ข่าว

พธม.ยันไม่ย้ายแม้พ.ร.บ.มั่นคงบังคับ

พธม.ยันไม่ย้ายแม้พ.ร.บ.มั่นคงบังคับ

09 ก.พ. 2554

"พธม."ยืนยันไม่ย้ายแม้มีพ.ร.บ.มั่นคงบังคับใช้แล้ว "จำลอง"ท้าให้ตร.จับ เผย 10 ก.พ. "พธม.ส่งตัวแทนฟ้องศาลปกครองร้องครม.ออกคำสั่งมิชอบ เผย 11 ก.พ. ส่งตัวแทนไปมอบสิ่งของที่ศรีษะเกษและเคลื่อนขบวนไปถวายคำปฏิญาณลานพระบรมรูปทรงม้าเสร็จแล้วกลับมาชุมนุมที่เดิม

 (9ก.พ.) ที่หน้ากระทรวงศึกษาฯ เมื่อเวลา 10.00 น. พลตรีจำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นายปานเทพ พัวพงศ์พันธ์และนายประพันธ์ คูณมี แกนนำพันธมิตรฯร่วมกันแถลงข่าวกรณีที่รัฐบาลประกาศใช้พ.ร..การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรพ.ศ. 2551 ในพื้นที่ 7 เขตกทม.เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 9 - 23 ก.พ. โดยพลตรีจำลอง กล่าวว่า กำหนดการเดิมนั้นวันที่ 11 ก.พ.พันธมิตรฯจะไปร้องเรียนส่วนราชการที่เกี่ยวข้องให้ออกมาปกป้องแผ่นดิน โดยเมื่อวันที่ 4 ก.พ.เกิดการปะทะกันระหว่างไทยกับกัมพูชา กัมพูชาเริ่มยิงก่อนและไทยตอบโต้ ทำให้ประชาชนในพื้นที่หนีภัยไปรวมกันที่ที่ว่าการอำเภอกันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ

 พลตรีจำลอง กล่าวอีกว่า พันธมิตรฯเห็นว่าทหารและประชาชนในพื้นที่กำลังทุกข์ยาก สิ่งที่จะดีกว่านั้นคือพันธมิตรฯจะไม่เคลื่อนขบวนไปเรียกร้องส่วนราชการ    แต่เวลา 09.00 น. วันที่ 11 ก.พ. จะส่งเครื่องอุปโภคบริโภค เสื้อผ้า ชุดชั้นใน เป็นต้นส่งไปเป็นขวัญและกำลังใจ โดยพันธมิตรฯจะส่งคณะกรรมการรวมพลังปกป้องแผ่นดินเป็นตัวแทนผู้ชุมนุมเดินทางไปมอบให้ และส่งหนังสือไปยังผบ.ทบ.เพื่อชมเชยทหารที่กล้าหาญตอบโต้กัมพูชา แต่วันนั้นผู้ชุมนุมจะอยู่ในกทม. และเวลา 10.00 น.วันที่ 11 ก.พ.พันธมิตรฯจะเคลื่อนขบวนจากถนนราชดำเนินนอกไปยังลานพระบรมรูปทรงม้าเพื่อไปกล่าวคำปฏิญาณปกป้องแผ่นดิน เพราะสมัยรัชกาลที่ 5 นั้นพระองค์ท่านต้องจำพระทัยในการสละดินแดนของไทยบางส่วนเพื่อรักษาเอกราชเอาไว้ และพระปรีชาญาณของพระองค์ทำให้ไทยเป็นประเทศเดียวที่รักษาเอกราชไว้ได้ ตอนนี้เกิดเรื่องใหญ่ที่กระทบแผ่นดินไทย พันธมิตรฯจึงจะไปกล่าวคำปฏิญาณกับพระองค์ท่านในฐานะผู้รักชาติว่าจะพยายามทุกวิถีทางนำดินแดนที่เสียให้กัมพูชากลับมาทั้งหมดและจะไม่ทำให้เสียดินแดนอีก

 นายปานเทพ กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาออกแถลงการณ์ว่าปราสาทพระวิหารไม่มีอาวุธนั้น ขอประณามแถลงการณ์นั้นว่าบิดเบือน ไร้ยางอาย เป็นเท็จ เพราะภาพข่าวที่ปรากฏจากสื่อต่างประเทศนั้นปรากฏตรงกันว่าพื้นที่นั้นเป็นสถานที่สะสมอาวุธของทหารกัมพูชาที่ยิงมาทำร้ายประชาชนไทย   และสิ่งที่นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ชี้แจงเมื่อคืนวันที่ 9 ก.พ.นั้นว่า พยายามทำหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนเต็มที่ และกล่าวหาพันธมิตรฯว่าการปะทะกันครั้งนี้สะใจแล้วหรือไม่นั้น   พันธมิตรฯเห็นว่าเป็นคำพูดที่ใช้ไม่ได้ และแสดงความไม่รับผิดชอบต่อการตัดสินใจผิดพลาดของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา คือ เอ็มโอยู 2543 ที่อ้างว่าจะทำให้เกิดสันติภาพ แต่สุดท้ายเกิดการปะทะกันขึ้น รวมทั้งมีการคงกำลังทหารและฐานที่มั่นกันไว้ ทำให้กัมพูชายังยิงอาวุธใส่คนไทย   หากรัฐบาลอ้างว่าเลือกสันติวิธีนั้น พันธมิตรฯก็ต้องการเช่นกัน แต่ต้องไม่มีฐานทัพกัมพูชาที่มาตั้งในแผ่นดินไทยและยิงใส่คนไทย ทหารกัมพูชาไม่เคยอยู่บนภูมะเขือ และเขาพระวิหาร การขึ้นไปได้นั้นแสดงว่าไทยปล่อยปละละเลย หากจะเจรจากับกัมพูชาต้องใช้เงื่อนไขผลักดันทหารกัมพูชาออกจากสองพื้นที่ข้างต้นก่อน หากเกิดการปะทะอีกนั้นรัฐบาลต้องรับผิดชอบ

 นายประพันธ์ กล่าวว่า ขอประณามนายกษิตที่ไม่ทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของประเทศ  กัมพูชาออกแถลงการณ์ที่อ้างถึงเอกราชแม้จะเป็นข้อความเท็จ แต่กระทรวงการต่างประเทศกลับไม่ตอบโต้เลย และกลับแว้งกัดคนไทยด้วยกันรวมทั้งโยนความผิดให้ผู้ชุมนุม นายกษิตยัดเยียดคำว่าสะใจกับความคลั่งชาตินั้น ความจริงแล้วการปะทะกันเป็นเพราะรัฐบาลนิ่งเฉยไม่ปฏิบัติการปกป้องดินแดน ปล่อยกัมพูชายิงเข้ามาจนประชาชนไทยเดือดร้อน แต่โยนความผิดให้พันธมิตรฯนั้น เป็นการทำหน้าที่อัปยศและเลวของนายกษิต ส่วนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯนั้นไม่ทำหน้าที่แก้ปัญหาจริงจังและให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนใส่ร้ายพลตรีจำลองและพันธมิตรฯว่าชุมนุมให้เกิดการปฏิวัติ  ขอย้ำว่าไม่เคยเรียกร้องให้เกิดการปฏิวัติ พวกตนเพียงแค่ขอให้นายกฯลาออกตามระบอบประชาธิปไตย นายกฯไม่ต้องอยู่ครบสี่ปีตามรัฐธรรมนูญ จึงยื่นอภิปรายฯและสามารถยื่นถอดถอนนายกฯ อีกทั้งนายกฯย้ำเสมอว่าสำนึกทางการเมืองต้องอยู่เหนือความรับผิดชอบทางกฎหมาย นายกฯยังย้ำว่าหากไม่พอใจต้องรอการเลือกตั้ง การพูดแบบนี้แสดงว่าไม่มีความรับผิดชอบ มีแต่ยื้อไปเรื่อยๆ นายกฯอย่าใส่ร้ายผู้ชุมนุม เราไม่ได้เรียกร้องการเมืองนอกระบบ หากนายกฯลาออกแล้ว กระบวนการมันก็เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย หากรัฐบาลจะโดนปฏิวัตินั้นจะเป็นเพราะดื้อด้านเท่านั้น และมันไม่เกี่ยวกับผู้ชุมนุมด้วย

 เมื่อถามว่าพล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น. 1 มาเจรจาให้เปิดถนนนั้นผลเป็นอย่างไร และประกาศใช้พ.ร.บ.มั่นคงฯแล้วกังวลการจับกุมหรือไม่ พลตรีจำลองกล่าวว่า “ ไม่ได้ มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ มันยาก พวกเราต้องลำบากเพราะเวลาคนมาชุมนุมเยอะๆจะใช้พื้นที่ตรงไหน บางครั้งคนมาก บางครั้งก็ไม่มากเท่าที่เคยเป็นมา    พวกเราให้เวลานายกฯมานานในการปกป้องแผ่นดิน  เราไม่กลัวการจับกุม เพราะเสียอิสรภาพดีกว่าเสียแผ่นดิน มันเป็นเรื่องใหญ่สุดเพราะฉะนั้นไม่ว่าจะนำกฎหมายใดมาให้พวกเราออกจากที่นี่ พวกเราไม่ไปเพราะจะอยู่ปกป้องดินแดน แม้จะรถติดบ้างเสียเวลาเล็กน้อยแต่ดีกว่าเสียแผ่นดิน   คนอื่นไม่ทุกข์ยากเท่าพวกเราที่มากินนอนที่นี่ ขอว่ารัฐบาลอย่ากลั่นแกล้งเลย หากจะขับไล่   ทำไมไม่ขับไล่กัมพูชา ”

 เมื่อถามว่าถนนพิษณุโลกและถนนราชดำเนินนอกอยู่ในพื้นที่ความมั่นคง   พลตรีจำลอง กล่าวว่า พวกเรากดดันรัฐบาลที่นี่ เพราะตรงนี้คือที่ทำงานของรัฐบาล     ตำรวจได้รับคำสั่งจากรัฐบาลก็ขอให้พิจารณาและจัดการเลย ไม่ต้องเกรงใจพวกตน ตนยอมให้ถูกจับและไม่ได้ท้าทายเพราะบอกมาตั้งนานแล้ว   มันเป็นความจำเป็นจริงๆเพราะทนไม่ได้ที่ต้องเสียดินแดน นายกฯบอกให้รอตามกระบวนการเลือกตั้งมันรอได้ที่ไหน   สาเหตุมันมาจากรัฐบาลไม่เข้าท่า หากเป็นประเทศอื่นๆคงลาออกไปนานแล้ว และแม้ว่าคำสั่งนี้จะถูกต้อง พวกตนก็ไปจากพื้นที่นี้ไม่ได้   และในวันที่ 11 ก.พ.เมื่อพวกตนไปปฏิญาณตนเสร็จ   ก็กลับมาชุมนุมที่นี่ต่อไป

 “ กลัวไปเองว่าจะไปปิดรัฐสภา ทุกครั้งที่เคลื่อนไหวก็บอกกันทุกครั้ง ไม่มีเหตุผลที่จะไปรัฐสภา ” พลตรีจำลองกล่าว และว่า หากเกิดการปฏิวัติขึ้นนั้น มันบังคับกันไม่ได้ หากจะให้บอกว่าจะไม่เกิดขึ้นนั้นก็คงไม่ได้เช่นกัน เพราะการเมืองบ้านเราไม่มั่นคง การปฏิวัตินั้นพวกตนไม่สนับสนุนและไม่เกี่ยวข้อง แต่หากว่ามันเกิดขึ้นก็ไม่เกี่ยงแม้ว่าจะไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง   เหมือนกับว่าตอนนี้เราเป็นโรคร้ายที่เสียดินแดน ฉะนั้นสิ่งใดที่รักษาโรคได้ หมอคนนั้นไม่จำเป็นต้องมาจากสาขาใด ขอให้รักษาโรคได้เป็นพอ เพราะไม่ต้องการวิธีการและกระบวนการ หากนายกฯยุบสภาในช่วงนี้ พวกตนก็ไม่ย้ายไปไหนเช่นกัน

 นายปานเทพ กล่าวเสริมว่า การขอพื้นที่คืนบางส่วนนั้น ย้ำว่าผู้ชุมนุมคือคนไทย หากจะกระทำกับพวกตน ก็ต้องถามว่าไปกระทำกับทหารกัมพูชาที่ติดอาวุธในดินแดนไทยแล้วหรือไม่ ทำไมไม่ไปขอพื้นที่คืนมาจากกัมพูชา การใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงฯกับคนไทยเพื่อปกป้องดินแดนและอธิปไตยนั้น แต่รัฐบาลปล่อยให้กัมพูชายึดดินแดนแบบนี้จะตอบคำถามกับสังคมโลกอย่างไร การขอให้นายกฯลาออกนั้นคือต้องการให้เกิดการคัดสรรบุคคลอื่นที่พร้อมทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตยในภาวะแบบนี้ที่ไม่ใช่แค่เจรจา การยุบสภาคือการถ่วงเวลาของนายกฯให้รักษาการต่อและไม่ได้แก้ปัญหาอยู่ดี หากคนใหม่ที่ขึ้นมาแทนนายอภิสิทธิ์แต่ปกป้องดินแดนไม่ได้ พวกตนก็จะอยู่ที่นี่ต่อไป หรือว่าจะเกิดการรัฐประหารขึ้นแล้วปกป้องแผ่นดินไม่ได้ พวกตนก็เรียกร้องที่นี่ เพราะพวกตนไม่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนนั้น พวกตนเกี่ยวข้องแค่เพียงว่าใครเข้ามาทำหน้าที่ปกป้อดินแดนเท่านั้น

 นายประพันธ์ กล่าวต่อว่า ไม่มีเหตุผลที่ใช้พร.บ.ความมั่นคงฯในการขอคืนพื้นที่ และพื้นที่นี้ไม่กระทบการจราจรเพราะเดือดร้อนน้อยที่สุด สองข้างทางฝั่งถนนนั้นหากตำรวจบริหารจัดการตามปกติก็สัญจรได้  พื้นที่นี้มีแค่ทำเนียบรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการที่มีทางเข้าออกหลายทาง ข้ออ้างการจราจรมันไร้เหตุผล รวมทั้งการใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงฯนั้นมันไร้องค์ประกอบทางกฎหมายที่ควรนำมาอ้าง ตำรวจมาคุยกับพวกตนเพื่อให้รัฐบาลรู้ว่าทำตามหน้าที่ และน่าจะรู้ว่าคำสั่งนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เมื่อใดที่ตำรวจลงมือปฏิบัติการกับผู้ชุมนุมก็จะมีความผิดแน่นอนเหมือนเหตุการณ์ 7 ต.ค. 2551 เพราะปปช.ชี้มูลความผิดแล้ว

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการยื่นฟ้องศาลปกครองในกรณีที่รัฐบาลประกาศใช้พ.ร.บ.มั่นคงฯนั้น ในวันที่ 10 ก.พ.เวลา 10.00 น. กลุ่มพธม.จะส่งตัวแทนไปยื่นหนังสือต่อศาลปกครองให้มีคำสั่งเพิกถอนการประกาศใช้พ.ร.บ.มั่นคงฯ