้น อีกทั้งมีภาพของประชาชนคนไทยนับหมื่นคนที่ได้รับผลกระทบ รวมทั้งฝ่ายกัมพูชาได้ใช้ปราสาทเขาพระวิหารเป็นที่ปฎิบัติการทางการทหาร ซึ่งเรื่องนี้เป็นการปฎิบัติที่ขัดกับข้อตกลงระหว่างประเทศ และมรดกอย่างชัดแจ้ง

 ซึ่งตรงนี้เรามีภาพถ่ายพร้อม อีกทั้งยังมีการให้สัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรีกัมพูชาที่ให้สัมภาษณ์ด้วยตนเองใครยิงก่อนไม่สำคัญ และทางการทหารกัมพูชาได้ยืนยันว่าเป็นฝ่ายได้ยิงทหารไทยเข้ามาก่อน ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้ตนมีความมั่นใจเราจะชี้แจงให้เห็นได้ว่าสิ่งที่ฝ่ายกัมพูชาพยายามทำให้เห็นว่าฝ่ายไทยเข้าไปรุกราน และเรียกร้องให้หสหประชาชาติ หรือให้มีประเทศที่สามเข้ามานั้น ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่ทางเราจะเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายมาเจราจทวิภาคีในเรื่องการจัดทำหลักเขตแดน และที่สำคัญในช่วงนี้ทางยูเนสโก้ หรือคณะกรรมการมรดกโลก จะต้องลดภาวะความกดดันให้กับฝ่ายกัมพูชา หรือฝ่ายไทย ด้วยการยุติการเดินหน้าเกี่ยวกับการจัดทำแผนบริหารพื้นที่ ที่ยังเป็นพื้นที่ฝ่ายกัมพูชาและฝ่ายไทยยังมีข้อพิพาทกันอยู่ ดังนั้นตนจึงมีความเชื่อว่าการดำเนินการใรเรื่องนี้จะทำให้ประชาคมโลกได้มีความเข้าใจในสถานการณ์เป็นไปตามความเป็นจริง เพราะฉะนั้นตรงนี้คือสิ่งที่เราจะมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องและตนก็มีความมั่นใจ


 "ขณะนี้มีเพียงแต่กัมพูชาซึ่งจะออกข่าวอยู่ตลอดเวลา ซึ่งผมคาดว่าจะต้องเป็นเช่นนั้นจนกระทั่งมีการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงของสหประชาชาติในลักษณะที่จะปฏิเสธกลไกของ JBC หรือกลไกตาม MOU เพราะว่าเขาต้องการที่จะไปบอกให้ประชาคมโลก หรือองค์กรระหว่างประเทศต่าง ๆ เข้ามาแทรกแซง ฉะนั้นผมจึงอยากย้ำอีกครั้งว่า ที่พี่น้องประชาชนส่วนหนึ่งมาชุมนุมเรียกร้องในขณะนี้ให้ยกเลิก MOU ยกเลิก JBC หรือการถอนตัวจากมรดกโลกก็ดี เป็นข้อเสนอซึ่งผมขอยืนยันว่าที่ผมปฏิเสธนี้ ก็เพราะว่าต้องยึดมั่นในผลประโยชน์ส่วนรวม และการแก้ไขปัญหาตรงนี้ ถ้าในวันนี้เราไปยกเลิกกลไกทวิภาคี นั่นก็เท่ากับว่าเป็นการสนองตอบต่อฝ่ายกัมพูชาในการที่จะต้องการให้องค์กรระหว่างประเทศเข้ามาเกี่ยวข้องกับบริเวณพื้นที่ตรงนี้ ซึ่งไม่เป็นผลดีกับประเทศไทย เช่นเดียวกันครับการถอนตัวจากมรดกโลกในขณะนี้ ก็จะยิ่งทำให้ทางกัมพูชานั้นเป็นฝ่ายเดียวที่จะได้มีการเดินหน้าในการโน้มน้าวกรรมการมรดกโลก "

 นายกฯ ยังกล่าวต่ออีกว่า ตนชี้แจงว่าการที่ปฏิเสธข้อเสนอนั้นไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องอื่นเลย แต่ว่าเป็นการประเมินสถานการณ์ของรัฐบาลไทย ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากเพื่อนสมาชิกในสภาฯ จำนวนมาก และพี่น้องประชาชนทั่วไปว่า หนทางของการแก้ปัญหานี้ต้องยืนอยู่บนเรื่องของการเจรจา และควรจะเป็นการเจรจา 2 ฝ่าย มากกว่าการที่จะเอาฝ่ายอื่น ๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง และเรายืนยันว่าเราทำสิ่งเหล่านี้ด้วยความสุจริต โดยการพิทักษ์รักษาผลประโยชน์ของประเทศและอธิปไตย ขอเรียนว่ากระบวนการของ MOU หรือ JBC นั้นขณะนี้ทางฝ่ายไทยเองก็มีการเดินไป แต่ว่าโดยกลไกของเรานั้นต้องผ่านกระบวนการของรัฐสภา ท่านประธานกรรมาธิการที่พิจารณาเรื่องนี้ก็บอกว่า ใกล้ที่จะเรียบร้อยเสนอกลับมาสู่สภาฯ ในแง่ของการให้การเห็นชอบหรือรับรองบันทึกการประชุมเพื่อนำไปสู่การเจรจาในรอบต่อไปที่จะทำให้กัมพูชานั้นมองเห็นว่ากลไกนี้ยังสามารถทำงานได้อยู่ ทั้งนี้ทั้งนั้นทางคณะกรรมาธิการซึ่งก็ได้เชิญบุคคลต่าง ๆ มาเป็นที่ปรึกษาก็พร้อมที่จะรับข้อสังเกตความห่วงใยของพี่น้องประชาชนที่มีการชุมนุมอยู่ในขณะนี้ และรัฐบาลพร้อมที่จะนำเอาข้อสังเกตเหล่านั้นในการนำไปใช้ในเรื่องของกระบวนการของการเจรจาอย่างต่อเนื่องต่อไป

 เพราะฉะนั้นขอเรียนพี่น้องประชาชนว่า เรายังติดตามสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งนั้นไม่ได้ตั้งอยู่บนความประมาท บริเวณแนวชายแดน การประสานงานระหว่างกองทัพ ฝ่ายปกครอง และพี่น้องประชาชน ซึ่งต้องขอความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง ก็จะช่วยกันดูแลจนกระทั่งสถานการณ์คลี่คลายไปสู่ความเป็นปกติอย่างแท้จริง ขณะเดียวกันในการดำเนินการแก้ไขปัญหาตรงนี้ เราก็เดินหน้าเต็มที่ในเรื่องของการเมืองระหว่างประเทศ แล้วก็การที่จะลดเงื่อนไขของความขัดแย้งในอนาคตด้วย ผ่านกระบวนการของการเจรจาและทำความเข้าใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคณะกรรมการมรดกโลก และก็ให้สหประชาชาตินั้นสามารถที่จะชี้นำให้ทางกัมพูชานั้นย้อนกลับมาสู่โต๊ะเจรจาที่เป็นการเจรจาทวิภาคีได้

 นายกฯ กล่าวด้วยว่า การติดตามข่าวสารในเรื่องนี้เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน จึงขอเรียนว่า เรื่องใด ๆ ก็ตามที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ทางด้านการทหาร เรื่องของกำลัง เรื่องของปัญหาความไม่สงบ กองทัพจะเป็นผู้ชี้แจง และสถานีโทรทัศน์ช่อง 5 จะทำหน้าที่เป็นแม่ข่ายในเรื่องนี้ สำหรับเรื่องอื่น ๆ ก็เป็นเรื่องของกระทรวงการต่างประเทศ และสำนักนายกรัฐมนตรี สภาความมั่นคงฯ ก็จะได้มีการชี้แจงพี่น้องประชาชนเป็นระยะ ๆ ต่อไป