ข่าว

หวั่นห้ามนำเข้าแร่ใยหินทำคนตกงาน

หวั่นห้ามนำเข้าแร่ใยหินทำคนตกงาน

10 ก.พ. 2554

เอกชนออกโรงค้านแผนจัดแร่ใยหินเป็นวัตถุอันตราย ชี้หากห้ามนำเข้าจะกระทบต่อผู้บริโภค กลุ่มแรงงานในอุตฯ ที่ใช้ใยหินเป็นวัตถุดิบอาจถึงขึ้นปิดกิจการ ต้องปลดคนงานกว่า 3-4 พันคน

 นายอุฬาร เกรียวสกุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัทกระเบื้องโอฬาร กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการวัตถุอันตรายจะประชุมว่าจะจัดแร่ใยหินเป็นวัตถุอันตรายประเภทที่ 4 ซึ่งห้ามนำเข้า รวมถึงห้ามผลิตและจำหน่ายหรือไม่ ว่า ที่ผ่านมาสังคมไทยได้รับข้อมูลไม่ถูกต้องนักเกี่ยวกับใยหิน โดยเฉพาะในด้านอันตรายต่อสุขภาพ ซึ่งยังไม่เคยมีรายงานผู้ป่วยด้วยโรคเหตุแร่ใยหินที่มีหลักฐานทางวิชาการที่น่าเชื่อถือมายืนยัน ดังนั้น จึงควรมองในประเทศเศรษฐกิจและสังคม หากมีการห้ามนำเข้าใยหินจะมีผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อผู้ใช้กระเบื้องมุงหลังคาที่มีใยหินกว่า 2 ล้านคน หรือ 5.7 แสนครัวเรือน คิดเป็น 50% ของผู้ใช้กระเบื้องมุงหลังคาทั้งประเทศ

 ขณะที่สารทดแทนที่นำมาใช้แทนใยหินไครโซไทล์ มีราคาสูงกว่า 10 เท่า จะทำให้ไทยต้องเสียดุลการค้าเพิ่มขึ้นปีละ 3,000 ล้าน และราคาจำหน่ายกระเบื้องมุงหลังคาที่มีใยหินจะสูงขึ้นทันที 30% กลายเป็นภาระผู้บริโภคและส่งผลถึงราคาที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อย นอกจากนี้ กลุ่มแรงงานที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่ใช้ใยหินเป็นวัตถุดิบในการผลิตสินค้ายังได้รับผลกระทบด้วย เพราะจำเป็นต้องปรับลดคนงานกว่า 3-4 พันคน

 นายวิเชียร ผู้พัฒน์ ประธานที่ปรึกษา บริษัทไทยกระเบื้องหลังคา กล่าวว่า หากภาครัฐยกเลิกการใช้ใยหินภายใน 3 เดือน บริษัทจำเป็นต้องหยุดกิจการทันที และส่งผลกระทบต่อคนงานในโรงงานจำนวน 170 คนต้องตกงานทันที เนื่องจากบริษัทมีขนาดเล็ก และไม่มีองค์ความรู้ในการผลิตที่ใช้สารทดแทนใยหินที่มากพอ อีกทั้งการผลิตกระเบื้องมุงหลังคาที่ไม่มีใยหินมีการลงทุนสูง ไม่ต่ำกว่าเครื่องละ 30 ล้านบาท หากต้องปรับเปลี่ยนเครื่องจักรทั้งหมดเพื่อไปผลิตกระเบื้องที่ไม่มีใยหินจำเป็นต้องใช้เงินไม่ต่ำกว่า 1,000-2,000 ล้านบาท และต้องใช้เวลาในการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตนานถึง 3-4 ปี