
"เทือก"แจงสถานการณ์ชายเเดนดีขึ้นแล้ว
"สุเทพ" เผยสถานการณ์ชายเเดนดีขึ้นแล้ว ระบุยังไม่รู้ว่าชาวบ้านในพื้นที่จะกลับบ้านได้วันไหน ส่วนข้อกล่าวหาเขมรใช้เขาพระวิหารเป็นฐาน จะต้องไปดูข้อเท็จจริงอาวุธยิงปชช.ไทยจากเขาพระวิหาร
(9ก.พ.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีกระทรวงพาณิชย์เสนอต่อครม.ว่า การจัดงานแสดงสินค้าไทยที่กรุงพนมเปญ กัมพูชาในเดือนก.พ.นี้นั้นยังเดินหน้าจัดงานต่อไป แม้จะมีเหตุปะทะตามแนวชายแดนไทย - กัมพูชาว่า จะพูดแบบนั้นก็ได้ แต่ข้อเท็จจริงคือมีกำหนดการไว้แล้ววันที่ 19 - 21 ก.พ. โดยเคยมาจัดก่อนหน้านี้และชาวกัมพูชาให้ความสนใจมาก ปีนี้มีเหตุกระทบกระทั่งตามชายแดน ผู้แสดงสินค้าไทยบางส่วนไม่สบายใจที่จะไปพนมเปญ แต่สมเด็จฮุน เซน นายกฯกัมพูชาออกมารับรองความปลอดภัยและบอกว่าการปะทะตามแนวชายแดนนั้นเป็นเรื่องหนึ่ง ความสัมพันธ์ทางการค้านั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง อย่างไรก็ตามผู้ที่จะไปแสดงสินค้าคงจะไม่สะดวกใจมากนัก แต่คนไทยที่ค้าขายในกัมพูชาระบุว่าแม้ไม่มีพ่อค้าจากไทยไปแสดงสินค้าแต่ขอให้คนไทยในกัมพูชาแสดงสินค้าก็แล้วกัน จึงมีการขออนุญาตเรื่องนี้จากครม.
เมื่อถามว่า จะเล่นตามละครลิงหลอกเจ้าที่กัมพูชาดำเนินการแบบนี้ ทั้งๆที่ประชาชนและทหารไทยเสียชีวิต นายสุเทพ กล่าวว่า ตนคิดว่าเรื่องการปะทะตามชายแดนนั้นน่าจะเป็นเรื่องที่สองฝ่ายจะได้สติ ตระหนักว่าการใช้กำลังไม่ใช่วิถีทางแก้ปัญหาความสัมพันธ์การอยู่ร่วมกัน เห็นได้ว่าเมื่อเกิดการกระทบกระทั่งตามชายแดนก็เดือดร้อนทั้งสองฝ่าย มันเห็นๆกันอยู่ แต่กัมพูชาคงเดือดร้อนไม่น้อยกว่าไทยที่ได้รับ จะพูดว่าเท่านั้นเท่านี้ไม่ได้ เดี๋ยวจะหาว่าตนยั่วยุ ตนยืนยันว่ากองทัพและทหารไทยดูแลอธิปไตยของบ้านเมืองอย่างดี และพร้อมไม่ให้มีใครรุกรานเข้ามาได้แน่นอน แต่มันต้องมีการบาดเจ็บบ้าง ขณะเดียวกันประชาชนสองประเทศเคยติดต่อค้าขายกัน การกระทบกระทั่งกันนั้นวันหนึ่งมันต้องยุติลงได้ และควรรักษาความสัมพันธ์การค้าขายไว้
เมื่อถามว่า จะลดระดับความสำคัญของการจัดงานนี้ลงหรือไม่ เพื่อให้กัมพูชารู้สึกบ้างว่าไทยไม่พอใจในการก่อเหตุ และกัมพูชาควรได้รับบทเรียนบ้าง นายสุเทพ กล่าวว่า ตนคิดว่าการที่หยุดค้าขายผลกระทบคือประชาชน เราต้องเข้าใจว่าประชาชนไม่ได้ก่อเหตุ และไม่ได้ทำให้เกิดปัญหา แต่ทันทีที่สั่งปิดด่านนั้นประชาชนจะเดือดร้อน เมื่อถามว่า การประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.)ครั้งล่าสุดนั้น ฝ่ายความมั่นคงรายงานอะไรบ้าง นายสุเทพ กล่าวว่า ต้องเพิ่มการเฝ้าระวัง โดยแยกว่า การดูแลชายแดนเป็นหน้าที่ของกองทัพและจะยอมให้ใครล่วงล้ำอธิปไตยไม่ได้ หากยิงปืนเข้ามาก็ต้องตอบโต้ไป และมั่นใจในสิ่งที่พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม และพลเอกประยุทธ จันทร์โอชาผบ.ทบ.แจ้งต่อที่ประชุมสมช.โดยที่ประชุมไม่วิตกกังวลเรื่องนี้เลย แต่ในส่วนการต่อสู้บนเวทีอาเซียนและสหประชาชาตินั้นเป็นหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศที่ต้องรวบรวมพยานหลักฐานไปแสดงให้ปรากฎกับสายตาชาวโลก กรณีนี้เรามีตั้งแต่ภาพเหตุการณ์ที่จะชี้แจงได้ว่าแท้จริงแล้วไทยได้กระทำในฐานะป้องกันตัวเอง ไม่ได้รุกรานดั่งที่กัมพูชากล่าวหา
เมื่อถามว่า ยูเนสโกจะขอไปตรวจพื้นที่ปราสาทเขาพระวิหาร และล่าสุดสื่อต่างประเทศเสนอภาพทหารกัมพูชานำอาวุธไปไว้ที่นั่นเป็นฐานต่อสู้ นายสุเทพ กล่าวว่า ดี หากขอไปดูเองจะได้เห็นด้วยสายตาตัวเอง และมีรายงานอย่างนั้นจริงว่าทหารกัมพูชาเข้าไปอาศัยพื้นที่ปราสาทและยิงออกมา ตรงนี้เป็นปัญหาว่าจะนำไปขึ้นทะเบียนมรดกโลกได้อย่างไร เมื่อถามว่าสื่อต่างประเทศไปตรวจสอบแล้วพบว่าไม่มีความเสียหายตามที่กัมพูชาอ้าง แบบนี้กัมพูชาให้ข่าวเท็จกับสังคมโลกหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่กล่าวหาแบบนั้น แต่เมื่อมีข้อกล่าวหาแบบนั้นต้องพิสูจน์ด้วยความจริง และต้องไปชี้แจงด้วยข้อเท็จจริงตามหลักฐานภาพถ่ายชัดเจนว่าทั้งหมดนี้เรื่องนี้เป็นเช่นใด สังคมโลกจะได้เข้าใจ กัมพูชานั้นจะใช้วิธีนี้ตามปกติในการต่อสู้เพื่อให้ได้เปรียบทางข่าวสารและเวทีโลก และกัมพูชาสามารถกำกับควบคุมข่าวได้ว่าจะให้ข่าวในทิศทางใด ส่วนไทยเป็นประเทศเสรีและทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติข้อเท็จจริง มันเป็นข้อดีของความหลากหลายที่ยืนยันกับสังคมโลกได้
เมื่อถามว่า องค์การสหประชาชาติปฏิเสธข้อร้องเรียนของกัมพูชานั้น และการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกที่บาห์เรนในเดือนมิ.ย.นั้น คาดหรือไม่ว่ากัมพูชาจะก่อเหตุใหม่ขึ้นหรือไม่ และมีแนวทางป้องกันเช่นใด นายสุเทพกล่าวว่า นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศแจ้งกับครม.ว่าการปะทะกันจุดใดจุดหนึ่งตามชายแดนมันไม่ใช่เรื่องที่จะไปถึงองค์การสหประชาชาติ และกว่าจะถึงขั้นนั้นก็มีอาเซียนก่อน ไทยและกัมพูชาเป็นสมาชิกอาเซียนด้วยกัน มันต้องคุยกันก่อน ประเพณีปฏิบัตินั้นสองประเทศนี้ต้องคุยกันก่อน แต่นายกษิตได้ส่งทีมเดินสายชี้แจงทุกเวที
เมื่อถามว่านายกฯสองประเทศได้ติดต่อพูดคุยกันแล้วหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่ายัง มันต้องเป็นไปตามขั้นตอนก่อน บางครั้งมีการตอบโต้ผ่านสื่อและสายตาสังคมโลกนั้น หากเรามีเจตนาดีและทำตามที่สอบถามนั้น มันก็จะกลายเป็นว่าไทยยอมจำนนแล้ว และคงไม่ถึงขนาดนั้น ตนพูดแบบนี้สมเด็จฮุนเซน ก็คงได้ยินแล้ว และรู้ว่าไทยไม่มีเจตนาให้เรื่องบานปลาย รวมทั้งจะแก้ปัญหาจากความเป็นจริง เมื่อถามว่าแสดงว่าผู้นำชาติใดเริ่มคุยก่อนแสดงว่าประเทศนั้นยอมจำนน นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่ใช่ ไทยไม่เอาเปรียบอย่างนั้น เพียงแต่ว่าต้องระวังอย่าให้เสียศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิ แม้ไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนั้น แต่เมื่อมีคนกล่าวอ้าง มันต้องเสียเวลาแก้ต่าง
เมื่อถามว่า ฝ่ายความมั่นคงรายงานเรื่องจุดเสี่ยงที่จะเกิดการปะทะใหม่บ้างหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่าตอนนี้ไม่มีจุดอื่น เราพยายามจำกัดพื้นที่ปัญหาให้น้อยที่สุด และพื้นที่ที่เกิดปัญหานั้นจะดูแลทุกแห่ง ควรเข้าใจว่าประชาชนแม้จะไม่ได้อยู่ที่อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เมื่อมีข่าวแบบนี้ก็ตกใจและบางแห่งอพยพประชาชนออกมาให้สบายใจและจะดูแลให้เหตุการณ์สงบก่อนย้ายกลับ องค์กร มูลนิธิและส่วนราชการได้ช่วยดูแลประชาชนอย่างดี
เมื่อถามว่าประเมินว่าประชาชนจะกลับบ้านได้เมื่อใด นายสุเทพ กล่าวว่า จะคำนวณว่า 2 - 3 วันนั้นคงไม่ได้ แต่เมื่อสถานการณ์ดีขึ้นแล้วคงจะทราบ เราติดตามแบบรายวัน เมื่อกัมพูชาและไทยคุยกันได้ข้อสรุปว่าจบแค่นี้นะ ไม่มีอะไรต่อไป เราก็จะอพยพประชาชนกลับบ้าน ทั้งนี้ยอมรับว่า ไม่ทราบเมื่อกันว่ากัมพูชาจะตอบโต้อีกเมื่อใด และตอนนี้เหตุการณ์ใหม่อยู่ ประชาชนคงไม่สบายใจที่จะกลับบ้านตอนนี้ เมื่อถามว่าประชาชนอพยพนับหมื่นชีวิตจากหลายพื้นที่นั้นมันผิดปกติหรือไม่ หรือต้องการมารับของบริจาค นายสุเทพ กล่าวว่า คงไม่ใช่แบบนั้น ประชาชนคงจะเดือดร้อนจริงๆและมันมีปัญหาแถวๆนั้น รวมทั้งพื้นที่นี้ประชาชนมีเยอะ



