ข่าว

ชาวภูมิซรอลหวั่นปืนใหญ่กลับบ้านแล้ว

ชาวภูมิซรอลหวั่นปืนใหญ่กลับบ้านแล้ว

13 ก.พ. 2554

ชาวภูมิซรอล ที่อพยพกันจ้าละหวั่นกลางดึก หลังได้ยินเสียงปืน พากันกลับบ้านกันแล้ว หลังได้รับยืนยันไม่มีการปะทะ เขมรเตรียมขอยูเอ็นช่วยหยุดยิงถาวรกับไทย

 (13ก.พ.) ราษฎรบ้านภูมิซรอล ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ พากันแตกตื่นวิ่งหนีออกจากบ้านกันจ้าละหวั่นอีกครั้ง ตอนกลางดึก ขณะกำลังหลับ เข้าไปในหลุมหลบภัย บางส่วนก็ไปอาศัยอยู่ที่ศูนย์อพยพชั่วคราวกันทรลักษ์ หลังได้ยินเสียงปืนไม่ทราบที่มาดังขึ้น  ทั้งที่เพิ่งเดินทางกลับบ้าน เมื่อวาน  นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ทราบข่าวจึงเดินทางไปตรวจเยี่ยม และพักค้างแรมกับชาวบ้านเพื่อความอุ่นใจ  พร้อมยืนยันว่า ตรวจสอบจากกองกำลังสุรนารีแล้ว ไม่ใช่เสียงที่เกิดจากการปะทะ แต่อาจจะเกิดจากเสียงปืนล่าสัตว์พร้อมระบุว่า ถ้าได้ยินเสียงปืนดัง 1-2 ครั้ง อย่าเพิ่งตกใจ เพราะตามกฎการปะทะของทหาร หมู่บ้านไม่ใช่เป้าหมายแรก 

ขณะเดียวกัน พล.ท.ธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพภาคที่ 2 ออกเยี่ยมราษฎร และยืนยันเช่นกันว่าเสียงปืนดังกล่าว ไม่ได้เกิดจากการปะทะ  ชาวบ้านภูมิซรอล จึงพากันเดินทางกลับบ้านแล้ว

นายฮอร์ นัม ฮง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา กล่าวก่อนออกเดินทางจากกรุงพนมเปญ เมื่อวันศุกร์ เพื่อไปร่วมประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ที่นครนิวยอร์กว่า กัมพูชาจะร้องขอให้สหประชาชาติรับประกันการตกลงหยุดยิงอย่างถาวรกับไทย พร้อมกล่าวด้วยว่าการประชุมคณะมนตรีฯ ที่จะมีขึ้นในวันจันทร์ที่ 14 กุมภาพันธ์นี้ ถือเป็นความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่สำหรับไทย เพราะไทยพยายามวิ่งเต้นไม่ให้มีการประชุมเกิดขึ้น แต่ไม่สำเร็จ

เขมรเตรียมขอยูเอ็นช่วยหยุดยิงถาวรกับไทย

 นายฮอร์ นัม ฮง กล่าวว่า ในการประชุมคณะมนตรีฯ ตนจะแสดงจุดยืนของกัมพูชาในการคลี่คลายปัญหาขัดแย้งชายแดนกับไทยด้วยสันติวิธี และด้วยการมีส่วนร่วมของนานาชาติ ไม่ว่าจะผ่านทางสหประชาชาติหรืออาเซียน เนื่องจากกลไกทวิภาคี ไม่ได้ผลอีกต่อไป

 "ผมจะอธิบายต่อที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคง ถึงต้นเหตุของสงคราม การล่วงล้ำดินแดนกัมพูชาของฝ่ายไทยนับตั้งแต่ปี 2551 และการใช้ระเบิดพวงของไทยในระหว่างการปะทะกันเมื่อเร็วๆ นี้" นายฮอร์ นัม ฮง กล่าว

 รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา ย้ำด้วยว่าจะไม่มีการเจรจาทวิภาคีระหว่างตนกับนายกษิตก่อนหน้าการประชุมคณะมนตรีฯ  การหารือสองฝ่ายอาจเกิดขึ้นได้หากมีรัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซียร่วมอยู่ด้วย และว่าได้รับแจ้งว่ารัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานอาเซียน มีแผนจะเรียกประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาซียนเพื่อหารือถึงปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งกัมพูชาจะตอบรับร่วมประชุมด้วยอย่างแน่นอน