
"เจบีซี"ส่อล่มเขมรขอเลื่อนไม่มีกำหนด
ประชุมเจบีซีส่อล่มหลังเขมรขอเลื่อนไม่มีกำหนด อ้างไม่พร้อม โฆษกปชป. เผย กษิต เตรียมแจงข้อมูลเหตุปะทะไทย-เขมรต่อUNHCแล้ว ยัน การดำเนินการของรัฐบาล-กองทัพ-กต.เพื่อปกปักษ์รักษาศักดิ์ศรีไทยในเวทีโลก ด้านผู้อพยพหนีภัยการปะทะไทย-เขมร ได้เดินทางกลับบ้านแล้ว
(12ก.พ.) รายงานข่าวจากกระทรวงต่างประเทศแจ้งว่า มีหนังสือจากกระทรวงต่างประเทศกัมพูชาแจ้งมายังสถานทูตไทยประจำกรุงพนมเปญว่า กัมพูชาไม่พร้อมที่จะร่วมประชุมทวิภาคี ภายใต้กรอบเจบีซี โดยจะขอเลื่อนการประชุมจากที่กำหนดไว้ปลายเดือน ก.พ.นี้ ออกไปอย่างไม่มีกำหนด ทั้งนี้หนังสือดังกล่าวแจ้งมาตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 10 ก.พ.ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามเรื่องดังกล่างสอดคล้องกับท่าทีสมเด็จ ฮุนเซน นายกฯกัมพูชา ที่ก่อนหน้านี้ได้ไปกล่าวปาฐกถาในการรับปริญญา โดยพาดพิงถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯไทย ว่าเป็นอาชญากรระดับชาติ สั่งกองทัพไทยเปิดฉากโจมตีกัมพูชา ซึ่งสร้างความเสียหายต่อปราสาทพระวิหาร และสมควรนำนายอภิสิทธิ์ขึ้นศาลโลก และปฏิเสธที่จะหารือทวิภาคีใดๆ
นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชาว่า ขณะนี้ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์และพรรคร่วมรัฐบาลยื่นหนังสือไปยังประธานยูเนสโก ในวันที่ 11 ก.พ.ซึ่งเป็นวันเดียวกับผู้นำเจบีซี ได้พบกับประธานยูเนสโก ที่กรุงปารีสแล้ว โดยเนื้อหาในหนังสือเป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่ากัมพูชาได้รุกรานอธิปไตยของประเทศไทย โดยหลักฐานสำคัญส่วนนี้คือภาพที่ทหารกัมพูชา ใช้ปราสาทพระวิหารเป็นเกาะกำบังในการสู้รบ และรุกรานอธิปไตยของประเทศไทย ซึ่งขัดกับกฎบัตรระหว่างประเทศและข้อตกลงว่าด้วยมรดกโลกของยูเนสโกอย่างชัดเจน ซึ่งขณะนี้มีสัญญาณมาว่า การขอผ่านแผนบริหารจัดการพื้นที่ดังกล่าว จะถูกชะลอ และยืดออกไปอย่างไม่มีกำหนด
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ต่อข้อเรียกร้องของพรรคฝ่ายค้านที่ต้องการให้แก้ปัญหาด้วยการเปลี่ยน รมว.ต่างประเทศนั้น การดำเนินการทั้งหมดของรัฐบาลไทย เหล่าทัพ และกระทรวงต่างประเทศ ได้ดำเนินการเพื่อปกปักษ์รักษาศักดิ์ศรีของประเทศไทยในเวทีโลก ซึ่งนายกษิต ภิรมภ์ รมว.ต่างประเทศ จะเดินทางจากกรุงปารีสไปยังกรุงนิวส์ยอค ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อที่จะชี้แจงในที่ประชุมของสภาความมั่นคงของสหประชาชาติ ( UNHC ) ในวันที่ 14 ก.พ.นี้ ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นเวทีสำคัญที่รัฐบาลไทยจะได้นำเสนอข้อมูล ข้อเท็จจริง ที่ปรากฎว่ากัมพูชาดำเนินการผิดหลักกฎบัตรการสู้รบ เพราะพุ่งเป้าหมายไปที่พลเรือน ดังนั้น ตนอยากให้ทุกฝ่ายแสงความเป็นเอกภาพความเป็นประชาชนคนไทย อย่าให้เป็นเหยื่อต่อการสร้างภาพความขัดแย้งของคนไทยภายในประเทศ ตามที่รัฐบาลกัมพูชาต้องการให้ประชาคมโลกเห็นว่าเป็นเช่นนั้น
ด้าน พล.ท.ธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพภาค 2 พร้อมด้วย นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ นำคณะราชการฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินทางมาส่งชาวบ้านที่ศูนย์อพยพชั่วคราว หอประชุมที่ว่าการอำเภอกันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ หลังจากที่ทางจังหวัดได้ประชุมประเมินสถานการณ์ร่วมกับทางกองทัพภาคที่ 2 และเห็นว่าเหตุการณ์เข้าสู่ภาวะปกติแล้วจึงอนุญาตให้ชาวบ้านกลับได้ โดยพล.ท.ธวัชชัย กล่าวว่า ค่อนข้างมั่นใจ 90 % ว่าจะปลอดภัย "ผมติดตามสถานการณ์และดูความเคลื่อนไหวของเขาตลอด"
พล.ท.ธวัชชัย กล่าวว่า ได้คุยทางโทรศัพท์กับผู้บังคับบัญชากองกำลังกัมพูชา ยอมรับว่าที่ผ่านมายังคุมผู้ใต้บังคับบัญชาไม่ได้ "เขาคุยดี เพราะส่วนใหญ่รู้จักมานาน ล่าสุดก็คุยกับพล.อ.เตีย มอน ผบ.ภูมิภาคที่ 4 พล.อ.เจีย ดารา และ พล.ท.ซะรัย ดึ๊ก ที่ดูแลตรงนี้ เพื่อนบ้านกันทำสงครามกันไม่มีประโยชน์อยู่แล้ว” แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าว
นายโสภณ ห่อทรัพย์ ชาวบ้านภูผาหมอก ม. 6 ต.ภูผาหมอก อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า มาอยู่ที่ศูนย์อพยพแห่งนี้รวม 8 วันแล้ว ดีใจที่ได้กลับบ้านา แต่ไม่มั่นใจเท่าไหร่ว่าจะปลอดภัย “เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้รู้สึกเสียใจที่พี่น้องเราได้เสียชีวิตไปคนหนึ่ง อยากให้เหตุการณ์มันสงบชาวบ้านเราจะได้หาอยู่หากินอย่างปกติสุข” นายโสภณ กล่าว
นายทิม อุ้มเชื้ออายุ 69ปี บ้านเลขที่ 24 หมู่ที่ 4 บ้านแซรไปร ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า มีชาวบ้านในพื้นที่หนีภัยจากเหตุปะทะมาอาศัยอยู่ที่ ศูนย์อพยพชั่วคราวโรงเรียนบ้านขะยูง (โนนเจริญศึกษา) ต.ละลม อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ภายหลังจากเจ้าหน้าที่ให้ความมั่นใจถึงความปลอดภัย ขณะนี้ผู้อยยพทยอยกันเดินทางกลับภูมิลำเนา
"วันนี้ทางการกำหนดให้ผู้อพยพเดินทางกลับ หากมีความสงบสุขจริงก็ถือว่าดี แต่ถ้ามีเหตุรปะทะก็ต้องย้อนกลับมาใหม่ พวกเราคนพื้นที่ไม่มีความหมางใจต่อกัน ไปมาหาสู่กันอย่างปกติสุขเขมรกับไทยต่างก็เป็นคนเหมือนกัน ไม่อยากให้เกิดสงคราม"นายทิม กล่าว
นางริม ละครเขต อายุ 76 ปี ชาวบ้านแซรไปร หมู่ที่ 4 กล่าวว่า มาอาศัยอยู่ที่ศูนย์แห่งนี้ตั้งแต่วันที่ 6 ก.พ.ที่ผ่านมา รู้สึกดีใจได้กลับบ้าน "จากนี้ไปจะได้หลับนอนแบบอบอุ่นในบ้านตัวเอ สงครามไม่อยากให้มีเลยเดือดร้อนพี่น้องต้องอพยพหนีภัย "นางริม กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 08.00 น.วันนี้คณะนางสาวกฤชภร หอมบุญญาศักดิ์ นางสาวไทยประจำปี 2553 และ นางสาววรรัตน์ นิยมเดช รองนางสาวไทยอันดับ 1 เดินทางมาที่ศูนย์อพยพชั่วคราว หอประชุมอำเภอกันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เพื่อแจกอาหารเช้าให้กับผู้อพยพจากเหตุการณ์ปะทะไทย - กัมพูชา และร่วมส่งกลับผู้อพยพ
นายมนูญ ยอดสิงห์ อายุ 52 ปี ชาวบ้านสมบูรณ์ ต.รุง อ.กันทรลักษ์ จ. ศรีสะเกษ กล่าวว่า มาอยู่ที่ศูนย์อพยพนาน 8 วัน ดีใจที่จะได้กลับบ้าน แม้จะไม่มั่นใจ แต่เมื่อทางการอนุญาตให้กลับก็คงต้องกลับ
"วันเกิดเหตุปะทะ หมู่บ้านของผมมีลูกปืนใหญ่จากฝ่ายกัมพูชายิงมาตกใกล้หมู่บ้าน 2 ลูกชาวบ้านต้องวิ่งหลบกันตามที่กำบังต่าง ๆที่คิดว่าจะปลอดภัยที่สุด เนื่องจากในหมู่บ้านไม่มีบังเกอร์ เพราะที่ผ่านมาไม่คิดว่าหมู่บ้านจะได้รับผลกระทบตรงนี้ด้วย จึงอยากให้ส่วนที่เกี่ยวข้องช่วยดำเนินการสร้างบังเกอร์ให้ด้วย ในหมู่บ้านมีทั้งหมด 52 ครอบครัวประชากร 290 คน" นายมนูญ กล่าว
นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า ในส่วนของหมู่บ้านที่มีหลุมหลบภัยไม่เพียงพอ หรือยังไม่มี ทางจังหวัดก็จะทำการสำรวจ คาดว่าจะจะมีการจัดทำขึ้น200 - 300 จุด ซึ่งก็จะช่วยสร้างความมั่นใจ
นายไพรัช หอมกลิ่น นายอำเภอละหานทราย จ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า หลังเกิดการสู้รบกันระหว่างกองกำลังทหารไทย กับกองกำลังทหารกัมพูชา ที่บริเวณปราสาทพระวิหาร จังหวัดศรีสะเกษ จนได้มีการตรึงกำลังของทั้งสองฝ่าย และขณะนี้สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ในส่วนพื้นที่ 4 หมู่บ้าน ต.หนองแวง อ.ละหานทรายกว่า 1,000 ครัวเรือน ประชากรกว่า 3,000 คน ที่อาศัยอยู่ติดชายแดนไทย - กัมพูชา จากการปะทะที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ ประชาชนยังดำเนินชีวิตเป็นปกติ ยังไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด
ล่าสุดจากการรายงานยังไม่มีการตรึงกำลังทหารของทั้ง 2 ฝ่าย ส่วนตำบลหนองแวงพื้นที่ที่รับผิดชอบ ได้มีกำลังทหารพราน ตำรวจตระเวนชายแดน และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ได้มีการเฝ้าเวรยามรักษาความปลอดภัยตามปกติเท่านั้น มั่นใจว่าจะไม่มีการปะทะหรือสู้รบกันในพื้นที่ 4 หมู่บ้าน พื้นที่ติดแนวชายแดน ความยาว 17 กิโลเมตร เพราะพื้นที่ดังกล่าวเป็นแนวเขาและพื้นที่ลาดชัน ยากต่อการข้ามไปมาหาสู่กัน หรือยากต่อการที่จะเข้ามาลุกล้ำอธิปไตยได้
นายอำเภอละหานทราย ยังกล่าวอีกว่า เพื่อความไม่ประมาททางอำเภอก็ได้มีการจัดเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กำลัง อส.ร่วมกับตำรวจภูธร รวม 5 ชุด ชุดละ 6 - 7 นาย ออกลาดตระเวน เพื่อรักษาความปลอดภัยตามหมู่บ้านให้กับประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง หรือถ้าหากเกิดการสู้รบของกองกำลังทั้งสองฝ่าย ทางอำเภอก็เตรียมสถานที่หลบภัยพร้อมอพยพประชาชนไว้จำนวน 2 จุด คือ ที่โรงเรียนร่วมจิตรวิทยา และหอประชุมอำเภอละหานทราย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า มีชาวกัมพูชาเข้ามาขายแรงงานในพื้นที่ ทั้งรับจ้างตัดอ้อย เกี่ยวข้าวเพื่อสืบข้อมูลลับตามชายแดนนั้น ขอยืนยันว่าในพื้นที่ อ.ลานทราย ยังไม่ปรากฏว่ามีชาวกัมพูชาเข้ามาหลบซ่อนหรือขายแรงงานแต่อย่างใด ซึ่งทางอำเภอได้กำชับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทั้ง 4 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านแท่นทัพไทย, บ้านราษฎร์รักแดน, บ้านผไทรวมพล และบ้านศรีทาญาติ ต.หนองแวง ซึ่งมีพื้นที่ติดแนวชายแดน จัดชุด ชรบ.ตรวจตราอย่างเข้มงวด เพื่อให้สอดส่องดูคนแปลกหน้าที่เข้าไปในหมู่บ้าน หากพบขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทราบเพื่อดำเนินการต่อไป



