
ยูเนสโกแต่งตั้งทูตพิเศษดูแลพระวิหาร
ยูเนสโกแต่งตั้งทูตพิเศษดูแลประเด็นปราสาทพระวิหาร เตรียมเดินทางมาไทยและกัมพูชา ด้านบัวแก้วยังไม่ได้รับหนังสือทางการจากกัมพูชาไม่เข้าร่วมประชุมเจบีซี ปธ.สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ห่วงเหตุพิพาทไทย - กัมพูชา ส่งผลลบต่อไทย ในแง่ของการเป็นศูนย์กล
(12ก.พ.) องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก ออกแถลงการณ์ระบุว่า นางอิริน่า โบโคว่า ผู้อำนวยการใหญ่ของยูเนสโก ได้แต่งตั้งนายโคอิชิโร่ มัทสึอุระ เป็นทูตพิเศษเพื่อดูแลประเด็นปราสาทพระวิหาร และนายมัทสึอุระ จะเดินทางมาเยือนกรุงเทพฯ และกรุงพนมเปญ เพื่อหารือว่าจะดูแลความปลอดภัยของปราสาทพระวิหาร ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกได้อย่างไร พร้อมกับหารือถึงแนวทางบรรเทาความตึงเครียด และส่งเสริมการเจรจาเกี่ยวกับการอนุรักษ์ปราสาทพระวิหาร และนางโบโคว่า ได้แจ้งต่อทางการไทยและกัมพูชาเกี่ยวกับภารกิจของนายมัทสึอุระแล้ว
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ถึงกรณีข่าวระบุว่า ทางการกัมพูชาส่งหนังสือไม่ตอบรับเข้าร่วมประชุมคณะกรรมาธิการร่วมเขตแดน (เจบีซี) ไทย-กัมพูชา ที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสัปดาห์สุดท้ายของสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ ว่า กระทรวงการต่างประเทศยังไม่ได้รับหนังสือยืนยันอย่างเป็นทางการ เชื่อว่าเป็นเพียงกระแสข่าว อย่างไรก็ตามยืนยันว่าไทยต้องการให้การแก้ไขปัญหาด้วยการเจรจา คาดว่าหลังการเดินทางพบคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ที่กรุงนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ของนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมกับนายฮอร์ นัมฮง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์นี้ น่าจะมีความชัดเจนในเรื่องดังกล่าว
นายกงกฤช หิรัญกิจ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า เหตุการณ์การปะทะกันระหว่างทหารไทยและกัมพูชาที่ ผลกระทบระยะสั้น คือ จำนวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวกัมพูชาที่มีการเดินทางเข้าออกทั้ง 2 ประเทศลดน้อยลง ซึ่งจำนวนนักท่องเที่ยวกัมพูชาที่เดินทางเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยในแต่ละปี จะอยู่ที่ประมาณ 160,000 คน ซึ่งมีชาวกัมพูชา เพียง 20,00 0-30,000 คน ที่เดินทางผ่านมาทางสนามบินสุวรรณภูมิ ส่วนที่เหลือจะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวตามตามแนวชายแดน
ส่วนนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางไปเที่ยวที่ประเทศกัมพูชาปีละไม่เกิน 1 แสนคน โดยส่วนใหญ่จะเป็นการข้ามพรมแดน ดังนั้นความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชาที่มีปัญหาในขณะนี้ยิ่งจะส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวเกิดการชะลอตัวมากกว่าเดิมเป็นเท่าตัว ด้านผลกระทบระยะปานกลางไปจนถึงระยะยาว คือ โครงสร้างประเทศไทยที่จะทำให้เป็นประเทศแห่งศูนย์กลางของการท่องเที่ยงอาเซียน ขณะที่ประเทศไทยจะมีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในปี 2015 ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยเสียศักยภาพไปบางส่วน และจะทำให้ไม่สามารถสู้ประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ ประเทศมาเลเซีย หรือ สิงค์โปร์ ที่พร้อมจะแข่งขันเพื่อให้ได้เป็นศูนย์กลางในการท่องเที่ยวภูมิภาคอาเซียน ดังนั้นหากประเทศไทยยังมีความขัดแย้งกับประเทศเพื่อน จะบั่นทอนความเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในภูมิภาคอาเซียนของไทย
"ส่วนตัวแล้วเชื่อเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น ยิ่งจะทำให้ภาพลักษณ์ของเศรษฐกิจอาเซียนถดถอยลงไปและยิ่งจะทำให้ความเชื่อถือของประเทศต่างๆลดลง พร้อมทั้งจะถูกประเทศต่างเพ็งเล็งว่าจะเป็นประชาคมเศรษฐกิจที่แท้จริงได้อย่างไร ในเมื่อทั้ง2ประเทศยังคงมีเหตุความรุนแรงอยู่ " นายกงกฤช ระบุ



