
กระเป๋าคลุกเคล้าธรรมชาติ
เมื่อมนุษย์เรียกร้องหาธรรมชาติอันสวยงาม นิยายอมตะสำหรับเด็กเรื่อง "เดอะ ซีเคร็ท การ์เดน" ของ ฟรานเซส ฮอด์จสัน เบอร์เนตต์ จึงถูกดีไซเนอร์ประจำแบรนด์ มัลเบอร์รี่ จับมาตีความใหม่สะท้อนความงดงามของธรรมชาติ ที่จะพาทุกคนเข้าสู่โลกแห่งมนต์วิเศษ ล้อเล่นกับสัดส่ว
เพื่อให้สาวๆ ได้สัมผัสถึงกลิ่นอายที่มาจากแรงบันดาลใจของดีไซเนอร์ ร้านอะกาลิโก ย่านสุขุมวิท 51 ที่ทั้งภายในและภายนอกถูกตกแต่งในสไตล์อังกฤษ จึงถูกเลือกให้เป็นสถานที่เปิดตัวคอลเลกชั่นกระเป๋าคอลเลกชั่นล่าสุด พร้อมด้วยเหล่าแฟนคลับที่ขอตบเท้ามาร่วมอัพเดทเทรน์อันอย่างใกล้ชิด
"หน่อย" อรนุช ศรีเดชะรินทร์กุล ผู้จัดการผลิตภัณฑ์อาวุโสแบรนด์มัลเบอร์รี่ เผยถึงคอลเลกชั่นนี้ว่า ครั้งนี้แบรนด์ได้เติมรายละเอียดอันเป็นเอกลักษณ์ในสไตล์ของตัวเองเอาไว้ได้อย่างงดงาม และเพิ่มความเป็นแฟชั่นมากขึ้นโดยเฉพาะสีสันของกระเป๋าที่จะใช้สีกลางในโทนสดใสเป็นพื้น ไม่ว่าจะเป็นสีเบจ สีน้ำตาลเกาลัด สีส้มพีช เสริมด้วยสีคลาสสิกอย่างสีดำ สีน้ำตาลโอ๊คและสีช็อกโกแลต แลัวเน้นด้วยสีเข้มสดที่มาใหม่ในกลุ่มสีฟ้าแสงไฟอีเล็กทริก สีแดงแตงโต สีส้มปะการัง สีชมพูร้องแรง และสีม่วงองุ่น พร้อมด้วยโลหะสีทองแชมเปญที่ดูแปลกตาเป็นประกาย
"กระเป๋าในคอลเลกชั่นนี้จะมีทั้งหมด 4 คอลเลกชั่น เริ่มจาก "อีดี้" เป็นกระเป๋ารุ่นแรกที่อยากจะแนะนำซึ่งจุดเด่นของคอลเลกชั่นนี้อยู่ที่ตัวสายกระเป๋าที่ดีไซน์ให้คล้ายกับสายกีตาร์ ซึ่งเป็นผ้าแจ็คการ์ดลายพิเศษ มองใกล้ๆ จะเห็นเป็นลายกระต่ายกับกุหลาบ คอลเลกชั่นนี้ถือเป็นลูกผสมระหว่างกระเป๋าเบย์สวอเตอร์กับอเล็กซ่าที่สมบูรณ์แบบ ใช้งานง่ายจะถือหรือสะพายก็ได้ "ทิลลี่" ถือเป็นไฮไลท์ของซีซั่นนี้ เป็นการนำโครงสร้างดั้งเดิมของตัวเองมาปรับรูปลักษณ์ใหม่ ด้วยการใช้วัสดุอย่างหนังชั้นดี ตัวล็อกเป็นหัวเข็มขัดที่หล่อขึ้นใหม่ให้เป็นโลหะชิ้นเดียว และเพิ่มลายพิมพ์อย่างลวดลายงูบนเนื้อกระเป๋าเข้ามา
ส่วน "อเล็กซ่า" ยังคงอยู่ในซีซั่นเหมือนเดิมแต่มีการเพิ่มเติมไซส์ของกระเป๋าเข้ามา ให้มีตั้งแต่ขนาดจิ๋ว กลาง และใหญ่ ให้ทุกคนได้เลือกสรรกันมากขึ้น ซึ่งซีซั่นนี้จะมีลายเสือเข้ามาผสมผสาน ทั้งยังนำโครงสร้างของกระเป๋ากล้องมาเป็นรูปทรงเลียนแบบด้วย
สุดท้ายกับ "มิล่า" ที่อยากจะแนะนำเลย คือ ลิลลี่ และ เบย์สวอเตอร์ ทั้งสองรุ่นนี้ยังคงเป็นที่นิยมกันอยู่ แต่จะมีการปรับเปลี่ยนสีสันและลวดลายออกไป มีการนำเดนิมฟอกเข้ามาใช้ แต่คีย์พีซอยู่ที่ จิวเวล ลิลลี่ เป็นการนำเอาหมุดตามเทศกาลต่างๆ ที่แบรนด์เคยผลิตขึ้น ประดับลงไปบนกระเป๋าหนังกลับจำนวน 460 กระดุม พร้อมด้วยการติดคริสตัลสวารอฟสกี้อีกจำนวน 2,500 เม็ด ใบนี้ใช้เวลาทำ 12 ชั่วโมงต่อไป เนื่องจากต้องวางตัวหมุดและเม็ดคริสตัลให้บาลานซ์กันทั้งใบ ประเทศไทยนำเข้ามาเพียง 1 ใบเท่านั้น สนนราคาประมาณ 2 แสนบาท" ผู้จัดการผลิตภัณฑ์อาวุโสฯ แจกแจงส่งท้าย



