
ล้วงตับการเมือง
การวางเป้าในการต่อสู้อย่างสะเปะสะปะหลากหลาย จะล่อไปทุกอย่าง ทั้งรัฐบาล ทั้งพล.อ.เปรมติณสูลานนท์ ทั้งองคมนตรีบางคน หลังๆ ก็เลยเถิดจะไปโค่นล้ม "ระบอบอำมาตยาธิปไตย" ด้านหนึ่งทำให้ขบวนการขาดเอกภาพ
แต่ข้อดีก็มีคือสามารถระดมแนวร่วมได้กว้างขวางทั้งคนรักทักษิณและได้ "อดีตคอมมิวนิสต์" ที่เมื่อได้ยินว่าจะล้ม" อำมาตย์" ก็แห่ตามกลิ่นกันมาจองกฐินขอโหนขบวนสีแดงของ "นายใหญ่" ทักษิณชินวัตร ไปด้วยอีกเป็นพรวน
"ประสาร มฤคพิทักษ์" อดีตคอมฯเก่า อีกคน ฉายภาพก๊วนก๊กสหาย ที่เคยจับปืนร่วมรบกันในป่าเขา ร่วมด้วยช่วยกันหวังล้ม "อำมาตย์" ว่าเป็นพวก"คอมฯ อกหัก" เพื่อนฝูงกันทั้งนั้น
"พวกนี้อกหักจากพรรค (พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย) เคยสู้แล้วไม่สำเร็จพอออกมายังอารมณ์ค้างเห็นทักษิณสู้กับขุนนางอำมาตย์ก็กระโดดเข้าร่วมทันที กลุ่มนี้ไม่ใช่แค่นักการเมือง แต่ยังมีนักวิชาการอีกหลายคนที่ลุ้นว่าทักษิณจะล้มได้ไหม"
"ประสาร" ขยายความคำว่า "อำมาตย์" ในทัศนะของผู้เคยเป็นคอมฯด้วยว่า ที่กลุ่มแดงพูดถึงมันไม่ชัด ทักษิณพูดอย่าง แกนนำบนเวทีพูดอย่าง ตกลงไม่รู้ว่า "อำมาตย์" หมายถึงใครกันแน่แต่ถ้าหมายถึง "ป๋าเปรม" หรือองคมนตรีล่ะก็
"ผมบอกได้เลยว่าในยุคนี้กลุ่มที่ทรงอิทธิพลในสังคมและน่ากลัวกว่าองคมนตรี ก็คือกลุ่มทุน โดยเฉพาะกลุ่มชินวัตร นั่นแหละ ไม่ใช่ใครที่ไหน"
"ตาสว่างกันได้แล้ว สหายเอ๋ย" คอมฯเก่า กระซิบฝากบอกเพื่อน
๐๐๐สถานการณ์การเมืองในขณะนี้ภาระตกหนักอยู่ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ และทหาร แต่ที่ดูแล้ว "น่าเห็นใจ" ที่สุดนอกจากที่บริเวณทำเนียบรัฐบาลแล้ว ก็คงเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดูแลความเรียบร้อยของ "พรรคประชาธิปัตย์" ปกติตำรวจจะมีข้าวกล่องซึ่งเป็นเงินจากเบี้ยเลี้ยงมาส่งให้ที่พรรคทุกวัน แต่วันหนึ่งมี "ม็อบ" มายื่นหนังสือถึง "นายกฯ อภิสิทธิ์" เหลือบไปเห็น "ข้าวกล่องของตำรวจ" ก็เข้าใจว่าทางพรรคประชาธิปัตย์จัดให้จึงหยิบไปกินจนหมดด้านตำรวจก็ได้แต่มองตามแต่ไม่รู้จะทำอย่างไร...สงสัยพรรคคงยุ่งจนลืมดูแลตำรวจที่มารักษาความปลอดภัยให้พรรค



