ข่าว

กนง.หั่นดอกเบี้ย0.25%พยุงศก.การเมืองป่วน-เศรษฐกิจดิ่งลึกกว่าคาดการณ์ไว้

กนง.หั่นดอกเบี้ย0.25%พยุงศก.การเมืองป่วน-เศรษฐกิจดิ่งลึกกว่าคาดการณ์ไว้

09 เม.ย. 2552

บอร์ด กนง. ลงมติลดดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% พยุงเศรษฐกิจ ประเมินเศรษฐกิจหดตัวลึกและนานกว่าที่คาดไว้ ขณะที่การเมืองเพิ่มความเสี่ยง ชี้หากชุมนุมยืดเยื้อกดดันจีดีพีต่ำลงอีก มองไตรมาส 4 เริ่มฟื้นตัวจากผลกระตุ้นของภาครัฐ

 ดร.ดวงมณี วงศ์ประทีป ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แถลงผลประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ว่า คณะกรรมการมีมติให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% มาอยู่ที่ระดับ 1.25% เพื่อให้นโยบายการเงินช่วยพยุงเศรษฐกิจและการฟื้นตัว โดยปัจจัยที่แตกต่างจากการประชุมครั้งก่อนคือ เศรษฐกิจหดตัวลึกกว่าและยาวกว่าที่ประมาณการไว้เดิม ซึ่งไม่รู้ว่าสถานการณ์นี้จะยืดเยื้อไปนานเท่าไร ถือเป็นประเด็นความเสี่ยงเชิงลบที่กระทบเศรษฐกิจไทยเพิ่มขึ้น

 ทั้งนี้ ที่ประชุมได้นำเอาปัจจัยเสี่ยงทางการเมืองรวมไว้เป็นส่วนหนึ่งของความเสี่ยงในการพิจารณาด้วย ถ้าหากมีการประท้วงที่ยืดเยื้อจะส่งผลในเชิงลบที่จะมีผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทยให้ออกมาต่ำกว่าที่ได้คาดการณ์เอาไว้ได้เช่นกัน โดยผลกระทบจากปัจจัยการเมืองนี้จะส่งผลทั้งในเรื่องของความเชื่อมั่นที่เกี่ยวโยงไปถึงเศรษฐกิจในประเทศ และอาจจะมีผลกระทบไปถึงการดำเนินนโยบายการคลังของภาครัฐให้มีการเริ่มโครงการต่างๆ ที่วางไว้ล่าช้าไปกว่าเดิมหรือเบิกจ่ายเงินไม่ได้ตามเป้าที่ตั้งใจไว้

 “ยังเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวได้ดีขึ้นในไตรมาสที่ 4 ปี 2552 จากผลกระตุ้นของภาครัฐรวมถึงหากเศรษฐกิจเริ่มมีเสถียรภาพก็น่าจะเอื้อต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยได้ แต่โดยภาพรวมตลอดทั้งปีเศรษฐกิจยังคงหดตัว โดยการหดตัวของเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 1 ปี 2552 จะไม่รุนแรงเหมือนไตรมาสที่ 4 ปี 2551 เพราะในช่วงดังกล่าวเป็นเหตุการณ์เฉพาะช่วงซึ่งไม่มีผลต่อเนื่อง” ดร.ดวงมณีกล่าว

 อย่างไรก็ตาม ธปท.ได้คาดการณ์ถึงภาวะเศรษฐกิจล่วงหน้าแล้ว จึงมีการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2551 รวมทั้งสิ้น 2.5% ถือเป็นการให้ยาที่ค่อนข้างแรง คงต้องติดตามดูผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อไปด้วยว่าจะเป็นอย่างไร ทั้งในส่วนที่เกิดขึ้นกับเศรษฐกิจโลกและในประเทศด้วยทุกอย่างก็เป็นความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นได้ที่จะต้องติดตามดูกันต่อไป ซึ่งหลังจากที่ ธปท.ลดอัตราดอกเบี้ยลงมาแล้ว ก็ทำให้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ หรือเอ็มแอลอาร์ เฉลี่ยของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ 5 แห่ง ปรับลดลงมาแล้ว 1.1% คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 44% ของการลดดอกเบี้ยของ ธปท.