
แค่ทำตามกฎหมายก็พอ
วันนี้เว้นเรื่อง ยุบสภาหรือไม่ยุบสภา เรื่องไทยฉะกับเขมร ที่ชายแดน อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ แล้วมาว่ากันเรื่องที่ปวดหัวกันน้อยหน่อยเสียบ้าง อย่างเรื่องคุณสมบัติของวุฒิสภา ที่วันศุกร์ที่ 11 กุมภาพันธ์นี้ ศาลรัฐธรรมนูญจะได้อ่านคำวินิจฉัยว่า วุฒิสภา 2 คนนั้นข
บางคนคิดว่า การทำหน้าที่ของวุฒิสภา ที่ผ่านมาไม่เข้าตา จนสื่อมวลชนประจำรัฐสภาตั้งฉายาว่า อัมพฤกษ์รับจ๊อบ นั่นแหละ
แต่ความจริงแล้ว อำนาจและหน้าที่ของวุฒิสภานั้น ไม่อาจมองข้ามได้
เพราะวุฒิสภา มีอำนาจในการถอดถอน ตั้งแต่นักการเมืองไปจนถึงข้าราชการ ไล่เรียงตั้งแต่ระดับปลัดกระทรวงลงไปจนถึงระดับอธิบดี
เพียงแต่ว่า ที่ผ่านมาเรายังไม่ค่อยเห็นบทบาทนี้เท่าไหร่
จะเป็นเพราะเราเอาแบบไทยๆ ที่มีพวกพ้องอุปถัมภ์ค้ำชู ทำให้สังคมภายนอกไม่เห็นว่า อำนาจวุฒิสภาตรงนี้ไม่มีความสลักสำคัญอะไร จนบางทีการประชุมวุฒิสภาถ้าไม่มีเรื่อง มีวาระสำคัญจริงๆ ก็ไม่มีใครสนใจ
ทั้งที่เรื่องนี้สำคัญมาก !
เชื่อหรือไม่ว่า เพียงการขอหารือต่อที่ประชุมในช่วงก่อนเข้าสู่วาระการประชุมของวุฒิสภา หลายเรื่องก็ทำให้หน่วยงานราชการทั้งหลายสะเทือนกันเลยทีเดียว
เพราะอำนาจของวุฒิสภานั้น เข้าถึงบรรดาข้าราชการทั้งหลายตรงเสียยิ่งกว่าสภาผู้แทนราษฎร ที่มีอำนาจเพียงแค่ตัดงบประมาณ
ดังนั้น การพิจารณาในเรื่องคุณสมบัติของผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งวุฒิสภา จึงเป็นเรื่องที่จะต้องละเอียด รอบคอบ ต้องปราศจากอคติ เพื่อให้ได้คนที่มีคุณสมบัติครบถ้วน
การพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญในวันศุกร์นี้ จึงเป็นเรื่องใหญ่ เพราะเป็นการชี้ชะตาวุฒิสภา 2 คน และจะเป็นบรรทัดฐานต่อไป
คนแรกคือ นายอิทธิพล เรืองวรบูรณ์ ส.ส.สรรหา ที่ประธานวุฒิสภาได้ส่งคำร้องของ กกต.ที่ได้พิจารณาว่าขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 119 (4) ประกอบมาตรา 115 (5) ที่ระบุว่า ไม่เป็นบุพการี คู่สมรส หรือบุตรของผู้ดำรงตำแหน่งส.ส.หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งนายอิทธิพลมีลูกเป็นนายกเทศมนตรี
อีกคนคือ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา ที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ และเพื่อนส.ว.อีก 16 คน ร้องไปว่า นายไพบูลย์เข้าไปแทรกแซงฝ่ายข้าราชการ กรณีส่งความเห็นให้แก่คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ดำรงตำแหน่งรักษาการผู้ว่าการ สตง.ต่อไปได้
มีหลายคนบอกว่า บ้านเราเมืองเรา เพียงแค่ทำตามที่กฎหมาย แค่นี้ก็สงบสุขกันแล้ว...อันนี้จริงแท้แน่นอน
ศรายุทธ สายคำมี
[email protected]



