ข่าว

ชี้6วัดกระทบเขมรปะทะไทยวอด1สำนัก

ชี้6วัดกระทบเขมรปะทะไทยวอด1สำนัก

10 ก.พ. 2554

มส.เผย 6 วัดในพื้นที่ชายแดนได้รับผลกระทบเขมรปะทะไทย พระหนีตาย 32 รูป ที่พักสงฆ์ไฟไหม้วอด 1 แห่ง เสียหาย 2 แสน ส่งกระทบความเชื่อมั่นค้าจันทบุรี มท.1ระบุเป็นนักการเมืองต้องอดทน อย่าใช้วาทกรรมตอบโต้ไปมา ปภ.เผยยอดผู้อพยพ 3 จว.ทะลัก 3 หมื่นกว่าคน กำชับ กำนัน

 (10ก.พ.) ที่วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวภายหลังการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) ที่มีสมเด็จพระพุฒาจารย์ (สมเด็จเกี่ยว ญาณสัมปันโน) ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นประธานการประชุม ว่า ตนได้รายงานที่ประชุมให้รับทราบจำนวนวัดที่ประสบภัยจากเหตุการณ์บริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา จ.ศรีสะเกษ จำนวน 6 แห่ง ได้แก่ วัดภูมิซรอล วัดบ้านภูมิซรอล วัดบ้านชำเม็ง วัดเสาธงชัย วัดป่าภูแหลม ต.เสาธงชัย และวัดบ้านตาแท่น ต.บึงมะลู อ.กันทรลักษ์ โดยมีพระสงฆ์ประจำวัด รวม 32 รูป ขณะนี้ได้อพยพพระทุกรูปเข้าอยู่ในวัดที่อำเภอเมืองและพื้นที่ปลอดภัยแล้ว พร้อมกับได้ขอความร่วมมือเจ้าหน้าที่ทหารในการดูแลวัดทั้ง 6 แห่งเพื่อไม่ให้เกิดการบุกรุกและลอบทำลายให้เกิดความเสียหาย พร้อมกันนี้พบที่พักสงฆ์ 1 แห่ง คือ ธุดงค์สถานวิหารเพชร ถูกไฟไหม้จากเหตุระเบิด มูลค่าความเสียหายประมาณ 2 แสนบาท

ไทย-กัมพูชาปะทะกระทบความเชื่อมั่นค้าจันทบุรี
 
 นายสมบัติ จึงตระกูล อุปนายกสมาคมผู้ประกอบการค้าชายแดนไทย - กัมพูชา จ . จันทบุรี เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้เกิดข่าวลือใน จ . พระตะบอง และกรุงไพลิน ของกัมพูชา ซึ่งมีพื้นที่ติดต่อกับ จ . จันทบุรี    อ้างว่ากัมพูชาเตรียมจะปิดด่านชายแดนที่ติดกับ จ . จันทบุรี และจังหวัดอื่น ๆ ของไทย ข่าวลือดังกล่าวส่งผลให้วันนี้ มีชาวกัมพูชาเดินทางมาจับจ่ายซื้อสินค้าต่าง ๆ ในตลาดชายแดนด้านลดลงอย่างเห็นได้ ชัด   จากตัวเลขหลักพันเหลือเพียงหลักร้อยเท่านั้น

 "การปะทะกันระหว่างไทยกัมพูชา ได้มีผลต่อความเชื่อมั่นต่อของนักธุรกิจในจันทบุรี และผู้ประกอบการค้าไทยที่ทำการค้ากับกัมพูชาอย่างยิ่ง ในเวลานี้จะเห็นว่านักธุรกิจหรือผู้ประกอบการค้าไทย ที่มีความจำเป็นต้องเดินทางเข้ากัมพูชา จะระงับไว้ก่อน โดยส่วนใหญ่จะเข้าไปกัมพูชาเพียงไม่เกิน 3 กิโลเมตร จากแนวชายแดนไทย - กัมพูชา เท่านั้น . " นายสมบัติ กล่าว

มท.1ระบุเป็นนักการเมืองต้องอดทนอย่าใช้ตอบโต้ไปมา 

 นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการให้ความช่วยเหลือคนไทยที่ได้รับความเดือดร้อนตามแนวชายแดน ว่า เราดูแลความสงบเรียบร้อยได้ดี การช่วยเหลือประชาชนนั้น กระทรวงมหาดไทยก็ได้ระดมความช่วยเหลือ ทั้งแจกจ่ายข้าวของและช่วยเงิน ใช้เวลาแค่ไม่ถึง 3 ชั่วโมง เราก็หาเงินช่วยเหลือได้ 3 ล้านกว่าบาท รวมทั้งเครื่องอุปโภคบริโภคอีก 2 คันรถสิบล้อ

 เมื่อถามว่า รู้สึกวิตกหรือไม่ ที่ท่าทีของสมเด็จฮุนเซ็น นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่ออกมาในทางแข็งกร้าว นายชวรัตน์ กล่าวว่า อยากให้ดูสถานการณ์แนวชายแดนไปอีกระยะหนึ่งก่อน ผู้อพยพก็ยังอยู่ที่ อ.กันทรลักษณ์ เป็นส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตาม แม้ตอนนี้ยังไม่มีการยิงกัน แต่เพื่อความไม่ประมาท ขอให้อยู่ในระยะทางที่วิถีกระสุนตกไม่ถึง

 เมื่อถามว่า หลายฝ่ายต้องการให้หยุดยิง แต่ยังมีการใช้วาทะตอบโต้กัน เช่นที่นายกษิต ภิรมย์ รมว.การต่างประเทศ กล่าวว่า สมเด็จฮุนเซ็นเหมือนเด็กเกเร นายชวรัตน์ กล่าวว่า เป็นนักการเมืองต้องอดทน เขาด่าเรา เราก็ด่าเขา ก็ต้องอดทนกัน ส่วนที่ว่าการใช้วาทกรรมตอบโต้กันไปมา จะทำให้สถานการณ์ไม่สิ้นสุดหรือไม่นั้น นักการเมืองก็ต้องอดทนมากกว่าคนธรรมดาอยู่แล้ว

ปภ.เผยยอดผู้อพยพ3จว.ทะลัก3หมื่นคน

 นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า กรณีเกิดเหตุปะทะกันตามแนวชายแดนไทย- กัมพูชา ตั้งแต่วันที่ 4 -6 ก.พ. ว่า มีผู้เสียชีวิต 3 ราย เป็นพลเรือน 1 ราย ทหาร 2 นาย มีผู้บาดเจ็บ 22 ราย พลเรือน 8 ราย ทหาร 14 นาย บ้านเรือนเสียหายรวม 35 หลัง อาคารเรียนโรงเรียนบ้านภูมิซรอล เสียหายบางส่วน 2 หลัง หลังคาอาคารสำนักงาน อบต. เสาธงชัย ได้รับความเสียหายบางส่วน สวนยางพาราเสียหาย 50 ไร่

ส่วนผลกระทบจากเหตุปะทะตามแนวชายแดนไทย - กัมพูชา ส่งผลให้ราษฎรที่อาศัยในหมู่บ้านตามแนวชายแดนเกิดความตื่นกลัวที่จะถูกโจมตีจากทหารกัมพูชา จึงต้องดำเนินการอพยพราษฎรในจังหวัดต่างๆ มียอดรวม 31,025 คน แบ่งเป็นจ.ศรีสะเกษ 21,720 คน จ.สุรินทร์ 5,655 คน จ.อุบลราชธานี รวม 3,650 คน อย่างไรก็ตาม จ.สระแก้ว ได้กำชับให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านจัดชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านเป็นเวรยามเฝ้าระวังสถานการณ์ในหมู่บ้าน และเตรียมความพร้อมหลุมหลบภัยให้กับประชาชนในพื้นที่ ส่วน จ.บุรีรัมย์ ได้เตรียมการรองรับการอพยพของราษฎร โดยกำหนดจุดอพยพไว้ 6 จุด และสร้างหลุมหลบภัยตามแนวชายแดน 10 จุด หากเกิดสถานการณ์สู้รบจะได้สามารถอพยพราษฎรได้ทันท่วงที

 นายวิบูลย์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัย จ.ศรีสะเกษ ณ ที่ว่าการอำเภอกันทรลักษ์ รวมถึงศูนย์รับบริจาคเงินและสิ่งของที่จะนำไปช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งจะได้เร่งสำรวจความเสียหาย เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยด่วน ทั้งนี้ ปภ.ได้สนับสนุนการปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือ อำนวยความสะดวกและให้บริการ แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุปะทะ ใน จ.ศรีสะเกษ ประกอบด้วย รถยนต์ผลิตน้ำดื่ม 5 คัน รถบรรทุกน้ำ 5 คัน ถังน้ำ 2,000 ลิตร 10 รถไฟฟ้า ส่องสว่าง 2 คัน รถบรรทุกหกล้อ 2 คัน รถบรรทุกขนาดเล็ก 4 คัน รถตู้ 2 คัน และเต็นท์สนาม ขนาด 5 คน 600 หลัง รวมถึงถุงยังชีพ 2,000 ชุด สำหรับแจกจ่ายบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น