
ไพบูลย์ไม่แทรกสตง.อิทธิพลหลุดส.ว.
ศาลรธน.วินิจฉัย "ไพบูลย์ นิติตะวัน" ส.ว.สรรหา ไม่ได้ใช้อำนาจหน้าที่แทรกแซง สตง.กรณีให้ความเห็นด้านก.ม.เกี่ยวกับตำแหน่ง "คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา" ขณะที่ อิทธิพล เรืองวรบูรณ์ ส.ว.สรรหา ไม่รอด ศาลรธน.วินิจฉันให้สิ้นสมาชิกสภาพ ส.ว. เหตุลูกชายเป็นนายกเทศมนตรี
ที่ศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 11 ก.พ.ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยกรณี ประธานวุฒิสภาส่งความเห็นของนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหาและสมาชิกวุฒิสภา 16 คนที่เข้าชื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยให้สมาชิกภาพของนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหาสิ้นสุดลง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 119(5) ประกอบมาตรา 266 กรณีใช้ตำแหน่งหน้าที่ประธานที่ปรึกษาวุฒิสภาส่งความเห็นเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่คณะกรรมการการตรวจเงินแผ่นดิน และผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินให้กับคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา เพื่อนำไปกล่าวอ้างในการปฏิบัติหน้าที่ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินต่อไป และกรณีประธานวุฒิสภา ส่งความเห็นของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้สมาชิกภาพการเป็นส.ว.ของนายอิทธิพล เรืองวรบูรณ์ ส.ว.สรรหาต้องสิ้นสุดลง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 119(4) ประกอบมาตรา 115 (5) กรณีบุตรชายไปดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรี ตำบลศรีสงคราม อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม
นายเฉลิมพล เอกอุระ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้อ่านคำวินิจฉัยกรณีของนายไพบูลย์ ว่า ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าข้อเท็จจริงตามคำร้องปรากฏ ว่ารัฐธรรมนูญมาตรา 266 กำหนดให้ส.ส.และ ส.ว.ต้องไม่ใช้สถานะหรือตำแหน่งเข้าไปก้าวก่าย หรือแทรกแซง การปฏิบัติราชการในหน่วยงานของรัฐเพื่อประโยชน์ของตนเอง ของผู้อื่นไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นหลักประกันให้กับข้าราชการ ผู้ปฏิบัติหน้าที่ว่าจะสามารถปฏิบัติหน้าที่ด้วยความถูกต้องเป็นกลาง ไม่ต้องหวั่นเกรงต่อการถูกแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง ซึ่งการที่คุณหญิงจารุวรรณ มีหนังสือถึงนายไพบูลย์ ในฐานะที่เป็นประธานคณะกรรมการที่ปรึกษากฎหมายของประธานวุฒิสภา เพื่อขอทราบความเห็นของทางกฎหมายของคณะที่ปรึกษาฯต่อประเด็นดังกล่าว เพื่อจะได้ทำเป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และนายไพบูลย์ ก็ได้ส่งความเห็นของคณะกรรมการที่ปรึกษากฎหมายให้ภายในวันเดียวกันนั้น ซึ่งต่อมาแม้คุณหญิงจารุวรรณ จะนำความเห็นดังกล่าวไปใช้กล่าวอ้างในการปฏิบัติหน้าที่ของตน แต่ความเห็นดังกล่าวก็เป็นเพียงข้อมูลตามที่สตง.ได้มีการร้องขอ ซึ่งไม่เกี่ยวกับวุฒิสภา อีกทั้งความเห็นที่นายไพบูลย์ ส่งก็เป็นบันทึกความเห็นของคณะกรรมการที่ปรึกษากฎหมาย ไม่ใช่ความเห็นของนายไพบูลย์เพียงคนเดียว ประกอบกับการปฏิบัติหน้าที่ของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินต้องเป็นไปตามพ.ร.บ.การตรวจเงินแผ่นดินพ.ศ.2542 ดังนั้นจึงไม่ถือว่าการมีบันทึกความเห็นของคณะที่ปรึกษากฎหมายไปถึงคุณหญิงจารุวรรณ เป็นการใช้สถานะวุฒิสภาเข้าไปก้าวกายแทรกแซง การปฏิบัติหน้าที่จึงไม่เป็นเหตุให้สมาชิกภาพของนายไพบูลย์ ส.ว.สรรหาต้องสิ้นสุดลง
นายอุดมศักดิ์ นิติมนตรี ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้อ่านคำวินิจฉัยกรณีนายอิทธิพล เรืองบริบูรณ์ ส.ว.สรรหา โดยศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 115 บัญญัติให้บุคคลผู้มีคุณสมบัติและไม่มีคุณสมบัติต้องห้าม ดังต่อไปนี้เป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หรือได้รับการเสนอชื่อเพื่อรับเข้าการสรรหาเป็นส.ว. (5) ไม่เป็นบุพการี คู่สมรส หรือบุตร ของผู้ดำรงตำแหน่งส.ส.หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง แต่ทั้งนี้รัฐธรรมนูญไม่ได้บัญญัตินิยามของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองไว้อย่างชัดเจน ซึ่งถ้าไปดูรัฐธรรมนูญมาตรา 259 ที่ระบุถึงผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของตน คู่สมรสและบุตร ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ต่อป.ป.ช.ทุกครั้งที่เข้ารับหรือพ้นจากตำแหน่ง (6) จะกำหนดให้หมายถึงผู้บริหารท้องถิ่น และสมาชิกสภาท้องถิ่นที่กฎหมายบัญญัติ และเมื่อพิจารณาระเบียบบริหารราชการแผ่นดินได้กำหนดอำนาจ หน้าที่ ตำแหน่ง ในการบริหารราชการ ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และท้องถิ่นเอาไว้ ซึ่งนายกเทศมนตรีตำบลนั้นมาจากการเลือกตั้งของประชาชน มีอำนาจหน้าที่กำกับและกำหนดทิศทางในการบริการท้องถิ่นนั้น ดังนั้นนายกเทศมนตรีตำบลจึงอยู่ในความหมายผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และถือเป็นผู้บริหารท้องถิ่นประเภทหนึ่งที่หากรัฐธรรมนูญ จะให้สิทธิในการสมัครเป็นส.ว.สรรหา รัฐธรรมนูญก็จะต้องเขียนยกเว้นไว้ เหมือนกับที่บัญญัติไว้ในมาตรา 115(9)
คำวินิจฉัยยังระบุด้วยว่า การที่รัฐธรรมนูญมาตรา 115 (5) บัญญัติเช่นนี้มีเจตนารมณ์ เพื่อให้ผู้ที่จะเข้ามาทำหน้าที่ส.ว.เข้ามาตรวจสอบด้วยความเป็นอิสระ จึงไม่ต้องการให้มีบุคคลในครอบครัวเดียวกัน หรือเครือญาติเข้ามาดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพราะอาจจะถูกครอบงำได้ ข้อเท็จจริง แม้ส.ว.จะไม่มีอำนาจถอดถอนนายกเทศมนตรีตำบลได้โดยตรง แต่ก็สามารถใช้ตำแหน่งหน้าที่ส.ว.เข้าไปแทรกแซงก้าวก่ายการบริหารงานส่วนท้องถิ่นได้ทั้งทางตรงทางอ้อม ดังนั้นเมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่านายยุทธนาดำรงตำแหน่ง นายกเทศมนตรี ตำบลศรีสงคราม ซึ่งถือว่าเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จึงเป็นเหตุให้สมาชิกภาพของนายอิทธิพล สิ้นลงสุดตามรัฐธรรมนูญมาตรา 119(4) นับแต่ที่มีเหตุให้ผู้ถูกร้องขาดคุณสมบัติตั้งแต่วันที่ นายยุทธนาได้รับการเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรี ตำบลศรีสงคราม



