
เอกชนเรียกร้องยุติปัญหาโดยเร็ว หวั่นม็อบยืดเยื้อรุนแรง-นักลงทุนเบรกซื้อขาย
ภาคเอกชนเรียกร้องยุติสถานการณ์โดยเร็ว ชี้หากยืดเยื้อและรุนแรงซ้ำเติมเศรษฐกิจ ที่ต้องเผชิญวิกฤติโลกอยู่แล้ว ย้ำทุกฝ่ายต้องอยู่ในกรอบของกฎหมาย ตลาดหุ้นซบนักลงทุนทั้งไทย-เทศชะลอซื้อขายรอดูสถานการณ์
นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ว่าภาคเอกชนยังยืนยันไม่ให้ใช้ความรุนแรงไม่ว่าจากฝ่ายใด และต้องยึดหลักกฎหมาย แต่ขณะนี้เป็นห่วงว่าหากสถานการณ์บานปลายจะส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจรวม และเมื่อกระแสข่าวแพร่ไปทั่วโลกทำให้ต้องมานั่งตอบคำถามของต่างชาติอย่างไม่รู้จบ อย่างกรณีการทุบรถยนต์ของนายกรัฐมนตรีที่มีความรุนแรง ก็เชื่อว่าจะเป็นประสบการณ์ที่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะต้องเพิ่มระดับการรักษาความปลอดภัย
ด้านนายสุชาติ จันทรานาคราช ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย ยอมรับว่า หากชุมนุมยืดเยื้อและเกิดความรุนแรงจะกระทบเศรษฐกิจ ซึ่งขณะนี้เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบหนักจากเศรษฐกิจโลกอยู่แล้ว จึงขอวิงวอนผู้ที่เกี่ยวข้องหาทางยุติให้สถานการณ์กลับสู่ปกติโดยเร็ว อย่างไรก็ตาม สิ่งที่อยากเน้นย้ำคือ ผู้ที่รักษากฎหมายจะต้องมีความเคร่งครัด ไม่ให้ใครละเมิดได้
"หากการชุมนุมเห็นแก่ประโยชน์ของประเทศชาติ ไม่ใช่ผลประโยชน์ส่วนตัว สุดท้ายก็จะมีการเจรจาและหาข้อสรุปที่ยอมรับได้" นายสุชาติกล่าวและว่า ไม่ว่าการชุมนุมจะยืดเยื้อหรือไม่ แต่หากทุกฝ่ายปฏิบัติตามกฎหมายและไม่รุนแรง คงไม่กระทบมากนัก และเชื่อว่าการชุมนุมจะไม่ดำเนินการเหมือนปลายปีที่แล้ว ที่มีการปิดสนามบิน จนทำให้กระทบเศรษฐกิจ
นายไพบูลย์ พลสุวรรณา ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ขณะนี้ผู้นำเข้าสินค้าจากไทยยังไม่มีใครชะลอคำสั่งซื้อ เพราะปัญหาการเมือง แต่หากการชุมนุมบานปลายรุนแรง จะส่งผลกระทบความเชื่อมั่นต่อคำสั่งซื้อในอนาคต และกระทบต่อการส่งออกในที่สุด จึงขอวิงวอนให้ทุกฝ่ายหันมาเจรจาและยุติปัญหาโดยเร็ว ไม่เช่นนั้นไทยจะเสียโอกาส
นางภัทรียา เบญจพลชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า ปริมาณการซื้อขายที่เบาบาง เนื่องจากนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศชะลอการลงทุน เพราะมีความวิตกกังวลปัญหาการเมืองในประเทศ ซึ่งการชี้แจงให้นักลงทุนเข้าใจจะทำได้ยาก เนื่องจากทุกคนคงต้องรอผลของการชุมนุมว่าจะออกมาเป็นอย่างไร
"นักลงทุนคงกังวล และหากนักลงทุนในประเทศกังวลอย่างไร ต่างชาติก็คงกังวลเช่นนั้น ทำให้การซื้อขายของนักลงทุน ทั้งในและต่างประเทศชะลอตัวไป" นางภัทรียากล่าว



