ข่าว

ตร.นำประกาศศอ.รส.แจ้งพธม.ออกจากพื้นที่

ตร.นำประกาศศอ.รส.แจ้งพธม.ออกจากพื้นที่

12 ก.พ. 2554

ตำรวจนำประกาศ ศอ.รส.แจ้งผู้ชุมนุมให้ออกจากพื้นที่ ด้านแกนนำพธม. เมินประกาศศอ.รส. ลั่นปิดถนนชุมนุมต่อ พร้อมประชุมกำหนดท่าทีก่อนแถลงข่าวเย็นนี้ ชี้ รบ.จัดฉากสร้างสถานการณ์จับกุมชายพกระเบิด พกปืนไรเฟิล สอดรับ พรบ.มั่นคง ปองร้ายผู้ชุมนุม

(12ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 09.30 น. พล.ต.ต.กรีรินทร์ อินทร์แก้ว รองผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 ได้นำประกาศศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) 2 ฉบับที่ออกตาม พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายใน เรื่องการห้ามบุคคลเข้าหรือให้ออกจากบริเวณพื้นที่อาคาร หรือสถานที่ที่กำหนด และห้ามการใช้เส้นทางคมนคม หรือยานพาหนะรอบทำเนียบฯ และรัฐสภา มาชี้แจงพร้อมเจรจากับพล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯ ที่บริเวณสะพานชมัยมรุเชษฐ เพื่อขอให้ผู้ชุมนุมออกจากพื้นที่ตามประกาศศอ.รส. โดย พล.ต.ต.กริรินทร์ กล่าวว่า ขั้นตอนจากนี้ตำรวจจะยังไม่กำหนดกรอบระยะเวลาในการบังคับให้กลุ่มผู้ชุมนุมปฏิบัติตาม ซึ่งการดำเนินการใดๆ จะเก็นไปด้วยความละมุนละม่อมตามกฎหมาย โดย พล.ต.จำลอง กล่าวว่า จะนำเรื่องเข้าหารือกับแกนนำและคณะกรรมการรวมพลังปกป้องแผ่นดินเพื่อกำหนดท่าที แต่หากตำรวจเข้าจับกุมก็ยินดีและสามารถทำได้ทันที เพราะกฎหมายได้ให้อำนาจไว้แล้ว

 พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯ แถลงข่าวว่า ในวันนี้ พล.ต.ต.กรีรินทร์ อินทร์แก้ว รองผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 ได้นำประกาศของศอ.รส. มาแจ้งให้กับกลุ่มรวมพลังปกป้องแผ่นดินให้รับทราบอย่างเป็นทางการว่า ประกาศดังกล่าวออกบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 9 ก.พ. เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงมีสิทธิจับกุม อย่างไรก็ตาม ตนได้ขอบคุณฝ่ายตำรวจที่นำประกาศมามอบให้ ขั้นตอนต่อไป จะขอประชุมคณะกรรมการรวมพลังฯ ในเวลา 16.00 น. และจะแถลงข่าวในเวลา 17.00 น. ทั้งนี้ ขอชี้แจงว่าการชุมนุมของกลุ่ม ต่อเนื่องมาเป็นวันที่ 19 ซึ่งมีผลกดดันทั้งรัฐบาล กระทรวงต่างประเทศ และกองทัพ มาเป็นลำดับ แต่ยังไม่ได้ผลในเรื่องการปกป้องแผ่นดิน ดังนั้นแกนนำจึงพร้อมจะให้ตำรวจเข้ามาจับกุม นอกจากนี้ ยังมีแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือได้แจ้งให้ทราบว่า ผู้ใหญ่ของกัมพูชาติดต่อทางโทรศัพท์มายังคนในรัฐบาลไทยทำลายการชุมนุมของกลุ่ม และมีแนวโน้มว่ารัฐบาลไทยจะเชื่อและปฏิบัติตามแนวทางของฝ่ายกัมพูชา


 พล.ต.จำลอง กล่าวอีกว่า จากเดิมที่รัฐบาลอ้างว่าประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ไม่ต้องการความช่วยเหลือของกลุ่มไม่เป็นความจริง เพราะจากการนำคาราวานความช่วยเหลือ 4 คันรถออกเดินทางไปยัง จ.ศรีสะเกษ ปรากฏว่าหน่วยงานทหารใน อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ได้ออกมาขอสิ่งของช่วยเหลือ เพราะทหารในจุดดังกล่าวมีความขาดแคลน ทางกลุ่มจึงต้องจัดแบ่งสิ่งของช่วยเหลือในขบวนรถไปให้ 3คันรถ และใช้เงินอีกกว่าล้านบาทไปซื้อสิ่งของเครื่องใช้เพิ่มเพื่อส่งความช่วยเหลือไปยัง จ.ศรีสะเกษ ให้ครบถ้วน ดังนั้นในภาวะที่ไม่ปกติเช่นนี้ จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการเฉพาะกิจใน 3 ข้อเรียกร้องเดิม คือ ระงับการส่งออกน้ำมันไปยังกัมพูชา เพื่อตัดยุทธภัณฑ์ กดดันด้วยการเข้าไปทำลายถนนโดยสามารถทำได้ง่ายดายแค่เพียงวางระเบิดถนน 3 จุด และแสดงออกให้เห็นถึงแสนยานุภาพของฝ่ายไทย

 ด้านนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โฆษกพันธมิตรฯ กล่าวว่า ขณะนี้ชาวศรีสะเกษได้กลับเข้าพื้นที่ อ.กันทรลักษ์ จึงเป็นสิงที่น่าเสียดายที่รัฐบาลไม่ยอมผลักดันฐานทัพของเขมรที่ยิงอาวุธใส่ราษฎรไทยให้ออกไปจากแผ่นดินไทย ที่ผ่านมากัมพูชาสร้างถนนและกระเช้าลอยฟ้าเพื่อขนอาวุธและยุทธภัณฑ์ขึ้นไปบนภูมะเขือ ชาวบ้านจึงยังมีความเสี่ยงจากความไม่เด็ดขาดของรัฐบาลหากเกิดการปะทะขึ้นอีกรอบ รัฐบาลจะต้องรับผิดชอบ นอกจากนี้ นายปานเทพยังได้โชว์ภาพถ่ายการตัดถนนและกระเช้าลอยฟ้าขึ้นสู่ภูมะเขือ รวมทั้งการติดตั้งเรดาร์ จานดาวเทียม และเสาโทรคมคม พร้อมระบุว่า รัฐบาลไทยปล่อยปละละเลยมานานมาก ใช้เอ็มโอยู 43 คุมเชิงอยู่เพียงด้านล่าง ดังนั้นการจัดฉากปะทะเป็นพิธีจะเป็นอันตรายต่อคนไทยในอนาคต

 นายประพันธ์ คูณมี กล่าวว่า ประชาชนมีสิทธิที่จะไม่ปฏิบัติตามประกาศ 2 ฉบับของ ศอ.รส. เพราะไม่ได้เป็นคำสังศาลแต่เป็นประกาศที่ออกตามพ.ร.บ.รักษาความมั่นคง และมติครม. ประกาศทั้ง 2 ฉบับจึงขัดต่อรธน. เพราะการชุมนุมยังไม่มีเหตุก่อความไม่สงบ ตรงกันข้ามเป็นการชุมนุมเพื่อเรียกร้องและปกป้องอธิปไตยของชาติ เพื่อเพิ่มความมั่นคงของชาติไม่ใช่ทำลายความมั่นคงของชาติ การออกประกาศเพื่อขอถนนคืนเท่ากับเป็นการสลายการชุมนุมโดยชอบตามรธน. ดังนั้นจึงขอยืนยันว่าจะชุมนุมต่อไป โดยเย็นวันนี้จะมีการประชุมเพื่อกำหนดมาตรการตอบโต้ประกาศทั้ง 2 ฉบับ

 นายประพันธ์ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมารัฐบาลพยายามสร้างสถานการณ์หลายครั้ง ทั้่งในเรื่องการจับกุมชายที่พกระเบิด และการจับกุมชายพร้อมปืนไรเฟิลพร้อมกระสุน 160 นัดที่หน้าคุรุสภา ซึ่งรายหลังตนตรวจสอบไปแล้วไม่ปรากฏชื่อ นายอภิชาติ ตรงวินิจฉัย ว่าไปซ้อมยิงปืนที่สวนเจ้าเชษฐ ดังนั้นจึงเรียกร้องให้ช่วยตรวจสอบว่าสองเหตุการณ์เป็นการจัดฉาก เพื่อให้สอดรับการประกาศพ.ร.บ.มั่นคง หรือมีเจตนาปองร้ายต่อผู้ชุมนุม เพราะไม่น่าจะเป็นไปได้ที่ใครจะมาซ้อมยิงปืน โดยพกปืนไรเฟิล และกระสุนติดหัวระบิด 160 นัดมาในรถแท็กซี่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้าแกนนำได้ผลัดเปลี่ยนขึ้นเวทีปราศรัยแลเะอภิปรายโจมตีกดดันรัฐบาลกัมพูชาที่ลุกล้ำอธิปไตย ใช้อาวุธสงครามยิงใส่ชาวไทย และเรียกร้องให้รัฐบาลไปขอถนน 2 เลนคืนจากฝ่ายกัมพูชาที่เข้ามารุกล้ำฝ่ายไทย แทนการเรียกร้องคืน ถ.ราชดำเนิน และพ.พิษณุโลก ส่วนผู้ชมนุมยังไม่มากนัก เนื่องจากอากาศค่อนข้างร้อนอบอ้าว ส่วนใหญ่ยังพักผ่อนหลับนอนตามเต๊นท์ต่างๆ