ข่าว

คาดเอฟทีงวดใหม่ขยับขึ้นอีกเล็กน้อยปลายเม.ย.นี้รู้ผล

คาดเอฟทีงวดใหม่ขยับขึ้นอีกเล็กน้อยปลายเม.ย.นี้รู้ผล

09 เม.ย. 2552

เรกูเลเตอร์คาดค่าเอฟทีพฤษภาคม-สิงหาคมขยับขึ้นเล็กน้อย แม้ราคาก๊าซฯ ลดลงตามราคาน้ำมัน แต่ กฟผ.ยังแบกภาระเอฟทีคงค้าง 50 สตางค์ต่อหน่วย คาดปลายเมษายนนี้รู้ผล

นายดิเรก ลาวัณย์ศิริ ประธานกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรกูเลเตอร์) เปิดเผยว่า การพิจารณาปรับอัตราค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ (เอฟที) งวดเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2552 ในปลายเดือนเมษายนนี้ มีแนวโน้มไม่ปรับขึ้น หรืออาจปรับขึ้นเล็กน้อยจากงวดเดือนมกราคม-เมษายน 2552 ที่ปรับขึ้น 14.85 สตางค์ต่อหน่วย ทำให้ค่าเอฟทีอยู่ที่ 92.55 สตางค์ต่อหน่วย เพราะเมื่อพิจารณาต้นทุนผลิตไฟฟ้าพบว่า ค่าก๊าซธรรมชาติมีแนวโน้มลดลงตามราคาน้ำมันดีเซล ขณะที่ค่าเงินไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก

 นอกจากนี้ ยังต้องพิจารณาภาระค่าเอฟทีงวดที่ผ่านมาของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) วงเงิน 2.1 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นหนี้สะสมจากที่ไม่ได้ปรับค่าเอฟทีตามต้นทุนจริง เมื่อปี 2551 ถึงปัจจุบัน ทั้งนี้หากเฉลี่ยภาระหนี้กับค่าก๊าซฯ ที่คาดว่าจะลดลงคาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนค่าไฟฟ้ามากนัก

 ด้านแหล่งข่าวจากเรกูเลเตอร์ กล่าวว่า แนวโน้มราคาก๊าซฯ ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้างวดเดือนพฤษภาคม-สิงหาคมนี้ น่าจะปรับลดลง 20 บาทต่อล้านบีทียู จาก 251.24 บาทต่อล้านบีทียูในงวดเดือนมกราคม-เมษายน 2552 เหลือประมาณ 230 บาทต่อล้านบีทียู โดยราคาก๊าซฯ ที่ลดลง 20 บาทต่อล้านบีทียู มีผลต่อต้นทุนค่าไฟฟ้าลดลง 12 สตางค์ต่อหน่วย แต่เนื่องจากมีภาระจากค่าเอฟทีสะสม 2.1 หมื่นล้านบาท ซึ่งหากมาเฉลี่ยเป็นต้นทุนค่าไฟฟ้าในแต่ละงวดแล้วจะทำให้ค่าเอฟทีต้องปรับขึ้น 50 สตางค์ต่อหน่วย อย่างไรก็ตามค่าเอฟทีจะขึ้นอย่างไรจะต้องพิจารณาต่อไป

 สำหรับค่าเอฟทีในงวดก่อนหน้านี้เท่ากับ 14.85 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้ค่าเอฟทีสำหรับการเรียกเก็บจากประชาชนเพิ่มขึ้นจาก 77.70 สตางค์ต่อหน่วย เป็น 92.55 สตางค์ต่อหน่วย ทำให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 3.02 บาทต่อหน่วย เป็น 3.17 บาท ต่อหน่วย หรือเพิ่มขึ้น 4.91%