ข่าว

อดีตทูตพบยูเนสโกจี้ชลอแผนพระวิหาร

อดีตทูตพบยูเนสโกจี้ชลอแผนพระวิหาร

11 ก.พ. 2554

"ทูตอัษฎา" ย้ำ ยูเนสโก ให้เห็นปัญหาจากการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร พร้อมเรียกร้องชะลอแผนบริหารฯ ออกไปก่อน ทีมกฎหมาย กต. เตรียมข้อมูลหลักฐานพร้อมแจงยูเอ็นเอสซี 14 ก.พ. “100ส.ส.ไทย”ยื่นหนังสือยูเนสโกด้วย

เมื่อเวลา 13.45 น. นายธานี ทองภักดี อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า ในช่วงเช้าวันนี้ (11 ก.พ.) นายอัษฎา ชัยนาม หัวหน้าคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย - กัมพูชา (เจบีซี) ฝ่ายไทย ได้เข้าพบปะผู้อำนวยการองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดยทูตอัษฎา ได้ตอกย้ำท่าทีปัญหาที่ตามมาจากการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร และให้ชะลอแผนบริหารจัดการบริเวณโดยรอบประสาทพระวิหาร เนื่องจากปัญหาข้อพิพาทตามแนวชายแดนไทย - กัมพูชาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ได้สะท้อนถึงความละเอียดอ่อนของบริเวณพื้นที่ทับซ้อนใกล้กับปราสาทพระวิหาร อีกทั้งยังเป็นผลจากความพยายามในการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร

 นายธานี กล่าวอีกว่า ในกำหนดการเดินทางของนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ที่จะเดินทางไปนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ในวันที่ 14 ก.พ.นี้ เพื่อให้ข้อมูลต่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ซึ่งในวันพรุ่งนี้ (12 ก.พ.) นายกษิตจะแวะไปพบกับทูตอัษฎา ที่กรุงปารีส ก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังนครนิวยอร์ก โดยจะพูดคุยกับทูตอัษฎาถึงท่าทีของยูเนสโกหลังจากที่ฝ่ายไทยได้ให้ข้อมูลแล้ว ทั้งนี้ ในกำหนดการของนายกษิต จะพบกับประธานยูเอ็นเอสซี ในช่วงเช้าวันที่ 14 ก.พ. ซึ่งมีเวลาให้ข้อมูลราวชั่วโมงครึ่ง โดยเปิดให้รัฐมนตรีต่างประเทศของไทย กัมพูชา และประธานอาเซียน ให้ข้อมูลในประเด็นปัญหาและพัฒนาการของเรื่องดังกล่าวต่อที่ประชุม

 “แนวทางที่ไทยได้เตรียมชี้แจงต่อยูเอ็นเอสซี คือ จะขยายความและตอกย้ำในประเด็นที่นายกรัฐมนตรีได้ทำหนังสือถึงยูเอ็นเอสซีมาก่อนหน้านี้ โดยยืนยัน เหตุการณ์ดังกล่าว ประเทศไทยไม่ได้เป็นฝ่ายรุกรานก่อน เพียงแต่ตอบโต้ตามความจำเป็น และมุ่งเป้าไปที่ทางการทหารเท่านั้น รวมทั้งมุ่งมั่นที่จะเจรจาแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธี ภายใต้กรอบการประชุมเจบีซี โดยไทยมีความพร้อมที่จะจัดการประชุมดังกล่าวในปลายเดือน ก.พ.นี้” นายธานีกล่าว

 ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความชัดเจนในเรื่องกำหนดวันและสถานที่ของการประชุมเจบีซี อย่างไรบ้าง นายธานี กล่าวว่า ต้องรอทางฝ่ายกัมพูชาให้คำตอบ โดยหวังว่าจะมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ภายหลังจากที่รัฐมนตรีของไทยและกัมพูชา พบปะกันนอกรอบจากการเข้าให้ข้อมูลต่อยูเอ็นเอสซีที่นครนิวยอร์ก ในวันจันทร์ (14 ก.พ.) ที่จะถึงนี้

กต.เตรียมข้อมูลหลักฐานพร้อมแจงยูเอ็นเอสซี14ก.พ.

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในขณะนี้ ทางกระทรวงการต่างประเทศ ได้รวบรวมเอกสารทางประวัติศาสตร์ และแผนที่เขตแดน ตามที่ทีมกฎหมายของกระทรวงการต่างประเทศได้ศึกษาและรวบรวมมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง นอกจากนี้ ยังได้รวบรวมรูปภาพถ่าย และคลิปวิดีโอจากพื้นที่ทับซ้อนตามแนวชายแดนไทย - กัมพูชา และภาพถ่ายเหตุการณ์ปะทะระหว่างกองทัพไทยกับกัมพูชา ตลอดจนภาพความเสียหายในทรัพย์สินบ้านเรือน และชีวิตประชาชนในพื้นที่ เพื่อนำไปแสดงประกอบกับการชี้แจงต่อยูเอ็นเอสซีในเช้าวันที่ 14 ก.พ.นี้

 อย่างไรก็ตาม การเตรียมพร้อมข้อมูล และเอกสารหลักฐานค่อนข้างสมบูรณ์กว่าร้อยเปอร์เซ็นต์ โดยคณะที่จะเดินทางไปให้ข้อมูลต่อยูเอ็นเอสซีประกอบด้วย นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายธีรกุล นิยม ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ นายธานี ทองภักดี โฆษกระทรวงการต่างประเทศ นายอิทธิพร บุญประคอง อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย และนายวีรชัย พลาดิศรัย เอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงเฮก ประเทศเนเธนแลนด์ ซึ่งล้วนเป็นนักกฎหมายระหว่างประเทศมือหนึ่งของกระทรวงการต่างประเทศ และศึกษาจับงานเรื่องเขตแดนมากว่า 10 ปี

“100ส.ส.ไทย”ยื่นหนังสือยูเนสโก

 ที่รัฐสภา เมื่อเวลา 16.00 น. นายอรรถพร พลบุตร ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ในวันพุธที่ 16 ก.พ.นี้ ตนพร้อมส.ส.ที่ร่วมลงชื่อทำหนังสือคัดค้านการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก ประมาณ 100 คน โดยจะยื่นหนังสือดังกล่าวต่อนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา เพื่อให้ส่งหนังสือดังกล่าวไปยังคณะกรรมการมรดกโลก เนื่องจากส.ส.กลุ่มที่คัดค้านเห็นว่าบริเวณโดยรอบปราสาทพระวิหารยังเป็นพื้นที่พิพาท และเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการปะทะกันของทหารฝ่ายไทย และกัมพูชา นอกจากหนังสือดังกล่าวตนจะแนบภาพถ่ายที่ได้มาจากสื่อมวลชนต่างชาติ ที่แสดงให้เห็นว่าทหารของกัมพูชาใช้ปราสาทพระวิหารเป็นฐานปฏิบัติการทางการรบ ซึ่งขัดต่อเงื่อนไขการขึ้นทะเบียนมรดกโลก

 “องค์การยูเนสโก ตั้งขึ้นเพื่อเป็นกำลังสนับสนุนภารกิจขององค์การสหประชาชาติในการธำรงไว้ซึ่งสันติภาพที่มั่นคง แก้ไขปัญหาและจุดอ่อนที่เป็นสาเหตุให้เกิดความขัดแย้งหรือสงคราม ดังนั้น หากยูเนสโกจะพิจารณารายงานของประเทศกัมพูชาเพื่อขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร เป็นมรดกโลกท่ามกลางความขัดแย้งของทั้ง 2 ประเทศ จะทำให้ความสัมพันธ์ของไทยและกัมพูชาก้าวสู่ภาวะวิกฤติ และอาจนำไปสู่การเผชิญหน้าได้” นายอรรถพร กล่าว