
เร่งรื้อภาษีบุหรี่สกัดของนอกทะลักตีตลาด
กรมสรรพสามิตเร่งปรับโครงสร้างภาษี 5 ประเภท เอื้อเอกชนให้แข่งขันได้ ประเดิมภาษียาสูบหลังสินค้านอกเข้ามาตีตลาดไทยเพิ่มขึ้นจากการเปิดเสรีการค้าอาเซียน คาดผลักดันออกใช้ในเร็วๆ นี้ ปลัดคลังโล่งอกรายได้ภาษีสรรพสามิตเกินเป้า เชื่อทั้งปีรีดได้เพิ่ม 3-4 หมื่นล้าน
นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวภายหลังตรวจเยี่ยมกรมสรรพสามิต ว่าอธิบดีกรมสรรพสามิตรายงานว่าขณะนี้กรมอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างภาษี โดยเน้นในภาษีหลัก 5 ประเภทที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงพลังงานและกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งคณะทำงานจะมีการหารือกันต่อเนื่องในการปรับปรุง เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อภาคเอกชน โดยเฉพาะปรับปรุงวิธีการจัดเก็บที่ซ้ำซ้อนยุ่งยากให้มีความเท่าเทียมกันในสินค้าประเภทเดียวกัน
“การปรับวิธีการจัดเก็บใหม่ให้มีความเท่าเทียมกันจะเริ่มที่ภาษียาสูบก่อน เพราะขณะนี้มีบุหรี่ราคาถูกจากต่างประเทศเข้ามาตีตลาดไทยมากขึ้นหลังจากที่เข้าสู่การเปิดเสรีการค้าอาเซียน โดยมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มจาก 1% เป็น 5-6% เนื่องจากวิธีการจัดเก็บภาษีทำให้มีความได้เปรียบด้านต้นทุนต่ำกว่า ซึ่งขณะนี้กำลังเร่งซักซ้อมหารือในขั้นตอนสุดท้ายคาดว่าจะผลักดันออกมาได้เร็วๆ นี้” นายอารีพงศ์ กล่าวและว่า ในส่วนภาษีน้ำมันนั้น กรมสรรพสามิตและพลังงานก็หารือกันเป็นระยะ แต่การจะลดภาษีหรือไม่นั้นอยู่ที่นโยบาย ซึ่งหากมีการลดภาษีก็จะกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพสามิตอย่างแน่นอน
นอกจากนี้ อธิบดีกรมสรรพสามิตยังรายงานให้ทราบถึงผลการจัดเก็บรายได้ช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา ปรากฏว่าดีกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนโดยเกินเป้าหมายแล้ว 1.7 หมื่นล้านบาท คาดว่าทั้งปีก็น่าจะเกินเป้าจาก 3.9 แสนล้านบาทอีกประมาณ 3-4 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือเป็นรายได้ส่วนหนึ่งที่นำไปโปะงบกลางปีที่เพิ่มเข้ามาอีก 1.2 หมื่นล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากภาษีรถยนต์ สุรา ยาสูบที่ดีเกินคาด
ด้านนายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า การจัดเก็บภาษีบุหรี่ในลักษณะบาทต่อกรัมหรือบาทต่อมวน เป็นแนวทางที่กรมกำลังพิจารณานำมาปรับใช้ในการจัดเก็บภาษี รวมถึงการจัดเก็บบนราคาขายปลีกจากที่เก็บบนฐานราคานำเข้า เพื่อสร้างความเป็นธรรมแก่ผู้เสียภาษี ทั้งนี้ การจัดเก็บภาษีสรรพสามิตเป็นการจัดเก็บภาษีสินค้าภายในประเทศ ตราบใดที่จัดเก็บเหมือนกันกับสินค้าอื่น ก็จะไม่จัดกับการจัดเก็บภาษีของแกตต์



