ข่าว

 ตำรวจ...กับ พ.ร.บ.ความมั่นคง

ตำรวจ...กับ พ.ร.บ.ความมั่นคง

11 ก.พ. 2554

รัฐบาลกำลังรับศึกหนัก ทั้งศึกในประเทศและศึกนอกประเทศ แม้ว่าศึกนอกประเทศจะมีท่าทีสงบขึ้น แต่ศึกในประเทศใกล้ศูนย์กลางอำนาจของรัฐบาล ยังไม่มีท่าทีจะยุติ ทั้งกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และกลุ่มประชาชนไทยหัวใจรักชาติ แถมยังมีกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต

 แม้ว่าเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี (ครม.) จะประกาศ 7 เขตพื้นที่ใน กทม.ได้แก่ เขตพื้นที่พระนคร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เขตดุสิต เขตปทุมวัน เขตวังทองหลาง เขตวัฒนา และเขตราชเทวี ให้อยู่ภายใต้การบังคับใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง พ.ศ.2551 ระหว่างวันที่ 9-23 กุมภาพันธ์นี้ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ต้องมาทำหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยของพื้นที่การชุมนุม ก็ยังไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้าง?

 หลังจาก พ.ร.บ.ความมั่นคง พ.ศ.2551 ถูกบังคับใช้ โดยมี พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. เป็นผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) นั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เตรียมแนวทางการรักษาความสงบเรียบร้อย โดยอ้างอิงถึงข้อกฎหมายต่างๆ มาร่วมบังคับใช้ด้วย อาทิ กฎหมายรัฐธรรมนูญ 2550, พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2552 และคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 179/51 ลงวันที่ 27 กรกฎาคม 2552 เรื่องการจัดโครงสร้างและแบ่งส่วนงาน อำนาจหน้าที่ในส่วนงาน และอัตรากำลังของ กอ.รมน. เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

 แผนการของตำรวจหลักๆ จะเน้นดูแลกลุ่มผู้ชุมนุมให้อยู่ในขอบเขตของกฎหมาย หากมีการกระทำที่นอกเหนือการชุมนุมโดยสงบ เช่น การปลุกปั่นให้ประชาชนมารวมตัวกันจำนวนมาก, การปิดกั้นและเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร, การใช้กลวิธีขยายผลจากการชุมนุม เรียกร้อง ขีดขวาง และลดประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาของเจ้าหน้าที่รัฐ ด้วยการกระจายจุดการชุมนุม การปิดล้อมการจราจร การปิดล้อมสถานที่สำคัญ รวมถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐ และเจ้าหน้าที่รัฐวิสาหกิจ เป็นแนวร่วมในการสนับสนุนต่อต้านการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่

 "ตอนนี้กลุ่มผู้ชุมนุมทางการเมืองยังแสดงออกตามปกติ การบังคับใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง จะเป็นเพียงขั้นตอนแรก หรือเป็นเพียงการเตรียมการเท่านั้น หากกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย หรือสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน ก็ยังคงร้องขอต่อศาลให้พิจารณา เพื่อให้กลุ่มผู้ชุมนุมออกนอกพื้นที่เหมือนที่ผ่านๆ มา" แหล่งข่าวระดับสูงรายหนึ่งระบุ

  แหล่งข่าวระดับสูงรายเดิมระบุอีกว่า แต่หากกลุ่มผู้ชุมนุมยังไม่ดำเนินการตามจะเริ่ม "กฎการใช้กำลัง" ในการแก้ไขสถานการณ์ ขั้นตอนที่ 1 เริ่มด้วยการแสดงกำลังของตำรวจ เช่น การเคาะโล่ ขั้นตอนที่ 2 ประกาศการใช้คำสั่งเตือน ตามที่มีหมายศาลให้ออกนอกพื้นที่ ขั้นตอนที่ 3 ใช้โล่ผลักดัน ขั้นตอนที่ 4 ใช้คลื่นเสียงรบกวนกลุ่มผู้ชุมนุม ขั้นตอนที่ 5 ใช้แรงดันน้ำฉีดเข้ากลุ่มผู้ชุมนุม ขั้นตอนที่ 6 ใช้อุปกรณ์เคมี เช่น แก๊สน้ำตา ขั้นตอนที่ 7 ใช้อาวุธที่ไม่เป็นอันตราย เช่น กระสุนยาง อุปกรณ์ซ็อตไฟฟ้า สุดท้ายหากยังฝ่าฝืนจะใช้มือเปล่าเข้าจับกุม จับล็อกบังคับด้วยเครื่องพันธนาการ และปืนยิงแห เป็นต้น

 ทั้งนี้ มาตรการในการควบคุมฝูงชนของเจ้าหน้าที่ตำรวจตาม พ.ร.บ.ความมั่นคง ยังคงใช้รูปแบบการดำเนินการเหมือนเดิมๆ ที่ผ่านมา เพียงแต่การประกาศพื้นที่ตาม พ.ร.บ.ความมั่นคงทั้ง 7 เขตอาจแค่เพียงให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ง่ายขึ้นเท่านั้น

 และจากการสอบถามความคิดเห็นของเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงหลายนาย ยังยืนยันว่า ตำรวจจะใช้วิธีการเจรจาต่อรองกับกลุ่มผู้ชุมนุมเป็นหลัก และยังคงใช้มุกเดิมๆ หากประชาชนเดือดร้อนหรือได้รับผลกระทบต่อการชุมนุมต้องไปฟ้องร้องต่อศาล เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป   

 สุดท้ายแล้ว พ.ร.บ.ความมั่นคงจะเป็นเพียงแค่ "เสือกระดาษ" หรือ "ไม้ตาย" ในการควบคุมกลุ่มผู้ชุมนุมหลากสี ที่กำลังเป็นเสี้ยนหนามสั่นคลอนรัฐบาลอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันได้หรือไม่...ต้องรอลุ้นกันต่อไป?!!