ข่าว

ฝรั่งเศสยันไม่ได้ขอไกล่เกลี่ยไทยเขมร

ฝรั่งเศสยันไม่ได้ขอไกล่เกลี่ยไทยเขมร

10 ก.พ. 2554

กต.เผยฝรั่งเศสยันไม่เคยเสนอเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยข้อพิพาท รัฐบาลไทยออกแถลงการณ์ระบุเสียใจเขมรเสริมกำลังชายแดน หากเกิดอะไรขึ้นขอให้มั่นใจไทยไม่ได้เริ่มก่อน "ชวนนท์"เผยหวั่นเขมรเปิดศึกรบก่อน"กษิต"แจงยูเอ็นเอสซี ที่นิวยอร์ก

(10ก.พ.)นายธานี ทองภักดี อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า กระทรวงได้ประสานให้สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส ตรวจสอบไปยังทางการฝรั่งเศสแล้ว โดยยืนยันว่า ฝรั่งเศสไม่เคยเสนอตัวเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยข้อพิพาทไทย-เขมร

 เมื่อเวลา 17.15 น. นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้อ่านแถลงการณ์ของรัฐบาล ต่อกรณีที่เกิดเหตุการณ์ปะทะระหว่างกองทัพไทยกับกองทัพกัมพูชาในช่วงระหว่าง   วันที่ 4-7 ก.พ. 2554  เป็นผลให้เกิดความเสียหายต่อชีวิต และทรัพย์สินของพี่น้องชาวไทย รัฐบาลขอแถลงการณ์ดังนี้    1. การปะทะที่เกิดขึ้นทุกครั้งมิใช่เป็นการเริ่มต้นของฝ่ายไทย ฝ่ายไทยได้ตอบโต้ด้วยความอดกลั้น จำกัดการตอบโต้ต่อเป้าหมายทางทหารเท่านั้น และให้การปะทะจำกัดอยู่ในพื้นที่นั้น โดยมิให้ขยายวงต่อเนื่องออกไป    2. ประเทศไทยไม่มีความคิดหรือประสงค์จะได้ดินแดนของประเทศเพื่อนบ้านไม่ประสงค์จะก่อสงครามเพื่อรุกรานประเทศใด กองทัพของไทยมีไว้เพื่อป้องกันประเทศและรักษาความมั่นคงของประเทศเท่านั้น    3. ขณะนี้ เป็นที่น่าเสียใจที่กองทัพกัมพูชาได้เสริมกำลังตามแนวชายแดนหลายพื้นที่ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความตึงเครียดบริเวณชายแดนโดยใช่เหตุ   รัฐบาลจึงขอให้คำมั่นว่า จะไม่มีการดำเนินการใด ๆ ที่จะเป็นฝ่ายเริ่มต้นก่อให้เกิดความรุนแรง รวมทั้งจะดำเนินการทุกอย่างด้วยความอดกลั้นต่อการยั่วยุ กองทัพไทยจะทำหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของชาติให้ดีที่สุด

 4. แนวทางในการดำเนินการต่อไป   4.1 รัฐบาลจะรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้แก่พี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ตามแนวชายแดน และจะเร่งช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการปะทะอย่างเร่งด่วนและทั่วถึง และจะทำการฟื้นฟูความเสียหายอันเกิดมาจากการปะทะให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว ทั้งการเยียวยาทางด้านจิตใจของพี่น้องประชาชนที่ประสบภัย และเร่งซ่อมแซม   ทรัพย์สินและสิ่งสาธารณูปโภคที่เสียหาย  

 4.2 รัฐบาลจะนำเสนอข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สถานะของ   ความสัมพันธ์กับกัมพูชาในภาพรวม ซึ่งมีความคืบหน้าในทางสร้างสรรค์ทั้งในทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม การติดต่อไปมาฉันท์พี่น้องระหว่างประชาชนทั้งสองฝ่าย รวมทั้งความมุ่งมั่น   และความพยายามของฝ่ายไทยในการเจรจาแก้ไขปัญหาอย่างสันติวิธีต่อคณะมนตรีความมั่นคง แห่งสหประชาชาติในวันจันทร์ที่ 14 ก.พ.ศกนี้ และจะเผยแพร่รายละเอียดของข้อเสนอและข้อเท็จจริงดังกล่าวให้ประชาชนทราบในโอกาสแรก

 4.3 รัฐบาลยึดมั่นต่อพันธกรณีระหว่างประเทศและข้อตกลงทวิภาคีกับฝ่ายกัมพูชา ซึ่งในการดำเนินการด้านเขตแดนกับฝ่ายกัมพูชาบริเวณเขาพระวิหาร รัฐบาลมุ่งมั่นแก้ไขปัญหาเขตแดนกับกัมพูชาอย่างสันติวิธี โดยใช้กลไกของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย - กัมพูชา ในการแก้ไขปัญหาบนพื้นฐานของอนุสัญญาสยาม - ฝรั่งเศส ปี ค.ศ.1904 ซึ่งกำหนดให้เส้นเขตแดนในบริเวณดังกล่าวเป็นไปตามสันปันน้ำ รวมทั้งบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการสำรวจ   และจัดทำหลักเขตแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา ปี 2543 ทั้งนี้ รัฐบาลจะหลีกเลี่ยงมิให้ข้อขัดแย้งในเรื่องเขตแดนกระทบต่อความสัมพันธ์อันดีระหว่างพี่น้องประชาชนชาวไทยกับชาวกัมพูชา และ
จะยังคงดำเนินโครงการพัฒนาร่วมกันเพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของพี่น้องชาวไทยและชาวกัมพูชาต่อไป  4.4 รัฐบาลขอให้ประชาชนชาวไทยและชาวกัมพูชาเข้าใจว่า รัฐบาลและประชาชนชาวไทยมิได้มีความคิดที่จะมุ่งประสงค์ร้ายต่อชาวกัมพูชาแต่อย่างใด รัฐบาลจึงขอเรียกร้องให้ประชาชนทั้งสองฝ่ายอดทน อดกลั้นต่อการยั่วยุใดๆ ที่จะนำไปสู่การสร้างความตึงเครียดและการใช้กำลังของทั้ง 2 ประเทศ

  ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับแถลงการณ์ของรัฐบาลฉบับนี้ ได้จัดทำเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ และเผยแพร่ทางเว็บไซต์ของทำเนียบรัฐบาล และกระทรวงการต่างประเทศ

 นายชวนนท์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังอ่านแถลงการณ์ว่า การออกแถลงการณ์ของรัฐบาลไทยฉบับนี้ เนื่องจากเกรงว่า จะมีเหตุปะทะกันรุนแรงเกิดขึ้นอีก ก่อนที่นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จะเดินทางไปให้ข้อมูลกับยูเอ็นเอสซี ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ในวันที่ 14 ก.พ.นี้