ข่าว

 กษิตแจงวุฒิฮุนเซนต้องการที่ทับซ้อน

กษิตแจงวุฒิฮุนเซนต้องการที่ทับซ้อน

09 ก.พ. 2554

“กษิต” แจงวุฒิสภาปัญหาขัดแย้ง ไทย-กัมพูชาเพราะ “ฮุน เซน” ต้องการปราสาทพระวิหาร-พื้นที่ทับซ้อน รับเหตุที่เกิดเล่นเกมแรงหวังกดดันให้นานาชาติร่วมกดดันไทย พร้อมเปรียบ “ฮุน เซน” เป็นเด็กเกเรข้างบ้าน ลั่นไทยจะไม่ยอมให้มารังแกฝ่ายเดียว

 เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9 ก.พ. ที่รัฐสภา กรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา ได้จัดงานสัมมนา เรื่อง ประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน เหตุการณ์ปกติ? โดยได้เชิญนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ร่วมงานซึ่งนายกษิต ได้กล่าวถึงความขัดแย้งระหว่างประเทศไทยและกัมพูชาเรื่องชายแดนขณะนี้ ว่า เป็นเพราะกัมพูชาได้นำเรื่องประวัติศาสตร์มาเร้าอารมณ์ ด้วยการสอนให้คนกัมพูชาเชื่อว่าตลอด 600 - 700 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยทุบศีรษะเขาตลอด รวมถึงการนำเรื่องปราสาทพระวิหารขึ้นศาลโลก ซึ่งถือว่าเป็นบทเรียนของประเทศไทย   อย่างไรก็ตามตนเชื่อว่าแม้จะนำเรื่องปราสาทพระวิหารขึ้นศาลโลกปัญหาก็ไม่จบ เพราะกัมพูชาใช้ประเทศไทยเป็นเครื่องมือ

 “ความสัมพันธ์และแนวการทูตของกัมพูชากับไทยขณะนี้ มุ่งเป้าหมายเดียว คือ ต้องการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก และต้องการพื้นที่โดยรอบ 4.6 ตาราง กิโลเมตร แต่เขาคิดว่ารัฐบาลไทยชักช้า เพราะเรื่องต่างๆต้องเข้าสู่ระบบรัฐสภา และคิดว่านายกฯฮั้วกับรัฐสภาเพื่อดึงเรื่องนี้ให้ช้าลง ดังนั้นวิธีที่ทำให้ได้ดังใจมากที่สุดคือเปิดแนวรบให้รุนแรงสาหัส อย่างเมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ ผ่านมา ที่เขาทำสำเร็จ โดยอาจจะมีประเทศอื่นสนับสนุน อย่างเช่น รัสเซีย อินเดีย จีน แล้วจึงฟ้องสู่คณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติ โดยในวันที่ 14 ก.พ.นี้ ผมจะไปชี้แจงต่อคณะมนตรีความมั่นคงต่อสหประชาชนถึงกรอบดังกล่าว ในขณะที่ฝ่ายกัมพูชามีนายฮอร์นัมฮง รมว.ต่างประเทศของกัมพูชา และมีรมต.ต่างประเทศของอินโดนีเซียในฐานะประธานอาเซียนไปร่วมชี้แจงด้วย” นายกษิต กล่าว

 รมว.การต่างประเทศ กล่าวอีกว่า ตนพร้อมชี้แจงทุกเวที ทั้งนี้ต้องไม่ลืมว่าประเทศไทยมีสหรัฐฯเป็นพันธมิตร แม้ประเทศกัมพูชาได้สร้างภาพว่าเป็นผู้ถูกกระทำ และขอความเห็นอกเห็นใจ แต่ไม่ได้หมายความว่าประเทศไทยจะอนุญาตให้สมเด็จฮุน เซนเป็นเด็กเกเรกับประเทศไทย ซึ่งขณะนี้มีเด็กเกเรตอแยอยู่ข้างบ้าน แต่ประเทศไทยก็เป็นผู้ใหญ่ที่เป็นมิตร ยังให้ชาวกัมพูชาเดินทางเข้า-ออกประเทศโดยไม่ใช่วีซ่า ทั้งนี้ตนยืนยันว่าการประชุมเจซีบีปลายเดือนก.พ.ต้องดำเนินต่อไป ซึ่งทางสหประชาชาติก็พร้อมให้เงินสนับสนุน ทั้งนี้ตนขอเรียกร้องให้เด็กเกเรคุยกับรัฐบาลพลเรือน ไม่ใช่ใช้แนวทางเดิมที่ไปคุยกับผู้นำทางทหารแล้วหวังว่ากลาโหมจะมาบีบตนออก ซึ่งตนขอแจ้งให้ทราบว่าขณะนี้กระทรวงกลาโหมกับต่างประเทศมีความเข้าใจกันอย่างดี

 จากนั้นนายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา ถามนายกษิตถึงความสัมพันธ์กับระเทศมหาอำนาจอื่นๆหรือไม่ ซึ่งนายกษิต กล่าวว่า อยู่ระหว่างการเช็คข้อมูล ถึงอาวุธทางทหารของประเทศกัมพูชา โดยเฉพาะเครื่องยิงจรวดบี 51 ที่ ทราบว่ากัมพูชาได้จากสหรัฐฯ จีน และบัลแกเรีย ซึ่งอาวุธบัลแกเรียเป็นของที่กัมพูชาซื้อมา แต่กำลังดูรายละเอียดว่าอาวุธของจีนและสหรัฐฯมีที่มาอย่างไร

 ส่วน นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ส.สรรหา ถามถึงกรณีที่ผลการศึกษาของกระทรวงการต่างประเทศขัดแย้งกับแนวทางที่พูดไว้ ว่าดินแดน 4.6 ตารางกิโลเมตรเป็นของไทย นายกษิต กล่าวว่า ตนก็เพิ่งทราบว่ากระทรวงต่างประเทศต้องจ่ายเงินให้นักวิชาการ 2 กลุ่ม เป็นเงินกว่า 10 ล้าน บาท ต้องยอมรับว่าในกระทรวงการต่างประเทศยังมีอะไรที่เป็นแดนสนธยาอยู่ มีข้าราชการ นักการเมืองหลายคนเดินสายไปพบผู้หลักผู้ใหญ่เพื่อกดดันตน และไม่คิดว่าตนจะอยู่ได้นานถึง 2 ปี และการที่ตนเข้ามาโดยไม่ได้ตั้งใจก็ไปทำให้เกิดผลกระทบกับคนในกระทรวงต่างประเทศเยอะ ทั้งที่ตนไม่คิดจะมา อยู่บนเวทีพันธมิตรก็สนุกสนานดีอยู่แล้ว

 จากนั้น นายคำนูณเสนอให้รัฐบาลและกระทรวงการต่างประเทศใช้คำเรียกพื้นที่ 4.6 ตาราง กิโลเมตร ว่าพื้นที่ไทยแทนพื้นที่ทับซ้อน   รมว.การต่างประเทศ กล่าวว่า ที่ผ่านมากระทรวงการต่างประเทศได้ออกแถลงการณ์ย้ำชัดเจนว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นของประเทศไทย   ทั้งนี้ต้องระวังเพราะหากตนพูดไปแล้วกลุ่มบุคคลจะกดดันตนพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ว่าเมื่อเป็นพื้นที่ไทย ก็ต้องส่งทหารลงไป เอารถถังลงไป หรือพล.ต.จำลอง ศรีเมือง ยกทัพไปเอง อย่างนี้ก็รบกันอีก แต่จะขอกลับไปหาคำพูดที่เหมาะสมในเรื่องนี้ต่อไป

 กษิตบินนิวยอร์กตอกย้ำข้อมูลพิพาทไทย-กัมพูชา

 ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายธานี ทองภักดี อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จะเดินทางไปพบคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ที่นครนิวยอร์ค ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์นี้ ว่า การเดินทางดังกล่าวเป็นการตอกย้ำข้อมูลตามหนังสือที่ประเทศไทยได้มีไปแล้ว พร้อมย้ำข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ซึ่งการเดินทางไปครั้งนี้ยังไม่ถือว่าปัญหาระหว่างไทย -กัมพูชา ขยายวงในระดับที่ UNSC ต้องเข้ามาไกล่เกลี่ย เพราะการประชุมที่เกิดขึ้นเป็นวาระปกติของ UNSC เพียงแต่รัฐมนตรีต่างประเทศทั้งไทย-กัมพูชา โทรศัพท์คุยกันและเห็นพ้องว่าจะไปชี้แจงในเวทีดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ และมีโอกาสหารือกันอีกครั้งด้วย ส่วนการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (เจบีซี)ไทย-กัมพูชา ยังคงมีอยู่เช่นเดิมในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกุมภาพันธ์

 ส่วนกรณีที่คณะกรรมการมรดกโลกจะส่งคนมาตรวจสอบความเสียหายปราสาทพระวิหาร นายธานี กล่าวว่า ไม่น่าเหมาะสม เพราะสถานการณ์ขณะนี้ไม่เอื้ออำนวย มีความตึงเครียดอยู่ อาจเกิดปัญหาซับซ้อนได้อีก และหากเดินทางมา ต้องขออนุญาตไทยอย่างเป็นทางการด้วย

มท.1ยันไม่มีขโมยทรัพย์ชาวบ้านอพยพ

 นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวว่ามีขโมยเข้าไปลักทรัพย์สินของชาวบ้านที่หนีสงคราม   ยืนยัน ว่า ขโมยไม่มี มีแต่เด็กและคนแก่ อย่างไรก็ตาม ทางกระทรวงมหาดไทย ได้เข้าไปให้ความช่วยเหลือโดยในวันนี้ได้เปิดเต้นรับบริจาคสิ่งของจากเพื่อร่วมชาติ อย่างไรก็ตาม ยอมรับสิ่งของบริจาคยังน้อย จึงขอความร่วมมือจากสื่อช่วยประชาสัมพันธ์การขอรับบริจาคด้วย ขณะนี้ ทางหอการค้าไทย จีนได้ขอแสดงความจำนงค์บริจาคสิ่งของ อาทิ ผ้าห่ม ข้าวสาร เสื้อทีเชิ้ต เครื่องอุปโภค บริโภค