ข่าว

อนาคตบัณฑิตไทยยุคไข่กิโล

อนาคตบัณฑิตไทยยุคไข่กิโล

10 ก.พ. 2554

ท่ามกลางควันปืนชายแดนที่ยังไม่จางสนิทอันเป็นความกังวลโดยทั่วไปของคนไทยเราในยุคนี้นั้น ยิ่งผู้ที่มีบุตรหลานจะเรียนจบเป็นบัณฑิตอีกใน 2-3 เดือนข้างหน้านี้ก็ยิ่งเพิ่มความกังวลหนักเพราะข่าวจากทางราชการที่ออกมาว่าบัณฑิตปีนี้จะมีงานทำเพียงหนึ่งในสามที่เหลืออีกส

 ถึงแม้ตามสถิติทั่วไปนั้นอัตราว่างงานของคนไทยนั้นต่ำมาก ต่ำจนท่านนายกฯ ตกใจกล่าวคืออัตราว่างงานมีไม่ถึง 1% (ในประเทศตะวันตก เช่น อเมริกาขณะนี้มีผู้ว่างงานถึงเกือบ 10% ทั้ง ๆ ที่เศรษฐกิจทั่วไปของประเทศยังเติบโต จีดีพียังเป็นบวก) ปีที่แล้วมีคนจัดอันดับให้ประเทศไทยมีอัตราจ้างงานดีเป็นอันดับที่ 7 ของโลก สถิติจะเป็นเช่นไรนั้นแม้จะมีผู้ตั้งข้อสงสัยในเรื่องฐานข้อมูลกันมากแต่ความจริงที่ปรากฏให้เห็นชัดก็คือมีแรงงานต่างด้าวเต็มบ้านเต็มเมืองทั้งที่ถูกกฎหมายและไม่ถูกกฎหมาย

 อย่างไรก็ตามเมื่อเอาตัวเลขคนว่างงานมาวิเคราะห์อย่างหยาบๆ ก็จะพบชัดเจนว่าผู้ที่จบการศึกษายิ่งสูงก็ยิ่งหางานได้ยากแต่ที่ประเทศไทยขาดแคลนนั้นคือผู้ใช้แรงงานทั่วไปและช่างเทคนิค

 ตัวเลขเหล่านี้ชี้บอกถึงความล้มเหลวในการวางแผนการศึกษาและการสร้างค่านิยมของสังคมแต่ในอดีตของไทยที่ไม่นานนัก กล่าวคือได้มีการสร้างค่านิยมว่าต้องเรียนให้จบปริญญาชีวิตจึงจะดี ครอบครัวบางครอบครัวที่ฐานะยากจนก็ยังขวนขวายกู้หนี้ยืมสินเพื่อส่งให้ลูกหลานของตนได้รับการศึกษาสูงสุดเท่าที่จะทำได้และคิดว่าการเรียนให้ได้รับปริญญาสาขาไหนก็ได้คือคำตอบ

 ด้านสถานการศึกษาระดับสูงก็ได้รับการขยายตัวขึ้นมารองรับความต้องการของสังคมอย่างรวดเร็วมีมหาวิทยาลัยทั้งภาคเอกชนและรัฐเกิดขึ้นเป็นดอกเห็ดและแย่งกันผลิตวิชาที่ลงทุนน้อยรับนักศึกษาไม่จำกัดโดยไม่คำนึงถึงคุณภาพมากนัก แต่สิ่งที่สำคัญไม่ได้คำนึงถึงความต้องการของตลาด ก้มหน้าก้มตาผลิตนักศึกษาที่ตลาดไม่ต้องการ ภาวะบัณฑิตตกงานจึงเกิดขึ้นให้เห็นดังในปัจจุบันนี้

 คนในวงการต่างๆ เริ่มมองเห็นปัญหานี้ก็ได้เริ่มมีการแก้ไขขึ้นทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ เช่น โครงการ “ครูพันธุ์ใหม่” ซึ่งจะปรับปรุงคุณภาพครูให้เป็นครูอาชีพต้องใช้เวลาเรียนในมหาวิทยาลัย 6 ปี บัณฑิตทุกสาขาไม่มีงานทำแต่เรียนดีก็อาจเข้าเรียนต่อยอดอีก 2 ปีเพื่อรับปริญญาโทก็เป็นเพียงแก้ปัญหาได้บ้าง

 ทางภาคเอกชนมีการรับบัณฑิตเข้าไปทำงานมากขึ้นแต่จำนวนมากทำงานที่ต่ำกว่าความรู้ระดับบัณฑิตมาก เช่น จ้างบัณฑิตจบปริญญาตรีหรือโทเข้าไปป้อนข้อมูลเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์หรือแม้จ้างบัณฑิตไปเป็นบริกรตามห้องอาหารในโรงแรม 4-5 ดาว

 ทั้งหลายทั้งปวงนี้เป็นการเพาะเชื้อความขมขื่นของคนหนุ่มคนสาวที่เรียนสูงๆ แล้วหางานไม่ได้หรือต้องทำงานที่ต่ำกว่าวุฒิ สะสมมากขึ้นก็จะปะทุเกิดความไม่สงบของสังคมอย่างรุนแรงเช่นที่เกิดในประเทศอียิปต์ขณะนี้

 เหตุการณ์จลาจลขับไล่ประธานาธิบดีอียิปต์ขณะนี้ปลุกคนให้ตื่นขึ้นมาทั้งโลก เริ่มมองเห็นว่าประเทศที่กำลังพัฒนาแล้วเร่งเพิ่มระดับการศึกษาให้ประชาชนโดยไม่ลืมหูลืมตาว่าจะล้ำหน้าความเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศตนหรือไม่ก็จะก่อให้เกิดปัญหาความไม่สงบของสังคมได้

 ระบบการศึกษาของประเทศไทยเริ่มเข้าสู่ถนนอเวจีสายนี้แล้วแต่ก็ยังไม่สายเกินแก้ไขหากผู้รับผิดชอบของประเทศเริ่มรู้และแก้ไข ส่วนชาวบ้านเราก็ต้องเข้าใจทิศทางเหล่านี้แล้ววางแผนการศึกษาให้ลูกให้หลานไม่ใช่ก้มหน้าก้มตาขายไร่ขายนาให้ลูกให้หลานได้กระดาษมาเพียงใบเดียวแต่หางานทำไม่ได้

นายหนูใหญ่ [email protected]