ข่าว

ชาวบ้านทยอยกลับไม่สนเขมรจะยิงถล่ม

ชาวบ้านทยอยกลับไม่สนเขมรจะยิงถล่ม

10 ก.พ. 2554

ผู้อพยพเริ่มทยอยกลับเข้าหมู่บ้านไม่กลัวถูกยิงถล่ม เผยใช้ชีวิตอพยพมีค่าใช้จ่ายสูง ขณะที่ผู้ว่าฯศรีสะเกษทำได้เพียงแนะนำหากเกิดปะทะอีกให้รีบหนีออกมา ผู้แทนสังฆราชมอบน้ำมนต์ พระไพรีพินาศ หมากพลูที่ประทานแก่ประชาชนบริเวณชายแดน “มท .1” ชื่นชม อส. เสียสละเพื่อ

(10ก.พ.) หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ปะทะระหว่างทหารไทยและกัมพูชา ขึ้นบริเวณชายแดน เขาพระวิหาร อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ทำให้ชาวบ้านหลายตำบลที่มีพื้นที่ติดกับชายแดนกว่า 10,000 คน ต้องอพยพเข้ามาพักอยู่ตามสถานที่ราชการในเขตพื้นที่ตัว อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ

 นายสมคิด ดวงแก้ว อายุ 65 ปี ชาวบ้านโนนสว่างพัฒนา ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ  กล่าวว่า  บ้านโนนสว่างพัฒนา เป็นอีกหมู่บ้านหนึ่งที่อยู่ในรัศมีของกระสุนปืนใหญ่ทหารกัมพูชา และเมื่อวันที่ 6 ก.พ.54 ที่ผ่านมา ขณะเกิดเหตุการณ์ปะทะกระสุนของทหารกัมพูชาก็ยิงมาตกบริเวณรอบหมู่บ้านหลายลูก จึงทำให้ชาวบ้านต้องอพยพหนีออกจากหมู่บ้านไปอยู่ที่ศูนย์อพยพในตัวอำเภอกันทรลักษ์   อย่างไรก็ดีหลังเหตุการณ์สงบลงเพื่อนบ้านหลายรายรวมทั้งตนตัดสินใจที่จะเดินทางกลับเข้ามาพักอาศัยอยู่ที่บ้าน เพราะห่วงทรัพย์สินทั้งบ้านและสวนยางพาราที่ปลูกไว้ 30 ไร่  ไม่ได้หวาดกลัวว่าทหารกัมพูชาจะยิงปืนใหญ่เข้ามาถล่มหมู่บ้าน ตอนนี้ขอแต่ได้กลับมาอยู่บ้าน หากอาศัยอยู่ที่ศูนย์อพยพต่อไปก็มีแต่ความเครียดและสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายเพิ่ม

 "ชาวบ้านที่อพยพหนีเหตุปะทะไทย-กัมพูชา ไป เริ่มทยอยกลับเข้าสู่หมู่บ้านบ้างแล้ว เพราะส่วนหนึ่งมองว่าไทยและกัมพูชาก็เป็นพี่น้องกัน ทหารกัมพูชาที่ยิงปืนใหญ่มาก็ไม่ได้มีความตั้งใจที่จะถล่มบ้านเรือนชาวบ้าน เพียงแต่หมุนปืนใหญ่เข้าหาฐานทหารไทยเท่านั้นแต่เขาไม่พบ "  นายสมคิด  กล่าว

 นายอุทัย ดวงแก้ว ชาวบ้านโนนสว่างพัฒนา ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ  กล่าวว่า รู้สึกหวาดกลัวกับเหตุการณ์อยู่บ้าง  แต่เมื่อสถานการณ์ผ่อนคลาย จึงต้องกลับเข้ามาดูแลทรัพย์สินภายในบ้าน            

 " จากนี้เป็นจะไม่หนีออกจากหมู่บ้านอีกต่อไป ถึงแม้ว่าจะมีการยิงปะทะกันเกิดขึ้นอีกก็ตาม เมื่อเกิดการปะทะก็วิ่งลงหลุมหลบภัย หากโชคร้ายถึงตายก็ยอมเพราะไม่อยากหนีออกจากหมู่บ้านอีกแล้ว เนื่องจากการอพยพเห็นว่ามีความยากลำบากสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายจำนวนมากด้วย" นายอุทัยกล่าว

 นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า การที่ชาวบ้านจะกลับเข้าสู่หมู่บ้านในขณะนี้ทางจังหวัดก็ไม่ได้ห้าม "หากคิดว่าเข้าไปเพื่อดูแลทรัพย์สินก็ไม่มีใครห้าม แต่หากเกิดเหตุการณ์ปะทะที่รุนแรงขึ้นก็ให้รีบกลับออกมาจากหมู่บ้านเพราะจะไม่ปลอดภัย  ซึ่งการปะทะของทหารไทยและกัมพูชาเมื่อช่วงวันที่ 4-6 ก.พ.54 ที่ผ่านมา ก็เห็นแล้วว่ากระสุนปืนใหญ่ของทหารกัมพูชามีความรุนแรงมากและเป็นอันตรายต่อชีวิตชาวบ้านหากอยู่ในรัศมีที่ลูกกระสุนปืนใหญ่ตก ดังนั้นหากชาวบ้านต้องการที่จะกลับเข้าไปในหมู่บ้านก็ไม่ได้ห้าม ขอเพียงว่าหากเกิดเหตุปะทะขึ้นอีกให้รีบกลับออกมา" นายสมศักดิ์ กล่าว

ผู้แทนสังฆราชมอบพระที่ประทานแก่ชาวชายแดน

 ที่ศูนย์อพยพวิทยาลัยการอาชีพกันทรลักษ์ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก โปรดให้พระครูสังฆสิทธิกร หัวหน้าฝ่ายศาสนวิเทศ สำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช เป็นผู้แทนพระองค์ ประทานพระรูป ผ้าไตร น้ำมนต์สมเด็จพระสังฆราช 96 พรรษา พระไพรีพินาศ และหมากพลู ให้แก่พระภิกษุ ประชาชน และผู้สูงอายุ ที่อยู่ในพื้นที่ พร้อมกันนี้ทางพล.อ.ท. วุฒิชัย คชาชีวะ รองเสนาธิการทหารอากาศ กองทัพอากาศ และเหล่าศิลปินดาราจากไทยทีวีสีช่อง 3 นำถุงยังชีพมามอบให้แก่ประชาชนในพื้นที่ด้วย

 พระครูสังฆสิทธิกร กล่าวภายหลังประพรมน้ำมนต์ว่า สมเด็จพระสังฆราช ทรงห่วงประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ประสบภัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ทรงทราบว่า ไม่มีหมากพลูจะบริโภค พระองค์จึงได้ประทานแด่สำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช มามอบให้แก่ชาวบ้านของพระองค์ นอกจากนี้ สำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ยังได้นำพระรูปสมเด็จพระสังฆราช มามอบให้ชาวบ้าน รวมทั้งได้นำน้ำมนต์สมเด็จพระสังฆราช 96 พรรษา มาประพรมให้แก่ชาวบ้านในศูนย์อพยพฯนี้ด้วย เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจ ขณะเดียวกัน ยังได้นำพระผงไพรีพินาศ มามอบให้ผู้นำตำบล เพื่อนำไปแจกให้แก่ชาวบ้านบูชา ให้เกิดความเป็นสิริมงคลอีกด้วย อย่างไรก็ตาม สำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช จะนำความที่ได้ดำเนินการนี้ รายงานต่อพระเทพสารเวที ผู้ปฎิบัติหน้าที่เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช เพื่อนำความกราบทูลสมเด็จพระสังฆราชต่อไป

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในศูนย์อพยพฯดังกล่าว จะมีผู้สูงอายุชาย-หญิง และเด็ก เป็นจำนวนมาก เมื่อเจ้าหน้าที่ได้ถามผู้สูงอายุว่า อยากกินหมากพลูหรือไม่ ก็ได้รับเสียงโห่ร้องดีใจจากผู้สูงอายุเป็นอย่างมาก รวมทั้งชาวบ้านซาบซึ่งในพระกรุณาของสมเด็จพระสังฆราชเป็นอย่างมาก

มท .1ชื่นชม อส. เสียสละเพื่อชาติปกป้องชายแดนไทย

 ที่อาคารสโมสรทหารบก นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการกองอาสารักษาดินแดน ได้เป็นประธานในพิธีสดุดีอาสารักษาดินแดน ประจำปี 2554 โดยนายชวรัตน์ กล่าวว่า ขอชื่นชมยินดีกับอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) ที่ได้รับเครื่องหมาย “ รักษาดินแดนยิ่งชีพ ” เข็มอาสารักษาดินแดนสดุดี รางวัลกองร้อยอาสารักษาดินแดนที่มีผลงานดีเด่น และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน ผู้ปฏิบัติงานดีเด่น ซึ่งการที่ประเทศชาติสามารถดำรงความเป็นชาติเอกราช และอธิปไตย เพราะบรรพบุรุษไทยได้เสียสละเลือดเนื้อและชีวิต เข้าปกป้องและรักษาไว้ในอดีต เมื่อเกิดศึกสงครามหลายครั้ง ประชาชนไทยได้อาสาเข้ารับใช้ชาติบ้านเมือง เพื่อต่อสู้ขับไล่ผู้รุกรานจนประสบผลสำเร็จ ทำให้กองอาสารักษาดินแดนได้จัดตั้งขึ้น

 นายชวรัตน์ กล่าวต่อว่า ตลอดระยะเวลา 57 ปีที่ผ่านมา ผู้บังคับบัญชา เจ้าหน้าที่ และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน เป็นผู้ที่ได้อุทิศตน ปฏิบัติหน้าที่เสียสละเพื่อประเทศชาติ ร่วมกับฝ่ายปกครอง ตำรวจ และทหาร ได้อุทิศเลือดเนื้อ และชีวิต เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติไว้จนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะในการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงภายในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และชายแดนทั่วประเทศ นับเป็นผลงาน และวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ ถือเป็นเกียรติยศ และศักดิ์ศรีของกองอาสารักษาดินแดน การปฏิบัติภารกิจของสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนในปัจจุบัน ให้ยึดถือตาม พ.ร.บ.กองอาสารักษาดินแดน พ.ศ. 2497 และนโยบายของรัฐบาล มาเป็นแนวทางปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน และประเทศชาติโดยส่วนรวม

 ส.ว.ขอให้ประชาชนมั่นใจกองทัพปกป้องอธิปไตยได้

             พล.อ.อ.ณพฤษภ์ มัณฑะจิตร ส.ว.สรรหา อดีตผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ให้ความเห็นถึงการแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาที่ผ่านมา ว่า ไม่ต้องเป็นห่วง เพียงแต่การรบกับคนที่ไม่เป็นระเบียบ ไม่มีแบบแผนก็อาจต้องลำบากใจบ้าง แต่การจะชนะหรือแพ้ ประชาชนไม่ต้องเป็นห่วงเพราะกองทัพมีความเข้มแข็งมาตั้งแต่ขั้นตอนในการฝึก มีระเบียบแบบแผนที่ดี ระบบการสั่งการที่รู้เขารู้เราที่กองทัพไทยมีมากกว่าหลายประเทศที่อยู่โดยรอบ และการดำเนินการที่ผ่านมาของกองทัพไม่ได้กระทำเกินกว่าเหตุหรือรังแกประเทศที่เล็กกว่า เพียงแต่ฝ่ายตรงข้ามเข้าไปอยู่ในพื้นที่ของปราสาทพระวิหาร แต่ถ้าเราไม่ยิง เราก็ต้องตกเป็นเป้า

 “ที่กองทัพไม่สามารถทำอะไรได้เต็มที่ เพราะคนที่มุ่งร้ายกับคนที่ป้องกันการทำร้าย คนที่มุ่งร้ายจะดูเหมือนว่าชนะในช่วงที่เขามุ่งร้าย แต่เมื่อเราปกป้อง ปราบปราม ดำเนินการตามแบบแผนของเรา เราก็ได้รับชัยชนะในบั้นปลาย ไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ ส่วนเรื่องการเจรจา ยังมีหนทางไปสู่ความสงบ เพราะไม่มีใครในโลกที่ชอบสงคราม ก็ต้องเจรจากัน ซึ่งการเจรจามันก็ต้องได้เปรียบ แต่อย่าไปมองว่าเราต้องชนะเสมอ รบก็ต้องชนะ เจรจาก็ต้องชนะ มันจะกลายเป็นการดูถูกฝ่ายที่เขามุ่งร้ายมากเกินไป ทหารยังไง ๆ ก็ชนะตลอด แต่พวกคุณไม่ให้กำลังใจเลย ต้องให้กำลังใจบ้าง ผมว่าขณะนี้เราไม่ค่อยเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน มาพูดให้เสียกำลังใจกันไปเยอะแยะว่ารบไม่ได้บ้าง ไม่กล้าหาญเท่าที่ควรบ้าง ทั้งที่เรามีสมรรถภาพสูง แต่เราอาจจะยอมย่อหย่อนกับคนอื่นบ้าง ” อดีตผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ กล่าว