ข่าว

"บ้านโดนเอาว์"โรงพัก...ในสมรภูมิ

"บ้านโดนเอาว์"โรงพัก...ในสมรภูมิ

12 ก.พ. 2554

การเปิดฉากปะทะกันระหว่างทหารกัมพูชากับทหารไทย ตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ ชาวบ้านโดนเอาว์ ต.รุง อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ยังคงใช้ชีวิตกันตามปกติ ตั้งวงร้องรำ ทำอาหาร จัดปาร์ตี้เล็กๆ กันในครัวเรือน โดยไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์รุนแรงบานปลาย แม้ว่า "ทหา

"พอกระสุนมันมาตกที่หมู่บ้านต่างคนต่างหนีเอาตัวรอด ผมเองก็เพิ่งเคยพบเหตุการณ์แบบนี้ครั้งแรกในชีวิต เคยเห็นแต่ในหนังกับตอนซ้อม ซึ่งมันคนละเรื่องกันเพราะนี่มันเป็นเรื่องจริง พอลูกระเบิดตกลงมาในชุมชนหรือใกล้เคียง ต่างคนต่างเอาตัวรอดหนีตาย ต่างคนต่างหอบลูกจูงหลานหนี ไม่มีใครเอาทรัพย์สินอะไรได้ทัน ทางโรงพักเองก็ต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ด้วยการเอารถโล่และรถกระบะส่วนตัวของตำรวจเองไปช่วยอพยพคนจากหมู่บ้านออกไปที่ที่ปลอดภัย" พ.ต.ท.บรรจง พิลัย หัวหน้าสถานี สภ.บ้านโดนเอาว์ เล่าถึงวินาทีที่ชุมชนได้รับผลกระทบจากการสู้รบ

 แม้ว่า...อีกเพียงไม่กี่วัน พ.ต.ท.บรรจงต้องย้ายไปอยู่โรงพักแห่งใหม่ หลังจากมีคำสั่งโยกย้ายมีผลในวันที่ 10 กุมภาพันธ์นี้ แต่เขาไม่อาจละทิ้งภารกิจเบื้องหน้าได้ ดั่งจะเห็นได้จากร่องรอยทรงผมที่แหว่งวิ้น บริเวณจอนผมทั้ง 2 ข้างที่ไม่เท่ากัน เนื่องจากช่วงเวลาขณะนั้น ได้รับรายงานจากผู้ใต้บังคับบัญชาว่า "มีกระสุนตกอยู่บริเวณใกล้โรงพัก" จึงรีบเร่งช่างตัดผม...ผลจึงออกมาอย่างที่เห็น (ฮา) 

 “ผมรีบกลับมาจากตัวอำเภอ เมื่อมาถึงโรงพักแล้วเสียงปืนก็ยังไม่หยุดลง ผมก็ขี่รถจักรยานยนต์วิ่งไปดูตามถนนสายยุทธศาสตร์ที่ทหารใช้เป็นถนนที่ลำเลียงอาหารและกำลังพล ตลอดเส้นทางผมได้ยินทั้งเสียงระเบิดและเห็นลูกระเบิดตกลงมา เชื่อไหมว่ามันเหมือนกับบั้งไฟที่สลับกันขึ้น แต่มันไม่ใช่บั้งไฟ มันคือลูกระเบิด ผมแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองเลย" หัวหน้าสถานี สภ.บ้านโดนเอาว์ยังจำได้ติดตา

 แม้ว่าจะผ่านมาเกือบสัปดาห์แล้ว พ.ต.ท.บรรจงไม่เคยอยู่ไกลจากโรงพักเกิน  20 กิโลเมตร ด้วยความเชื่อที่ว่า สถานีตำรวจเป็นสัญลักษณ์ของข้าราชการไทย หมายถึงประเทศไทยชัดเจน จึงไม่สามารถละทิ้งไปได้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ก็ยอมตายกับโรงพักแห่งนี้

 "ผมจะต้องอยู่กับลูกน้องทุกวินาที อย่างน้อยก็จะคอยเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่พวกเขา ลองคิดดูหากผมซึ่งเป็นหัวหน้าสถานี ไม่อยู่ในเวลานี้แล้วลูกน้องผมที่เหลือเขาจะอยู่กันอย่างไร ประชาชนที่เดือดร้อนเขาจะไปพึ่งพาใคร ผมเคยคุยกับลูกน้องไว้ว่า หากมีลูกระเบิดมาตกที่นี่จริงๆ เราทั้งหมด 46 นายจะไม่วิ่งหนีไปที่หลุมหลบภัย เพราะดูสภาพแล้วคงไม่สามารถป้องกันภัยได้   แต่พวกเราจะมารวมกันในลานกว้าง เชื่อว่าพวกเราคงดวงไม่ซวย (หัวเราะ)" พ.ต.ท.บรรจงบอกอย่างอารมณ์ดี

 หากจะให้ประเมินสถานการณ์ พ.ต.ท.บรรจงเชื่อว่า สถานการณ์ความสงบคงจะกลับมาไม่ได้ง่ายนัก เท่าที่มีการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ทหาร ทราบว่าทั้งฝ่ายทหารไทยและฝ่ายทหารกัมพูชานั้น ต่างฝ่ายต่างมีการเสริมกำลังเข้ามา นอกจากนี้ ยังมีการปะทะคารมของผู้บริหารทั้งสองประเทศ ผ่านทางสื่อไม่เว้นแต่ละวันอีก

 วันนี้...โรงพัก "บ้านโดนเอาว์" แม้จะดูเงียบเหงา ไร้เสียงหัวเราะของเด็กๆ และรอยยิ้มกำลังใจจากภรรยาและญาติมิตร เนื่องจากต้องอพยพไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย แต่กำลังพลทั้ง 46 นาย ก็อยู่กันพร้อมหน้ากันทุกเย็น เพื่อร่วมกันวางแผน ประเมินสถานการณ์ ให้ความช่วยเหลือ และดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และจังหวะนี้ ตำรวจบางนายถือโอกาสวางปืนมาจับตะหลิวโชว์ฝีมือทำเมนูอาหารง่ายๆ รับประทานร่วมกันฉันมิตรภาพ ท่ามกลางสมรภูมิความขัดแย้งของสองประเทศ!!

        ไชยฤทธิ์ เสนาะวาที : เรื่อง
         วัชรชัย คล้ายพงษ์ : ภาพ