ข่าว

"ฮุน เซน"ลั่นพร้อมชนไทยกรณีวิหาร

"ฮุน เซน"ลั่นพร้อมชนไทยกรณีวิหาร

10 ก.พ. 2554

"ฮุน เซน" บอกจะวางแผนระยะยาวต่อกรไทยเรื่องปัญหาขัดแย้งปราสาทพระวิหาร พร้อมกล่าวหาไทยก่ออาชญากรรมสง คราม ขณะที่สื่อนิวซีแลนด์รายงานการฝึกคอบร้า โกลด์ ระหว่างไทยกับสหรัฐ ในช่วงที่ติดพันการรบกับกัมพูชา

(10ก.พ.) เวบไซต์หนังสือพิมพ์พนมเปญโพสต์ของกัมพูชา รายงานว่า นายกรัฐมนตรีฮุน เซนได้กล่าวเมื่อวานถึงกรณีการยิงปะทะที่บริเวณชายแดนกัมพูชาและไทยว่า "นี่เป็นสงครามที่แท้จริงไม่ใช่เหตุทหารปะทะกัน" และสงครามครั้งนี้ฝ่ายไทยเป็นผู้ก่อขึ้น ดังนั้นนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะต้องรับผิดชอบต่อการก่ออาชญากรรมสงครามครั้งนี้ นอกจากนี้ผู้นำกัมพูชา ยังระบุด้วยว่าการยิงปืนใหญ่ใส่ปราสาทพระวิหารและวัดแก้วสิกขาคิรีสวาระ ถือเป็นอาชญากรรมสงคราม

ฮุน เซน ยังบอกด้วยว่า รัฐบาลจะต้องดำเนินการระยะยาว ไม่ใช่แค่ 1 วันหรือ 2 วันเพื่อยุติความขัดแย้งกรณีปราสาทพระวิหาร และจะวางแผนยุทธศาสตร์ระยะยาวเพื่อต่อกรกับไทย ซึ่งการต่อกรไม่ใช่แค่หนึ่งวัน หนึ่งปี แต่ใช้เวลาหลายปี

นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีฮุน เซน ยังย้ำข้อกล่าวหาที่ว่าทางการไทยใช้ระเบิดพวงในการปะทะกับทหารกัมพูชา พร้อมกับชี้ให้เห็นว่าเป็นสงครามที่แท้จริงเพราะมีการใช้อาวุธหนัก

แต่กองทัพบกของไทยปฏิเสธข้อกล่าวหานี้ และยืนยันว่าทหารไทยใช้เพียงอาวุธตามแบบเท่านั้น ไม่ได้ใช้อาวุธที่ขัดกฎหมายหรือมาตรฐานระหว่างประเทศ

ในวันเดียวกันนายกรัฐมนตรีฮุน เซน ยังบอกด้วยว่า เขาได้พยายามผลักดันให้นายบัน คี-มุน เลขาธิการสหประชาติเพิ่มบทบาทของยูเอ็นในกรณีปะทะชายแดนกัมพูชาและไทยครั้งนี้ โดยบอกว่าความขัดแย้งได้ผ่านพ้นจุดที่จะแก้ไขปัญหาระดับทวิภาคีไปแล้วและต้องการให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติจัดประชุมฉุกเฉิน ส่งทหารรักษาสันติภาพหรือผู้สังเกตการณ์เข้าไปยังกัมพูชา และกัมพูชายินดีถอยออกไปหากทหารยูเอ็นเข้ามาคุ้มครองบริเวณปราสาทพระวิหาร

นอกจากนี้ผู้นำกัมพูชา บอกด้ยว่า หากคณะมนตรีความมั่นคงเผชิญความลำบากใจในการประณามการกระทำของไทย  ก็ควรมอบบทบาทการเจรจาไกล่เกลี่ยให้กับอาเซียนแทน

ด้านเว็บไซท์ข่าว ทูเดย์ออนไลน์ ของสิงคโปร์ รายงานว่า ไทยและกัมพูชา กำลังเผชิญกระแสกดดันทางการทูตเพิ่มขึ้นเมื่อวานนี้ เพื่อให้ยุติการเผชิญกันอันเนื่องมาจากข้อพิพาทเรื่องพื้นที่ทับซ้อนรอบปราสาทพระวิหาร ในขณะที่นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา ประกาศว่า การปะทะกันในครั้งนี้เป็นสงครามที่แท้จริง

 ผู้นำกัมพูชา กล่าวว่า การสร้างความเสียหายอย่างถาวรของตัวปราสาทอายุเก่าแก่ถึง 900 ปีนั้น ถือเป็นอาชญากรรมสงคราม และนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ของไทย จะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำที่เป็นอาชญากรรมสงคราม และการปะทะกันบริเวณพรมแดน ไม่ใช้การปะทะกันธรรมดา

 ไทยและกัมพูชา ต่างโทษกันว่าเป็นฝ่ายเริ่มต้นจุดชนวนความขัดแย้งก่อน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาและตามด้วยการปะทะกันด้วยปืนใหญ่ ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 8 คน ทหารหลายสิบนายได้รับบาดเจ็บ และพลเรือนอีกหลายพันคน ต้องอพยพออกจากที่อยู่อาศัยไปยังที่ปลอดภัย ก่อนที่เสียงปืนจะสงบลง เมื่อวันจันทร์

 นักการทูตที่ใกล้ชิดกับคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ระบุว่า คณะมนตรีฯ ได้เตรียมหารือกันในสัปดาห์หน้า หลังจากสหรัฐ จีนและชาติสมาชิกสมาคมอาเซียน ได้เรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายแสดงความอดกลั้น 

 ด้านสภาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (The Council on Foreign Relations ) หรือ CFR ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไร ที่ได้ชื่อว่าเป็นคลังสมองที่ทรงอิทธิพลที่สุดในด้านโยบายต่างประเทศของสหรัฐ ระบุในวารสารที่ตีพิมพ์ราย 2 เดือนว่า เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา การปะทะกันระหว่างไทยกับกัมพูชา อันเนื่องมาจากข้อพิพาทปราสาทพระวิหาร ทำให้เกิดนองเลือดที่สุดในรอบทศวรรษ มีผู้เสียชีวิตไป 7 คน ในช่วงเวลาไม่กี่วัน ขณะที่ทหารของสองฝ่ายหลายสิบนายได้รับบาดเจ็บ จากการยิงตอบโต้กันด้วยปืนไรเฟิลและกระสุนปืนใหญ่ของทหารทั้งสองฝ่าย

 CFR มองว่า ประชาชนต้องมาสังเวยชีวิตไปกับข้อพิพาทเรื่องดินแดนแค่หยิบมือ และปราสาทที่สวยงาม สำหรับนักสังเกตการณ์ส่วนใหญ่ พวกเขามองว่าเป็นเรื่องไร้สาระ แต่ความขัดแย้งนี้อาจกลายเป็นประเด็นสำคัญให้เกิดปัญหาใหญ่หลวงได้ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ของไทย ถูกมองอำนาจในการควบคุมกองทัพที่เกื้อหนุนตำแหน่งของเขากำลังลดลงเรื่อย ๆ ในฝั่งของไทยนั้น ความขัดแย้งนี้ ถูกผลักดันพวกชาตินิยมที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หรือ พวกเสื้อเหลือง แต่การปฏิบัติหน้าที่ของทหารบริเวณแนวชายแดน มักจะดำเนินการโดยไม่ได้แจ้งตรงต่อนายกรัฐมนตรี หรือไม่ก็แจ้งหลังจากดำเนินการไปแล้ว

 CFR มองว่า นี่คือส่วนหนึ่งของความวุ่นวายที่มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เป็นที่ทราบกันดีในประเทศไทยว่า กองทัพมีบทบาทในการทำให้รัฐบาลผสมเป็นรูปเป็นร่าง โดยให้นายอภิสิทธิ์ ก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี แทนที่รัฐบาลสองชุดที่สนับสนุนอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร หลังจากเขาหนีออกนอกประเทศ แต่ตอนนี้กำลังเกิดคำถามว่า นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์สามารถควบคุมกองทัพได้แค่ไหน ซึ่งมีการยกตัวอย่างเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯเมื่อเดือนเมษายน และพฤษภาคม

 CFR ระบุด้วยว่า ยากจะจินตนาการได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป แต่เมื่อไม่นานมานี้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ได้ออกมาปฏิเสธว่า กองทัพไม่มีแผนจะทำรัฐประหาร หลังจากเกิดข่าวลือแพร่สะพัดก่อนหน้านี้ แต่ CFR ได้สรุปส่งท้ายว่า ในช่วงไม่กี่วันก่อนจะเกิดรัฐประหารเมื่อปี 2549 กองทัพก็ปฏิเสธว่าไม่คิดจะทำรัฐประหารเช่นกัน

 เว็บไซท์ข่าว สกู๊ป ของนิวซีแลนด์ รายงานว่า ทหารสหรัฐหลายพันนาย กำลังอยู่ระหว่างการฝึกด้านวินัยและการป้องกันประเทศให้กับทหารไทย ในขณะที่ไทยยังติดพันกับการปะทะกับทหารกัมพูชาที่บริเวณชายพิพาท และปัญหาความรุนแรงโดยฝีมือของกลุ่มมุสลิมแบ่งแยกดินแดนที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ยืดเยื้อมาหลายสิบปี

 ทหารอเมริกันและไทยกับอีก 4 ชาติ ได้ร่วมกันฝึก " คอบร้า โกลด์ " ระหว่างวันที่ 7 - 18 กุมภาพันธ์ที่ได้ชื่อว่า เป็นหนึ่งในการซ้อมรบทางทหารนานาชาติที่ใหญ่ที่สุด มีบุคลากรทางทหารเข้าร่วม11,220 นาย รวมทั้งทหารสหรัฐ 7,200 นาย โดยใช้สนามบินอู่ตะเภาในจังหวัดชลบุรี ที่สหรัฐเคยใช้ในสมัยสงครามเวียดนาม รวมถึงที่ จ.สุโขทัย ตาก และจังหวัดเชียงใหม่ด้วย


 ในการซ้อมรบร่วม คอบร้า โกลด์ ไทย-สหรัฐ ครั้งที่ 30 นี้ ได้มีการสาธิตการใช้กระสุนจริงและการโจมตีอื่น ๆ โดยได้รับการออกแบบมาเพื่อนำสันติภาพมาสู่ภูมิภาค ผ่านทางความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ เพิ่มขีดความสามารถของกองทัพไทยในแข็งแกร่งในด้านการป้องกันประเทศ