
เขมรไม่รับใช้พระวิหารที่ตั้งค่ายทหาร
กัมพูชาได้ปฏิเสธด้วยความไม่พอใจต่อข้อกล่าวหาของไทยที่ว่าทหารกัมพูชาใช้ปราสาทพระวิหารและพื้นที่ทับซ้อนที่เป็นข้อพิพาทกับไทย เป็นที่ตั้งค่ายทหาร ทำให้เกิดการทำครามน้ำลายระหว่างกันระลอกใหม่ ท่ามกลางสถานการณ์หยุดยิงที่เปราะบาง
บริเวณยอดเขาอันเป็นที่ตั้งปราสาทพระวิหาร ได้ตกเป็นศูนย์กลางการปะทะกันด้วยอาวุธหนักในช่วง 4 วัน ของการเผชิญหน้ากันระหว่างไทยกับกัมพูชา ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 8 คนและบาดเจ็บอีกหลายสิบคน มีรอยกระสุนที่พลาดไปโดนกำแพงของโบราณสถานอันเก่าแก่ กลายเป็นข้อถกเถียงกันของสองฝ่าย ถึงขอบเขตของความเสียหายและเป็นฝีมือของใคร
ไทย ระบุว่า กัมพูชาไปตั้งค่ายทหารบริเวณปราสาทและยิงข้ามชายแดนมายังฝั่งไทย ทำให้ไทยไม่มีทางเลือกจึงต้องตอบโต้ แต่กระทรวงต่างประเทศกัมพูชา ออกแถลงการณ์ในวันนี้ ปฏิเสธอย่างแข็งกร้าวว่า ไม่เคยมีทหารกัมพูชาบนปราสาทพระวิหารและจะไม่มีทางมีอย่างแน่นอน เพราะสถานที่แห่งนี้ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเป็นสถานที่ท่องเที่ยว มีแต่การรักษาความปลอดภัยของตำรวจเพียงไม่กี่นายที่ใช้อาวุธเบาเท่านั้น
แต่ผู้สื่อข่าวของสำนักข่าว AP รายงานว่า ในวันนี้ก็ยังเห็นทหารกัมพูชาหลายร้อยนาย ประจำการอยู่บริเวณปราสาท ทั้งยังเอาถุงทรายมาทำเป็นบังเกอร์อีกด้วย ทหารซึ่งสวมชุดพรางเหล่านี้บางคนเล่นไพ่อยู่ในร่มเงาของกำแพงปราสาท บางคนนอนอยู่บนเตียงพับ หรือ เปลญวน ส่วนอีกหลายคน ขนเอาถุงทรายใหม่ไปเรียงไว้ แต่มองไม่เห็นอาวุธอื่น นอกจากปืนไรเฟิล
เจ้าหน้าที่กัมพูชา อ้างว่า กระสุนปืนใหญ่ของไทย ทำให้ปีกข้างหนึ่งของปราสาทพังถล่มลงมาแต่ทางการไทยไม่ยอมรับการประโคมข่าวเรื่องนี้ และเมื่อวานนี้ เป็นวันแรกที่ผู้สื่อข่าวสามารถขึ้นไปตรวจสอบความเสียหายที่กัมพูชาอ้าง ซึ่งพบว่า ความเสียหายนั้นเล็กน้อยมาก ส่วนโครงสร้างอื่น ก็ไม่มีร่องรอยบุบสลายแต่อย่างใด
จีนวอนไทยและกัมพูชายับยั้งชั่งใจใช้ขันติ
สำนักข่าวซินหวารายงานว่า นายหงเหล่ย โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ไทยและกัมพูชาล้วนเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นมิตรของจีน จีนหวังให้ทั้งสองฝ่ายยับยั้งชั่งใจและใช้ความอดทนอดกลั้น แก้ไขข้อพิพาทโดยผ่านการปรึกษาหารือ หลีกเลี่ยงไม่ให้สถานการณ์ทวีความรุนแรงขึ้น ตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์นี้เป็นต้นมา ไทยและกัมพูชาเกิดการปะทะกันหลายครั้งบริเวณชายแดน



