
ลึกลับและลวงเล่น?
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากค่ายทหารถูกโจมตีที่ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2554 ที่ผ่านมา นำความสูญเสียมากมายทั้งชีวิต ที่ทำให้หลายครอบครัวเศร้าสร้อย เสียใจหดหู่หัวใจและความรู้สึกของพลเมืองไทยส่วนหนึ่งที่มีถึงความน่าเชื่อถือในความมีคุณภาพของ
ข่าวคราวทำนองนี้อาจจะเป็นการลวงพรางของบางคนบางกลุ่มทั้งในพวกเดียวกันหรือต่างพวกหรืออาจจะต่างกลุ่ม มีบ้างไหมที่การแถลงการณ์ของผู้เกี่ยวข้องเมื่อเกิดเหตุการณ์แล้วสามารถนำเสนอผลลัพธ์ว่าที่กล่าวออกมานั้นเป็นความจริงที่แน่นอน เช่นเรา (เจ้าหน้าที่) บอกว่ารู้ตัวผู้ก่อการแล้ว และสามารถจะจับกุมผู้ต้องสงสัย (ผู้ต้องหา ?) ได้ภายในเร็ววันนี้ และก็เป็นจริงอย่างทีพูดไว้ เขาทำได้จริงๆ แต่...
ถ้าข้อมูลที่ได้รับจากหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจบันทึกไว้เป็นจริงว่า...คดีความมั่นคงที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมขั้นต่างๆ พบว่ามี 7,680 คดี เป็นคดีที่สั่งงดการสอบสวนไปแล้วเพราะไม่รู้ตัวผู้กระทำความผิด 5,269 คดี สั่งฟ้อง 1,536 คดี สั่งไม่ฟ้อง 210 คดี อยู่ระหว่างดำเนินการ 665 คดี ในชั้นอัยการพบว่ามีคดีที่พนักงานอัยการสั่งฟ้องไปแล้ว 655 คดี สั่งไม่ฟ้อง 299 คดี ในชั้นศาลพบว่า มีคดีที่ศาลพิพากษาแล้ว 256 คดี ในจำนวนนี้พิพากษาลงโทษ 140 คดี หรือร้อยละ 54.69 ยกฟ้อง 116 คดี หรือคิดเป็นร้อยละ 45.31
คดีในชั้นศาลนั้นส่วนใหญ่อยู่ในศาลชั้นต้น รองลงมาคือศาลอุทธรณ์ และมีคดีที่ขึ้นสู่ศาลฎีกาโดยศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วเพียง 1 คดี คือคดีลอบวางระเบิดรถจักรยานยนต์ (มอเตอร์ไซค์บอมบ์) ที่หน้าบริษัทพิธานพาณิชย์ อ.เมือง จ.ปัตตานี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2547 ที่สุดแล้วศาลฎีกาพิพากษายกฟ้องจำเลย เนื้อหาของข่าวได้ตั้งข้อสังเกตอีกว่า...ในประเทศที่กระบวนการยุติธรรมมีประสิทธิภาพสูงนั้น มีคดีที่ขึ้นสู่ศาลและศาลพิพากษายกฟ้องเพียงไม่ถึงร้อยละ 1 ขณะที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้มีคดีที่ศาลยกฟ้องถึงร้อยละ 45.31 หรือเกือบครึ่ง...
มันมีนัยอะไรกับกระบวนการยุติธรรมไทย ใครเป็นผู้ที่ต้องรับผิดชอบ หรือกฎหมายมันเป็นอย่างนี้ สงสัยใครจับก่อน สืบสวนแล้วตั้งข้อกล่าวหา หาพยานมาสนับสนุน เมื่อเป็นจำเลยแล้วก็ว่ากันที่ศาล...ตัดสินแล้วถ้าติดคุกก็รับไปตามความผิดจริง...ถ้าศาลยกฟ้องใครจะรับผิดชอบความสูญเสียตลอดเวลาที่ถูกคุมขัง ค่าทนาย ค่าเดินทางมาเยี่ยมของลูกเมีย รายได้ มูลค่าแห่งการเสียอิสรภาพกับการตกเป็นจำเลยทางสังคมทั้งของตนเองและครอบครัว ส่วนพยานและคนทำสำนวนฟ้องไม่รู้ไปถึงไหนแล้ว...??
ได้ดูและเห็นข้อมูลเช่นนี้แล้วทำให้รู้สึกว่าปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้มันไม่ได้ลึกลับอะไรไปมากเลย เพียงแต่ผู้ที่เกี่ยวข้องกำลังจะบอกกับพลเมืองไทยแบบหลอกๆ ลวงๆ และเล่นๆ กับความหายนะแห่งการทำลายล้างสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานอย่างโหดร้ายและเหี้ยมเกรียมที่สุด เพราะการที่คนบริสุทธิ์ต้องถูกคุมขังเป็นแรมปี โดยไม่สามารถประกันตัวได้เพราะข้อหาที่พ่วงท้ายช่างหนักหน่วงและสาหัสที่สุดคือข้อหาการเป็นกบฏต้องลงโทษประหารชีวิตเพียงสถานเดียว ไฉนเลยคนชาวบ้านธรรมดาจะมีเงินสดหรือทรัพย์สินมูลค่านับล้านบาทไปเป็นหลักประกันตัว และต่อสู้?
หรือว่าเจ้าหน้าที่รัฐบางคน ? ทำเพื่อให้พ้นๆ จากภาระหน้าที่ ? (จับแล้วก็แล้วไป ฉันจะได้ไปทำอย่างอื่นต่อเพราะงานมากเหลือเกิน...ปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมทำงานต่อ...อิอิอิ ?) หรือเพราะเจ้านายบนหัวกดดันให้หาคนผิดให้ได้ (ไปจับมาเหอะ..เร็วเท่าไหร่ยิ่งดี ?) หรือว่าเพื่อเอาใจเจ้านาย (ที่อยากจะได้ดีรับแต่ชอบแต่ไม่รับผิด ?) หรือเพื่อให้ตัวเองได้อยู่ที่นี่นานๆ อย่างน้อยกว่าศาลจะตัดสินก็ต้องใช้เวลาอีกหลายปี ถึงตอนนั้นฉันจะไปอยู่ตำแหน่งใหม่ที่อื่นแล้ว (โว้ย!!!) ห้วงเวลาที่มีอยู่ สู้ฉันเพลิดเพลินและสนุกสนานกับการเก็บเกี่ยวสารพัดผลประโยชน์ที่มีอีก...อีกมากมาย
...ไม่ดีกว่าหรือ ?
เหตุที่ภาคใต้มันเจ็บปวดร้าวลึกถึงคนที่แสวงหาความยุติธรรมทุกผู้นาม ไม่ว่าเขาจะเป็นใคร ลูกหลานใคร ถ้าเหยื่อคือสมาชิกในครอบครัวหรือญาติพี่น้องหรือแม้แต่เพื่อนบ้านในชุมชน และยิ่งเป็นพี่น้องร่วมศาสนา ความรู้สึกเจ็บทุกข์มันกระเซ็นซ่านในเส้นเลือดทุกหยดหยาด หากไม่ยุติการใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา ไม่เลือกหาแนวทางที่ดีที่สุด เสียเลือดเนื้อให้น้อยที่สุด เพิ่มความไว้เนื้อเชื่อใจที่บริสุทธิ์จริงเป็นรูปธรรมให้มาก อย่ามัวทำเป็นเรื่องลึกลับอะไรหรือเพื่อลวงหลอกและเล่นๆ กับความสูญเสียมากไปกว่านี้อีกเลย ในที่สุดประเทศจะเสียอะไรๆ อีกมากมายไม่จบสิ้น...?
อัฮหมัด สมบูรณ์ บัวหลวง
[email protected]



