
ลั่นกลองรบ ไทยพรีเมียร์ลีก เสาร์นี้ดูบอลที่ไหนดี
นี่คือคำถามยอดฮิตของมิตรแฟนบอลไทยในนาทีนี้ เพราะตั้งแต่สุดสัปดาห์นี้เป็นต้นไป ฟุตบอล ไทยพรีเมียร์ลีก 2011 จะได้ฤกษ์ตะบันแข้งกันแล้วประเดิมยกแรกในสัปดาห์แรกวันเสาร์ที่ 12 และ 13 กุมภาพันธ์ มีคิวเตะทั้งหมดแค่ 5 คู่ แต่ทุกคู่ถือว่าน่าสนใจไม่ได้ยิ่งหย่อนไปก
คู่ซูเปอร์บิ๊กแมทช์ต้องยกให้เกมที่สนามเทพหัสดิน “มังกรไฟ” บีอีซี เทโรศาสน อดีตแชมป์ 2 สมัยเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ “ปราสาทสายฟ้า”บุรีรัมย์-พีอีเอ รองแชมป์จากฤดูกาลที่แล้วที่ถูกสถาปนาให้เป็นทีมเต็งแชมป์ในปีนี้
ไบรอัน มาร์การ์ นายใหญ่ทีม “มังกรไฟ” สั่งระดมทุนกว่า 90 ล้านบาทเพื่อเรียกความยิ่งใหญ่ของสโมสรกลับคืนมา พร้อมบัญชาการให้ “เสี่ยแมน” ธัญญะ วงศ์นาค นักข่าวกีฬาดังของช่อง 3 ทำหน้าที่ผู้จัดการทีมเพื่อเติมเต็มความสมบูรณ์
“มังกรไฟ” เดินเกมปลุกกระแสแฟนบอลในเมืองกรุงแบบเต็มเหนี่ยวด้วยการยึด “สนามเทพหัสดิน” เป็นรังเหย้าและมั่นใจว่าปีนี้ปัญหาแฟนบอลน้อยจะไม่มีอีกแน่นอน
ขณะที่การทำทีมได้ ปีเตอร์? บัทเลอร์ โค้ชชาวอังกฤษอดีตนักเตะทีมเวสต์แฮมมานำนาวา พร้อมตั้งทีมใหม่มี “ลีซอ” ธีรเทพ วิโนทัย พร้อมพวกพ้องที่ย้ายตามมาจากเมืองทองฯ ทั้ง เจษฎา จิตสวัสดิ์, ปิยะชาติ ถามะพันธ์, ไพฑูรย์ นนทะดี, โนบายูกิ ไซเซน
นอกจากนั้นยังมีตัวทีเด็ดจากต่างชาติที่เข้ามาเสริมทั้ง เอคเคไล หัวหอกชาวไนจีเรีย และ ไอแวน บราซิวิค กองหลังชาวโครแอตที่ “เสี่ยแมน” การันตีว่าไม่ธรรมดา
“ตัวผู้เล่นเป็นหน้าที่ของ ปีเตอร์? บัทเลอร์ ที่จะดำเนินการ และจะไม่มีใครลงไปล้วงลูกเด็ดขาด แต่บอกได้เลยว่าปีนี้พวกเราเต็มสูบ” เสี่ยแมน กล่าวอย่างมั่นใจ
ด้าน “ปราสาทสายฟ้า” มาแบบจัดหนัก “เสี่ยเน” เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรที่เลิกใส่เสื้อสูททิ้งคราบนักการเมืองดังมาใส่เสื้อทีมบุรีรัมย์-พีอีเอ ออกงานมานานนับปีระดมนักเตะต่างชาติเข้ามาใหม่แบบยกแผงถึง 6 คน
“ตัวต่างชาติจากปีที่แล้วเหลือแค่ ซานโตส เพียงคนเดียว ส่วนอีก 6 คนเราเอาเข้ามาใหม่หมดเป็นแคเมอรูน 4 คนและบราซิลกับกานา 2 คน แต่ละคนมีดีกรีทีมระดับเยาวชนทีมชาติติดตัวมาทั้งนั้น”
นอกจากตัวอิมพอร์ตแล้ว ตัวที่มีอยู่ก็ไม่ธรรมดาพะดีกรีทีมชาติทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็น สุเชาว์ นุชนุ่ม, รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค, ธีราทร บุญมาทัน, กีรติ เขียวสมบัติ ด้วยเหตุนี้การเจอกันของทั้งสองทีมจึงถือว่าซูเปอร์บิ๊กแมทช์แบบปฏิเสธไม่ได้
ส่วนโปรแกรมคู่อื่นก็ถือว่าน่าสนใจ “โปลิศ” อินทรีเพื่อนตำรวจ ที่ได้ “โค้ชวัง” ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล เข้ามาทำทีมพร้อมตัวนักเตะสไตล์ “เคป๊อป” เน้นเกาหลีเป็นหลักจะพบกับ “ฮัลโหล” ทีโอที ของ “มาราโดนาเมืองไทย” สมชาย ทรัพย์เพิ่ม
ขยับไปนอกกทม. “โลมาฟ้าขาว” พัทยา ยูไนเต็ด ของ “โค้ชจุ่น” จตุพร ประมลบาน ที่จะได้คุมทีมในลีกสูงสุดนัดแรกเจองานหนักพบ “บีจี” บางกอกกล๊าส หนึ่งในทีมเต็งแชมป์ที่หลายคนรอดูว่าคู่หัวหอก “โจ้ 5 หลา” ศรายุทธ ชัยคำดี กับ ซิลเวง อีดองญา เจ๋งจริงหรือไม่
ขณะที่ “บลูมาร์ลิน” ในชื่อใหม่ ศรีราชา-ซูซูกิ ภายใต้การทำทีมของ “โค้ชแดง” ทรงยศ กลิ่นศรีสุข ที่ได้กลับคืนลีกสูงสุดอีกคนต้องเจอกับทีมเก่าแต่หน้าใหม่ “ปลาทูคะนอง” เอสซีจี สมุทรสงคราม ที่ได้ “โค้ชหรั่ง” ชาญวิทย์ ผลชีวิน พร้อมด้วย พล ชมชื่น เข้ามาทำทีมด้วยนักเตะใหม่เกือบยกชุด
ส่วนคู่วันอาทิตย์ที่ 13 กุมภาพันธ์ มีเตะเพียงคู่เดียว โดย “สิงห์เหนือ” ทีทีเอ็ม พิจิตร ยึดสไตล์ “เคป๊อป” ส่ง 7 แข้งโสมดวล “กว่างโซ้ง” เชียงราย ยูไนเต็ด ที่เตะลีกสูงสุดเป็นนัดแรก
เกมนี้ “สิงห์เหนือ” ผ่าทีมใหม่ดึงเอา เมียง โฮ แบ โค้ชชาวเกาหลีใต้พร้อมนักเตะเกาหลีใต้เข้ามาถึง 7 คน ด้าน “กว่างโซ้ง” ที่เพิ่งเลื่อนชั้นมาจากดิวิชั่น 1 เป็นปีแรกภายใต้การทำทีมของ “เตโก้” อเลกซานเดอร์ คูกูร์รา กุนซือชาวบราซิลมีนักเตะต่างชาติเต็มโควตา 7 คนเหมือนกัน
ลั่นกลองรบไทยพรีเมียร์ลีกยกแรก 5 คู่ 5 สนาม ผลจะจบลงอย่างไรต้องรอลุ้นกัน



