ข่าว

"บัน คีมุน"สายตรง"มาร์ค-ฮุนเซ็น"

"บัน คีมุน"สายตรง"มาร์ค-ฮุนเซ็น"

09 ก.พ. 2554

เลขาธิการสหประชาชาติโทรศัพท์หารือผู้นำไทย-กัมพูชา ด้าน“ประวิตร” ควง “ ประยุทธ์ ” ลงพื้นที่ชายแดน ร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพ "ส.อ.พลีชีพ" ศึกไทย-กัมพูชา ชี้ชะลอส่งเชื้อเพลิงให้เขมร เป็นการตัดสินใจของก.พลังงาน ยันไม่ใช่มาตรการตอบโต้ “ รับ ” ห่วงม๊อบแดง-เหลือง

(9ก.พ.) นายบัน คีมุน เลขาธิการสหประชาชาติ เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวที่สำนักงานใหญ่ของสหประชาชาติที่นิวยอร์ค ของสหรัฐว่า เขาได้โทรศัพท์หารือกับนายกรัฐมนตรีของไทยและกัมพูชาเมื่อวันอังคารเพื่อหาทางยุติปัญหาข้อพิพาทบริเวณชายแดน และยังเสนอให้สหประชาชาติเข้ามาเป็นคนกลางในการเจรจาไกลเกลี่ยด้วย แต่ในขณะที่มีการปะทะกันเมื่อวันจันทร์ คณะมนตรีความมั่นคงไม่ได้จัดการประชุมหารือกันในเรื่องนี้ เพื่อให้เวลาอินโดนีเซีย ในฐานะประธานหมุนเวียนของสมาคมอาเซียน ทำหน้าที่ไกล่เกลี่ย

 นายบัน กล่าวด้วยว่า เขาได้เรียกร้องให้ไทยและกัมพูชายุติความรุนแรง และแสดงความอดกลั้นและหาทางแก้ปัญหาให้ตรงจุดผ่านทางการกลไกและการจัดการต่าง ๆ โดยที่สหประชาชาติจะยังคงให้ความช่วยเหลือต่อไป

 ก่อนหน้านี้ นางมาเรีย ลุยซ่า ริเบโร่ วิอ็อตติ ประธานหมุนเวียนของคณะมนตรีความมั่นคงฯระบุว่า ปัญหาข้อพิพาทระหว่างไทยกับกัมพูชาควรแก้ไขกันเองในระดับภูมิภาค แต่ก็ยังเปิดทางถึงความเป็นไปได้ว่าจะมีการหารือกันใน 15 ชาติสมาชิกคณะมนตรีฯ ด้านสมาคมอาเซียน ซึ่งกัมพูชาและไทยเป็นสมาชิก ได้เรียกร้องให้สองประเทศหันหน้ามาเจรจากันภายใต้ความช่วยเหลือจากสมาคมอาเซียนถ้าเป็นไปได้

 ทหารกัมพูชา เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวของรอยเตอร์ว่า ไม่มีสัญญาณการสู้รบหลังปะทะกันระลอกล่าสุดเมื่อวันจันทร์ แต่สถานการณ์ก็ยังตึงเครียด ทางฝั่งกัมพูชานั้นพร้อมรบเพราะไม่ไว้ใจทหารไทยอีกแล้ว

 ด้านพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.กิตติพงษ์ เกษโกวิท ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ เสนาธิการทหารบก พร้อมด้วยนายทหารชั้นผู้ใหญ่ เดินทางลงพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 เพื่อฟังบรรยายการสรุป และติดตามสถานการณ์ ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่กองกำลังสุรนารี หลังจากนั้น ก็จะเดินทางไปรดน้ำศพ ส.อ.ธนากร พูลเพิ่ม นายทหารคนล่าสุดที่เสียชีวิตจากเหตุปะทะกับกัมพูชา และเยี่ยมทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว ที่ จ.อุบลราชธานี ต่อจากนั้นจะเดินทางไปร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพ ร.อ.วุธชรินทร์ ชาติคำดี หัวหน้าชุดกองร้อยทหารราบที่ 1623
 
 พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า การเดินทางลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อไปตรวจเยี่ยมและร่วมงานพระราชทานเพลิงศพของทหารที่เสียชีวิตร่วม ทั้งไปฟังบรรยายการสรุปของกองทัพภาคที่ 2 อย่างไรก็ตามการลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ได้ไปเน้นย้ำอะไร เพราะได้ให้นโยบายไปหมดแล้ว ซึ่งทางกองบัญชาการกองทัพไทย และกองทัพบกได้นำนโยบายไปปฏิบัติได้อย่างดี และสถานการณ์ชายแดนทั่วไปก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น ยังอยู่ในความเรียบร้อย

 เมื่อถามว่ากัมพูชามีการขนอาวุธลงมาจากเขาพระวิหาร พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เป็นเรื่องของเขา เราอยากให้พื้นที่ตามแนวชายแดนเรียบร้อย และเกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินกับประชาชนทั้ง 2 ประเทศ และทาง ผบ.ทบ. ก็ได้รับนโยบายและไปดำเนินการอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามตนก็จะไปรับทราบสถานการณ์ โดยทาง พล.ท.ธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพภาคที่ 2 จะรายงานให้ทราบถึงรายละเอียดต่อไป ทั้งนี้ตนได้รายงานสถานการณ์ต่างๆให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี รับทราบตลอดเวลา

 เมื่อถามว่า กรณีที่มีรายงานข่าวว่าจะมีการจำกัดปริมาณการส่งน้ำมันเชื้อเพลิงไปกัมพูชาให้น้อยลงเพื่อป้องกันฝ่ายตรงข้ามนำไปใช้ในด้านทหาร พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เป็นเรื่องในพื้นที่และทางกระทรวงพลังงานก็จะดำเนินการในเรื่องนี้ ถ้าไม่มีอะไรมากมายก็คงจะดำเนินการไปตามขั้นตอนต่างๆ ซึ่งคงไม่ใช่นโยบายตอบโต้ เพราะเราไม่มีนโยบายในประเด็นนี้

 เมื่อถามว่า กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) และกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จะเดินทางไปให้กำลังใจประชาชนและทหารที่ จ.ศรีสะเกษ กังวลว่าจะมีการเผชิญหน้ากันหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า อะไรที่ยังไม่ค่อยเรียบร้อย ก็ยังไม่อยากให้เกิดขึ้น อยากให้บริเวณตามแนวชายแดนมีความเรียบร้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเราต้องสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้เขาสามารถอยู่อาศัยและประกอบอาชีพได้ ถือเป็นเรื่องสำคัญ อะไรที่จะกระทบกระทั่งจนเกิดความไม่เรียบร้อย ตนก็เป็นห่วงใย ทั้งนั้นในพื้นที่เขาดูแลอยู่แล้ว ตนคงไม่ต้องลงไปดูในเรื่องรายละเอียด และในพื้นที่เขารู้ว่าจะต้องทำอะไรเพื่อให้เกิดความเรียบร้อยอันนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญ คงไม่มีปัญหาอะไร เพราเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในพื้นที่เขาดำเนินการอยู่แล้ว

 เมื่อถามว่า ทางกัมพูชา พยายามที่จะให้นานาชาติเข้ามาแก้ไขปัญหา พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เป็นเรื่องของกระทรวงต่างประเทศ และเขาก็ได้ดำเนินการในการแก้ปัญหาต่างๆเหล่านี้อยู่แล้ว และมีนโยบายที่ชัดเจนในเรื่องความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เพราะเราอยู่ในอาเซียนด้วยกันและเป็นประเทศเพื่อนบ้าน คงจะต้องร่วมมือกัน เมื่อถามว่า ทางกระทรวงต่างประเทศมีข้อมูลเพียงพอที่จะไปชี้แจงกับต่างประเทศใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า มีพร้อม ซึ่งทางกระทรวงกลาโหมได้นำข้อมูลต่างๆที่มีส่งให้กระทรวงต่างประเทศทั้งหมด ไม่น่าห่วงใยอะไร