
ชัยปุระ เมืองมหาสุลต่านอินเดีย
คุณทัศพล แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แอร์เอเชีย เล่าให้ฟังว่า แอร์เอเชียเปิดบินตรง กรุงเทพฯ-เดลี และ กรุงเทพฯ-โกลกาตา วันละ 1 เที่ยวบิน ชาวอินเดียจึงใช้แอร์เอเชียบินมาเที่ยวไทยมากขึ้น ปีที่แล้วชาวอินเดียกว่า 1.5 แสนคน เดินทางมาเที่ยวและจับจ่ายซื้อ
หนุ่มสาวชาวอินเดียยุคใหม่ เหมาลำพาครอบครัวญาติมิตร มาปิดโรงแรมที่หัวหินและภูเก็ต จัดงานแต่งงานอย่างยิ่งใหญ่ ชาวอินเดียทุกคนบอกว่า ค่าใช้จ่ายถูกกว่าจัดงานแต่งในอินเดีย และเส้นทางบินตรงสู่อินเดีย ยังเปิดโอกาสให้ชาวไทย ไปสัมผัสรักที่ ทัช มาฮาล และแหล่งท่องเที่ยวอารยธรรมอินเดีย สะดวกประหยัดรวดเร็วขึ้น
เที่ยวอินเดียครั้งนี้ คุณกฤติยาวดี พงษ์พาณิชย์ และทีมงานแอร์เอเชีย พาผมเที่ยวชมวังจนซึมซับเข้าไปในหัวใจ ที่ผมชอบมากคือ เมืองชัยปุระ(JAIPUR) ต้องขับรถขึ้นเขาไปชม ป้อมแอมเบอร์(AMBER FORT) ซึ่งเป็นพระราชวังของมหาราชา และเป็นที่ประทับของพระมเหสีฝ่ายในถึง 12 พระองค์
ขณะที่เดินชมวังบนยอดเขา ผมถ่ายวิดีโอในท้องพระโรงห้องกระจก ได้เห็นเจ้าหญิงองค์หนึ่งหมุนตัว ส่าหรีสีขาวพลิ้วหายลับเข้าไปในวังชั้นใน จึงมาค้นหาข้อมูลในเว็บไซต์อินเดียพบว่า เจ้าหญิงที่ห่มส่าหรีสีขาวหมายถึง หญิงสาวบริสุทธิ์ที่รอถวายตัวต่อองค์สุลต่าน เพื่อขึ้นชั้นเป็นมเหสีประจำพระองค์ต่อไป ฟังแล้วขนลุกครับ
เมื่อเข้าสู่เขตเมืองชัยปุระผมคิดในใจว่า นี่แหละพาหุรัดอินเดีย ขายเสื้อผ้าทองคำเพชรพลอย เป็นชุมทางการค้าที่ชาวอินเดีย มาจับจ่ายซื้อสินค้ากันแน่นขนัด ปี ค.ศ.1853 สุลต่านรามซิงห์ ให้ทาสีบ้านเมืองชัยปุระเป็นสีชมพู เพื่อรับเสด็จเจ้าชายแห่งเวลส์ พระสวามีของ พระนางเจ้าวิกตอเรีย ชัยปุระ จึงได้ชื่อว่า เมืองสีชมพู
ผมถ่ายรูปเมืองสีชมพูมาให้ชมแล้ว แวะร้านขายเสื้อผ้าอินเดีย หาซื้อเสื้อไหมแขนกระบอกลายอินเดียสวยมาก เจ้าของร้านบอกตัวละ 3,900 รูปี (1 รูปี = 0.75 บาท) ผมดูเนื้อผ้าและการตัดเย็บ จึงต่อเหลือ 300 รูปี แขกส่ายหัว แล้วลดลงเหลือ 2,900 รูปี แล้วลดลงอีกครั้ง 900 รูปี เมื่อผมยืนยันซื้อ 3 ตัว จึงได้ตัวละ 300 รูปี (225 บาท)
เอากลับมาเล่าให้น้องๆ ในคณะฟัง หัวเราะกันใหญ่ วันรุ่งขึ้นผมจึงใส่เสื้อไหมอินเดียไปเที่ยว ทัช มาฮาล ให้เข้ากับบรรยากาศอินเดีย ไม่น่าเชื่อว่า ผ้าไหมอินเดียเนื้อบางๆ จะป้องกันอากาศหนาวได้ดีเท่าเสื้อแจ็กเก็ตหนาๆ แม่มะลิซักผ้าไหมอินเดียด้วยมือ แขวนทิ้งไว้พักเดียวผ้าแห้งเร็วกว่าผ้าทั่วไป เพราะผ้าไหมอินเดียเนื้อแน่นจึงป้องกันลมหนาวได้ดีครับ
ท่านที่จะไปเที่ยวอินเดียกับแอร์เอเชีย มีโอกาสไปเยือนเมืองชัยปุระ สอบถามร้านขายเสื้ออินเดียกับผมได้ที่ โทร.08-1251-9122
อินดัส อินเดียชาววัง
ไปอินเดียครั้งนี้ แอร์เอเชียให้ บริษัท ลุคอีสต์ ผู้เชี่ยวชาญทัวร์อินเดีย ดูแลตลอดการเดินทาง "คุณสิธ" สิธธัตถะ เซกาล นำทางและให้ข้อมูลแก่ผมตลอดเวลา จนผมรู้เรื่องและกินอาหารอินเดียได้มากขึ้น เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา คุณกฤติยาวดี พงษ์พาณิชย์ จึงชวนผมและคณะทัวร์อินเดีย ไปกินข้าวที่ร้าน อินดัส ของคุณสิธ
หนุ่มหล่อแบบพระเอกหนังอินเดียคนนี้ เรียนจบจากนิวยอร์ก แต่รู้เรื่องอาหารอินเดียมาก จึงแนะนำให้ผมชิมจานแรก สลัดมันฝรั่งทอด ใช้แป้งมันฝรั่งทอดให้กรอบ ราดด้วยน้ำสลัดอินเดีย และน้ำสลัดที่ทำจากเนย เพื่อเรียกน้ำย่อยและช่วยในการขับถ่าย ตามด้วย ไก่ย่างทันดูรี อาหารโปรดของผม
อินดัส มีเตาทันดูรี(เตาย่าง)สำหรับย่างเนื้อ และเตาทันดูรีสำหรับทำ นาน(โรตีอินเดีย) การแยกเตาทำให้เนื้อเช่นไก่แพะซีฟู้ด สามารถปรุงรสใส่เครื่องเทศให้เข้มข้น เวลาย่างจึงมีกลิ่นหอมและเครื่องเทศซึมเข้าไปในเนื้อมากขึ้น ส่วนเตาที่ย่างนานอย่างเดียว ทำให้นานนุ่มหอมอร่อย ไม่มีกลิ่นเครื่องเทศมาผสมในแป้ง
ไก่ย่างทันดูรีเนื้อไก่จึงนุ่มชุ่มโยเกิร์ต กลิ่นเครื่องเทศอบอวลอยู่ในเนื้อไก่ หอมกลิ่นควันไม้หอม กินกับนานอร่อยเต็มปากเต็มคำดีจริงๆ อินดัสไม่ต้องสั่งชีสมาจากอินเดีย คุณสิธให้เชฟในครัวทำชีสไว้ใช้เอง ไปซื้อนมขวดในห้างสรรพสินค้า เอามาปั่นจนนมตกตะกอน กรองด้วยผ้าจนเป็นชีสก้อนแข็ง(เหมือนการทำเตาหู้จีน)
ชีสย่างผัดเครื่องเทศ เอาชีสมาหั่นเป็นก้อนเสียบไม้ย่างในเตาทันดูรี แล้วผัดกับเครื่องเทศชีสจึงไม่มีกลิ่นสาบนมเหมือนไปกินที่อินเดีย แกงอินเดียที่อินดัสมีถึงสามถ้วย แกงไก่ แกงแพะ แกงกุ้งสด น้ำแกงเข้มข้นปรุงรสด้วยโยเกิร์ตและนมสด ผมคิดว่านี่คือต้นแบบของการทำ แกงพะแนง ของไทย เพราะน้ำขลุกขลิกเหมือนกัน
แกงทั้งสามถ้วยต้องกินกับ ข้าวผัดเชฟฟ่อนอบชีส ใช้ข้าวบาสมาติ(ข้าวอินเดีย)ผัดกับเชฟฟ่อน(เครื่องเทศทำข้าวหมก) โรยอบด้วยชีสจนละลายซึมเข้าไปในเม็ดข้าว ผมใช้นิ้วขยุ้มเม็ดข้าวเคล้ากับน้ำแกงจนชุ่ม กินด้วยมือแบบอินเดียอร่อยย้อนยุคสองพันปี อิ่มแล้วคุณสิธเสิร์ฟของหวานให้ชิม
ชีสในน้ำเชื่อม พุดดิ้งข้าว พุดดิ้งแครอท ใช้ชีสต้มในน้ำเชื่อมไม่ต้องหวานมาก ได้รสชาติของชีสที่หวานแปลกออกไป ส่วนพุดดิ้งทั้งสองถ้วยอบอวลไปด้วยนมและเนย ที่ให้ความนุ่มลิ้น ก่อนกลับผมสั่งชาอินเดียใส่นมร้อนๆ จิบเพื่อช่วยให้กระเพาะอุ่นขึ้น ชาอินเดียกลิ่นนุ่มละไม ช่วยให้สมาธิแจ่มใสขับรถกลับบ้านสบายอารมณ์ครับ
"อ.ไชยแสง กิระชัยวนิช"



