ข่าว

'มูบารัก'ยอมลาออกจากตำแหน่งแล้ว

'มูบารัก'ยอมลาออกจากตำแหน่งแล้ว

12 ก.พ. 2554

ฮอสนี มูบารัก ยอมลาออกจากตำแหน่งแล้ว หลังผู้ชุมนุมต่อสู้มาสิบแปดวันเต็ม พร้อมคืนอำนาจให้กองทัพ ขณะที่ชาวอียิปต์นับแสนออกมาฉลองชัยไปทั่วเมือง บางคนดีใจถึงขั้นเป็นลมล้มพับ ประชาคมโลกหวังการเปลี่ยนแปลงเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น

ในที่สุด ประธานาธิบดีฮอสนี มูบารัก แห่งอียิปต์ก็ยอมลาออกจากตำแหน่งแล้ว หลังจากถูกกดดันทั้งจากพลังมวลชนที่ลุกฮือต่อต้านอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบ 30 ปีที่อยู่ในอำนาจและจากมหาอำนาจตะวันตก โดยเมื่อกลางดึกวันศุกร์ (11 ก.พ.) ที่ผ่านมา รองประธานาธิบดีโอมาร์ สุไลมาน ได้แถลงสั้นๆ ทางสถานีโทรทัศน์ของรัฐว่า เมื่อพิจารณาถึงสถานการณ์ยากลำบากที่ประเทศชาติกำลังเผชิญอยู่ ประธานาธิบดีฮอสนี มูบารัก ได้ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่ง และได้ขอให้สภากลาโหมทำหน้าที่บริหารประเทศ 
  
สิ้นเสียงแถลง บรรดาผู้ประท้วงที่รวมตัวกันชุมนุมครั้งใหญ่ที่สุดในรอบวันสิบแปดวัน ทั้งในกรุงไคโร เมืองอเล็กซานเดรีย สุเอซ และอีกหลายเมือง พากันโบกธงชาติ ส่งเสียงร้องอย่างบ้าคลั่งด้วยความปีติยินดี ทั้งร้องเพลง เต้นรำ บีบแตรรถ จุดประทัด รวมทั้งยิงปืนขึ้นฟ้า เสียงดังอื้ออึงไปทั่วทั้งเมือง ราวกับกำลังเฉลิมฉลองการปลดปล่อยประเทศไม่มีผิด
  
สำนักข่าวต่างประเทศประเมินว่ามีผู้ชุมนุมออกมาร่วมแสดงพลังทั่วประเทศมากกว่าล้านคน  โดยในกรุงไคโร นอกจากปักหลักที่จัตุรัสตาหะรีแล้ว ผู้ประท้วงหลายพันชุมนุมปิดล้อมอาคารสถานีโทรทัศน์ของรัฐและบางส่วนอยู่ที่ทำเนียบประธานาธิบดี ส่วนที่อเล็กซานเดรีย ผู้ชุมนุมหลายพันชุมนุมปิดล้อมที่พักหลังหนึ่งของนายมูบารัก  แต่ไม่มีเหตุเผชิญหน้ากับทหารแต่อย่างใด 
  
มีรายงานด้วยว่า มีผู้ประท้วงหลายคนที่จัตุรัสตาหะรี ถึงกับเป็นลมด้วยความตื่นเต้นกับข่าวการลาออกของนายมูบารัก หลังจากต่อสู้มานาน 18 วัน และเกิดปะทะกับกลุ่มผู้สนับสนุนนายมูบารัก อย่างดุเดือด

ท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวายและความไม่แน่นอน นายฮอสนี มูบารัก วัย 82 ปี พร้อมครอบครัวได้เดินทางออกจากกรุงไคโร ไปยังบ้านพักตากอากาศหรูในเมืองชาร์ม เอล เชค ริมทะเลแดง

การลาออกครั้งนี้มีขึ้นหลังจากกองทัพเพิ่งประกาศสนับสนุนจุดยืนของนายมูบารักที่แถลงเมื่อค่ำวันพฤหัสบดียืนยันจะยังอยู่ในตำแหน่งต่อไปจนถึงการเลือกตั้งในเดือนกันยายน พร้อมกับย้ำว่าจะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งอีก โดยในระหว่างนี้ได้จะมอบอำนาจการบริหารให้รองประธานาธิบดี โอมาร์ สุไลมาน ท่ามกลางความผิดหวังของผู้ประท้วงซึ่งประกาศจะสู้ไม่ถอยต่อไป

ขณะเดียวกัน ประชาคมโลกได้กดดันให้อียิปต์ก้าวสู่ประชาธิปไตย โดยประธานาธิบดีบารัก โอบามาแห่งสหรัฐกล่าวว่า ประชาชนชาวอียิปต์ได้แสดงจุดยืนชัดเจนว่าต้องการให้มีการเปลี่ยนผู้นำคนใหม่ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่เห็นสัญญาณว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญแต่อย่างใด

ส่วนประธานาธิดีนิโกลาส์ ซาร์โกซีแห่งฝรั่งเศสให้ความเห็นว่า ถึงเวลาแล้วที่นายมูบารักจะต้องสละอำนาจอย่างไม่มีทางเลี่ยงพ้น แต่หวังว่าอียิปต์จะก้าวเดินสู่แนวทางประชาธิปไตย ไม่ใช่เผด็จการในรูปแบบอื่น

นอกจากนี้ นายวิลเลียม เฮก รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษแสดงความหวังว่า การเปลี่ยนผู้นำอียิปต์จะเป็นไปด้วยความราบรื่นและนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลที่ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม

ขณะที่นางแคธเทอรีน แอชตัน ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป (อียู)แถลงว่า ถึงเวลาแล้วที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลอียิปต์