ข่าว

เขมรให้ความรู้ปชช.ระเบิดลูกปราย

เขมรให้ความรู้ปชช.ระเบิดลูกปราย

11 ก.พ. 2554

กัมพูชาส่งทีมผู้เชี่ยวชาญให้ความรู้ประชาชนเรื่องระเบิดลูกปราย จาการ์ต้า โพสต์ ของอินโดนีเซีย รายงาน การปะทะกันระหว่างไทยกับกัมพูชา เป็นจุดอ่อนของการเชื่อมเครือข่ายประชาคมอาเซียน

(11ก.พ.) หนังสือพิมพ์พนมเปญโพสต์และเวบไซต์ เคไอ มีเดีย บล็อก สปอต รายงานว่า ศูนย์ปฏิบัติการเก็บกู้กับระเบิดกัมพูชาของรัฐบาลกัมพูชา (ซีแมก) ได้ส่งทีมผู้เชี่ยวชาญออกรณรงค์ให้ความรู้แก่ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการยิงต่อสู้บริเวณชายแดนกัมพูชาและไทย เพื่อให้สามารถแยกแยะชนิดกับระเบิด กระสุนปืนที่ยังไม่ระเบิด และกระสุนของระเบิดลูกปรายเพื่อหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้ โดยมีการติดโปสเตอร์ที่แสดงภาพถ่ายของระเบิดลูกปรายที่ทางซีแมก อ้างว่า ถูกยิงตกใส่หมู่บ้านสวายชรุม จังหวัดพระวิหาร และกระสุนปืนชนิดต่างๆ และแจกจ่ายใบปลิวแก่ชาวบ้าน

ระเบิดลูกปรายสามารถยิงจากพื้น หรือทิ้งจากเครื่องบิน จะแยกตัวออกก่อนตกถึงพื้นและแตกเป็นระเบิดย่อยๆจำนวนมากกระจายในพื้นที่กว้าง แต่มักมีลูกระเบิดย่อยส่วนหนึ่งที่ไม่ระเบิด หลงเหลืออยู่ตามพื้นดินเป็นเวลาหลายสิบปี และหากไปเหยียบโดนเข้า ก็อาจเกิดระเบิดทำให้บาดเจ็บสูญเสียแขนขาได้

ซาเอม พอนเรย ผู้อำนวยการแผนกกู้ระเบิดของซีแมก บอกว่า หมู่บ้านสวายชรุม อยู่ห่างจากปราสาทพระวิหารไปทางใต้เกือบ 3 กม.และขณะนี้มีกระสุนระเบิดลูกปรายตกกระจายอยู่ในหมู่บ้านจำนวนมาก พร้อมกับโชว์กระเบิดย่อย 40-72 ลูกของระเบิดลูกปรายให้ดูด้วย และบอกว่า ระเบิดที่พบเป็นระเบิดใหม่ทั้งหมด และอ้างว่ามีตำรวจสองนายเสียชีวิตและบาดเจ็บอีก 8 นายจากระเบิดลูกปราย

อินโดฯรายงานปะทะไทย-เขมรจุดอ่อนประชาคมอาเซียน

หนังสือพิมพ์จาการ์ต้า โพสต์ ของอินโดนีเซีย รายงานอ้างการเปิดเผยของนายมาการิม วิบิโซโน่ผู้อำนวยการบริหารของมูลนิธิอาเซียน (ASEAN Foundation) ว่า การปะทะกันบริเวณชายแดนระหว่างทหารไทยกับกัมพูชา อันเนื่องมาจากดินแดนพิพาทบริเวณปราสาทพระวิหาร ได้แสดงให้เห็นว่า ยังมีงานอีกมากที่ต้องทำให้สำเร็จ ในกระบวนการสร้างประชาคมอาเซียน (ASEAN community) ให้ได้ภายในปี 2555

นายมาการิม กล่าวเน้นด้วยว่า กระบวนการสร้างประชาคมอาเซียน ในปัจจุบัน ยังไม่เพียงพอ เนื่องจากการดำเนินการต่าง ๆ ส่วนใหญ่ในกลุ่มประเทศสมาชิก ยังคงมีรัฐบาลเป็นศูนย์กลางแต่การสร้างประชาคมอาเซียน จะต้องเริ่มจากส่วนล่าสุดขึ้นมา ซึ่งหมายถึงว่าต้องมีการติดต่อกันอย่างเข้มข้นระหว่างประชาชนกับประชาชน

นายมาการิม กล่าวอีกว่า ในช่วงปีแรก ๆ ที่ก่อตั้งนั้น อาเซียนมุ่งเน้นการประชุมในระดับรัฐมนตรีต่อมาได้พัฒนาเป็นการประชุมสุดยอดในระดับผู้นำรัฐบาล หรือ ประมุขแห่งรัฐ ทำให้ผลที่ออกมาคือการผลิตแต่โครงการที่ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่สถาบันต่าง ๆ ของรัฐ ไม่ได้ก่อให้เกิดการติดต่อสัมพันธ์ระหว่างประชาชนต่อประชาชนแต่อย่างใด

นายมาการิม ซึ่งเหลือเวลาการดำรงตำแหน่งอีก 3 ปี ได้เตรียมจะเปิดช่องทางให้มีการติดต่อกันระหว่างประชาชนกับประชาชนภายในภูมิภาค ด้วยการจัดประชุมของภาคประชาสังคม เช่นผู้สื่อข่าวในกลุ่มอาเซียน และคนหนุ่มสาว เขาบอกด้วยว่า ปัจจัยสำคัญในการสร้างประชาคมอาเซียน ก็คือ ความรู้สึกถึงความเป็นประชาคมอาเซียน ที่ขณะยังไม่มีอยู่ในใจของคนในภูมิภาค