
ตร.นำประกาศศอ.รส.แจ้งพธม.ออกจากพื้นที่
ตำรวจนำประกาศ ศอ.รส.แจ้งผู้ชุมนุมให้ออกจากพื้นที่ ด้านแกนนำพธม. เมินประกาศศอ.รส. ลั่นปิดถนนชุมนุมต่อ พร้อมประชุมกำหนดท่าทีก่อนแถลงข่าวเย็นนี้ ชี้ รบ.จัดฉากสร้างสถานการณ์จับกุมชายพกระเบิด พกปืนไรเฟิล สอดรับ พรบ.มั่นคง ปองร้ายผู้ชุมนุม
(12ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 09.30 น. พล.ต.ต.กรีรินทร์ อินทร์แก้ว รองผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 ได้นำประกาศศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) 2 ฉบับที่ออกตาม พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายใน เรื่องการห้ามบุคคลเข้าหรือให้ออกจากบริเวณพื้นที่อาคาร หรือสถานที่ที่กำหนด และห้ามการใช้เส้นทางคมนคม หรือยานพาหนะรอบทำเนียบฯ และรัฐสภา มาชี้แจงพร้อมเจรจากับพล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯ ที่บริเวณสะพานชมัยมรุเชษฐ เพื่อขอให้ผู้ชุมนุมออกจากพื้นที่ตามประกาศศอ.รส. โดย พล.ต.ต.กริรินทร์ กล่าวว่า ขั้นตอนจากนี้ตำรวจจะยังไม่กำหนดกรอบระยะเวลาในการบังคับให้กลุ่มผู้ชุมนุมปฏิบัติตาม ซึ่งการดำเนินการใดๆ จะเก็นไปด้วยความละมุนละม่อมตามกฎหมาย โดย พล.ต.จำลอง กล่าวว่า จะนำเรื่องเข้าหารือกับแกนนำและคณะกรรมการรวมพลังปกป้องแผ่นดินเพื่อกำหนดท่าที แต่หากตำรวจเข้าจับกุมก็ยินดีและสามารถทำได้ทันที เพราะกฎหมายได้ให้อำนาจไว้แล้ว
พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯ แถลงข่าวว่า ในวันนี้ พล.ต.ต.กรีรินทร์ อินทร์แก้ว รองผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 ได้นำประกาศของศอ.รส. มาแจ้งให้กับกลุ่มรวมพลังปกป้องแผ่นดินให้รับทราบอย่างเป็นทางการว่า ประกาศดังกล่าวออกบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 9 ก.พ. เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงมีสิทธิจับกุม อย่างไรก็ตาม ตนได้ขอบคุณฝ่ายตำรวจที่นำประกาศมามอบให้ ขั้นตอนต่อไป จะขอประชุมคณะกรรมการรวมพลังฯ ในเวลา 16.00 น. และจะแถลงข่าวในเวลา 17.00 น. ทั้งนี้ ขอชี้แจงว่าการชุมนุมของกลุ่ม ต่อเนื่องมาเป็นวันที่ 19 ซึ่งมีผลกดดันทั้งรัฐบาล กระทรวงต่างประเทศ และกองทัพ มาเป็นลำดับ แต่ยังไม่ได้ผลในเรื่องการปกป้องแผ่นดิน ดังนั้นแกนนำจึงพร้อมจะให้ตำรวจเข้ามาจับกุม นอกจากนี้ ยังมีแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือได้แจ้งให้ทราบว่า ผู้ใหญ่ของกัมพูชาติดต่อทางโทรศัพท์มายังคนในรัฐบาลไทยทำลายการชุมนุมของกลุ่ม และมีแนวโน้มว่ารัฐบาลไทยจะเชื่อและปฏิบัติตามแนวทางของฝ่ายกัมพูชา
พล.ต.จำลอง กล่าวอีกว่า จากเดิมที่รัฐบาลอ้างว่าประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ไม่ต้องการความช่วยเหลือของกลุ่มไม่เป็นความจริง เพราะจากการนำคาราวานความช่วยเหลือ 4 คันรถออกเดินทางไปยัง จ.ศรีสะเกษ ปรากฏว่าหน่วยงานทหารใน อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ได้ออกมาขอสิ่งของช่วยเหลือ เพราะทหารในจุดดังกล่าวมีความขาดแคลน ทางกลุ่มจึงต้องจัดแบ่งสิ่งของช่วยเหลือในขบวนรถไปให้ 3คันรถ และใช้เงินอีกกว่าล้านบาทไปซื้อสิ่งของเครื่องใช้เพิ่มเพื่อส่งความช่วยเหลือไปยัง จ.ศรีสะเกษ ให้ครบถ้วน ดังนั้นในภาวะที่ไม่ปกติเช่นนี้ จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการเฉพาะกิจใน 3 ข้อเรียกร้องเดิม คือ ระงับการส่งออกน้ำมันไปยังกัมพูชา เพื่อตัดยุทธภัณฑ์ กดดันด้วยการเข้าไปทำลายถนนโดยสามารถทำได้ง่ายดายแค่เพียงวางระเบิดถนน 3 จุด และแสดงออกให้เห็นถึงแสนยานุภาพของฝ่ายไทย
ด้านนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โฆษกพันธมิตรฯ กล่าวว่า ขณะนี้ชาวศรีสะเกษได้กลับเข้าพื้นที่ อ.กันทรลักษ์ จึงเป็นสิงที่น่าเสียดายที่รัฐบาลไม่ยอมผลักดันฐานทัพของเขมรที่ยิงอาวุธใส่ราษฎรไทยให้ออกไปจากแผ่นดินไทย ที่ผ่านมากัมพูชาสร้างถนนและกระเช้าลอยฟ้าเพื่อขนอาวุธและยุทธภัณฑ์ขึ้นไปบนภูมะเขือ ชาวบ้านจึงยังมีความเสี่ยงจากความไม่เด็ดขาดของรัฐบาลหากเกิดการปะทะขึ้นอีกรอบ รัฐบาลจะต้องรับผิดชอบ นอกจากนี้ นายปานเทพยังได้โชว์ภาพถ่ายการตัดถนนและกระเช้าลอยฟ้าขึ้นสู่ภูมะเขือ รวมทั้งการติดตั้งเรดาร์ จานดาวเทียม และเสาโทรคมคม พร้อมระบุว่า รัฐบาลไทยปล่อยปละละเลยมานานมาก ใช้เอ็มโอยู 43 คุมเชิงอยู่เพียงด้านล่าง ดังนั้นการจัดฉากปะทะเป็นพิธีจะเป็นอันตรายต่อคนไทยในอนาคต
นายประพันธ์ คูณมี กล่าวว่า ประชาชนมีสิทธิที่จะไม่ปฏิบัติตามประกาศ 2 ฉบับของ ศอ.รส. เพราะไม่ได้เป็นคำสังศาลแต่เป็นประกาศที่ออกตามพ.ร.บ.รักษาความมั่นคง และมติครม. ประกาศทั้ง 2 ฉบับจึงขัดต่อรธน. เพราะการชุมนุมยังไม่มีเหตุก่อความไม่สงบ ตรงกันข้ามเป็นการชุมนุมเพื่อเรียกร้องและปกป้องอธิปไตยของชาติ เพื่อเพิ่มความมั่นคงของชาติไม่ใช่ทำลายความมั่นคงของชาติ การออกประกาศเพื่อขอถนนคืนเท่ากับเป็นการสลายการชุมนุมโดยชอบตามรธน. ดังนั้นจึงขอยืนยันว่าจะชุมนุมต่อไป โดยเย็นวันนี้จะมีการประชุมเพื่อกำหนดมาตรการตอบโต้ประกาศทั้ง 2 ฉบับ
นายประพันธ์ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมารัฐบาลพยายามสร้างสถานการณ์หลายครั้ง ทั้่งในเรื่องการจับกุมชายที่พกระเบิด และการจับกุมชายพร้อมปืนไรเฟิลพร้อมกระสุน 160 นัดที่หน้าคุรุสภา ซึ่งรายหลังตนตรวจสอบไปแล้วไม่ปรากฏชื่อ นายอภิชาติ ตรงวินิจฉัย ว่าไปซ้อมยิงปืนที่สวนเจ้าเชษฐ ดังนั้นจึงเรียกร้องให้ช่วยตรวจสอบว่าสองเหตุการณ์เป็นการจัดฉาก เพื่อให้สอดรับการประกาศพ.ร.บ.มั่นคง หรือมีเจตนาปองร้ายต่อผู้ชุมนุม เพราะไม่น่าจะเป็นไปได้ที่ใครจะมาซ้อมยิงปืน โดยพกปืนไรเฟิล และกระสุนติดหัวระบิด 160 นัดมาในรถแท็กซี่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้าแกนนำได้ผลัดเปลี่ยนขึ้นเวทีปราศรัยแลเะอภิปรายโจมตีกดดันรัฐบาลกัมพูชาที่ลุกล้ำอธิปไตย ใช้อาวุธสงครามยิงใส่ชาวไทย และเรียกร้องให้รัฐบาลไปขอถนน 2 เลนคืนจากฝ่ายกัมพูชาที่เข้ามารุกล้ำฝ่ายไทย แทนการเรียกร้องคืน ถ.ราชดำเนิน และพ.พิษณุโลก ส่วนผู้ชมนุมยังไม่มากนัก เนื่องจากอากาศค่อนข้างร้อนอบอ้าว ส่วนใหญ่ยังพักผ่อนหลับนอนตามเต๊นท์ต่างๆ



