ข่าว

สุวัจน์แนะยุบสภาชายแดนไทยต้องสงบ

สุวัจน์แนะยุบสภาชายแดนไทยต้องสงบ

09 ก.พ. 2554

"อภิสิทธิ์" ระบุ รัฐบาลจะไม่ขออยู่บริหารประเทศครบเทอม ลั่นพร้อมจัดเลือกตั้งช่วงครึ่งปีแรกนี้ ขอบคุณ ” สุวัจน์ ” ช่วยเหลือบ้านเมือง“เจ้าตัวแนะ นายกฯ ยุบสภาต้องคำนึงถึง แก้ไขรธน. - ม็อบ - ปัญหาชายแดนไทย ต้องสงบ แนะพรรคการเมืองชูนโยบาย “ ปรองดอง ” หาเลียงเลื

(9ก.พ.) ที่โรงแรมแกรนด์ไฮแอทเอราวัณ กรุงเทพฯ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวเปิดงานสัมมนา ASEAN - CLSA Forum   ซึ่งมีนักการเงิน การธนาคารทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงบริษัทบริหารจัดการสินทรัพย์ ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการลงทุนในอาเซียน ตอนหนึ่งว่า ประเด็นเรื่องการเลือกตั้ง ตนได้กล่าวในหลายโอกาสแล้วว่า เมื่อทุกอย่างเข้าที่พร้อมสำหรับการเลือกตั้ง ก็จะให้มีการเลือกตั้งเกิดขึ้น

นายกฯ กล่าวว่า เป้าหมายดังกล่าวคือประการแรก เศรษฐกิจฟื้นตัว ซึ่งขณะนี้ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว ด้วยการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ 8 % ในปีที่แล้ว และคาดว่าจะอยู่ที่ 4% ในปีนี้ ในขณะที่อัตราว่างงาน 1 % และการส่งออกขยายตัว 25% ในปีที่ผ่านมา   ประการที่สอง คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะมีการพิจารณาวาระสุดท้ายในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ ประการที่สาม คือ ต้องแน่ใจได้ว่าการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นต้องปราศจากความรุนแรง   ซึ่งทั้งหมดนี้ เป็นสิ่งทีรัฐบาลเร่งดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้พูดอย่างชัดเจนแล้วว่าจะไม่ดำรงตลอดจนครบวาระ และจะให้มีการเลือกตั้งภายในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า รัฐบาลได้พยายามที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับสังคมและขับเคลื่อนนโยบายความมั่นคงทางสังคม ในช่วงต้นปี ยังได้มีการแถลง ' แผนการปฏิรูปประเทศไทย ' ถ่ายทอดผ่านสถานีโทรทัศน์ ด้วยแผนการดังกล่าว รัฐบาลจะมีมาตรการดูแลด้านเศรษฐกิจ เพิ่มมาตรการสวัสดิการสังคมให้ครอบคลุม รวมทั้ง สนับสนุนการศึกษา และ ระบบยุติธรรม โดยมีเป้าหมายคือ การสร้างความกินดีอยู่ดีให้แก่ประชาชน เรื่องร้องเรียนหลัก ที่รัฐบาลได้รับคือเรื่องโอกาสที่ไม่เท่าเทียมในการเข้าถึงการกู้ยืม เพราะระบบสถาบันการเงินในปัจจุบัน ทำให้ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงการกู้ยืมได้เพียงพอแม้ว่าจะมีศักยภาพที่จะทำการกู้ยืมได้ก็ตาม ทั้งนี้ หนึ่งในโครงการของรัฐบาลในช่วงปีที่ผ่านมา คือ การจัดการกับหนี้นอกระบบ ซึ่งประสบความสำเร็จด้วยดี

สุวัจน์แนะมาร์คยุบสภาชายแดนไทยต้องสงบ

ที่บ้านซอยราชวิถี 22 นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ แกนนำพรรครวมชาติพัฒนา ได้เปิดบ้านให้คณะบุคคลเข้าอวยพรเนื่องในโอกาสอายุครบ 56 ปี โดยตั้งแต่ช่วงเช้าได้นิมนต์พระสงฆ์ 9 รูป จากวัดปากน้ำมาทำพิธีทำบุญเลี้ยงพระ โดยมี พล.ท.หญิงพูนภิรมย์ ภรรยา น.ส.พราวพุธ บุตรสาว และคนในแวดวงการเมืองที่คุ้นเคย โดยเฉพาะผู้ที่เคยร่วมงานในสมัยพรรคชาติพัฒนา อาทิ นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.พลังงาน หัวหน้าพรรครวมชาติพัฒนา นายวัฒนา เมืองสุข นายประวิช รัตนเพียร พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ เป็นต้น ทั้งนี้นายสุวัจน์ได้มอบพระหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ รุ่นคูณยอดเกตุ ซึ่งเป็นพิมพ์สำหรับแขวนในบ้าน รถยนต์และร้านค้า เพื่อความเป็นสิริมงคล แก้วน้ำเซรามิก พิมพ์รูปนายสุวัจน์ อุ้มสุนัขพันธุ์ปั๊คคู่ใจ “ ชุ ชู ” มอบให้ผู้มาร่วมงานเป็นของชำร่วย โดยมีนักการเมืองเกือบทุกพรรค ข้าราชการระดับสูง อาทิ นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี นักธุรกิจและองค์กรกีฬาเข้าร่วมอวยพรคับคั่ง

 สำหรับนักการเมืองมาร่วมอวยพร อาทิ นายชุมพล ศิลปอาชา รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แกนนำพรรคกิจสังคม นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่าคณะของพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา ได้เดินทางมาพร้อมกับนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง เลขาธิการพรรครวมชาติพัฒนา ที่มีกระแสข่าวว่าจะจัดตั้งพรรคใหม่ร่วมกัน นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีตรองหัวหน้าพรรคชาติไทย ที่ถูกเว้นวรรคการเมือง ส่วนส.ส.จากฝ่ายค้านพรรคเพื่อไทยที่มาร่วมอวยพร อาทิ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ์ ส.ส.กทม. รวมถึงสมาชิกบ้านเลขที่ 111 ที่คุ้นเคยกับนายสุวัจน์ เช่น นายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี นายวัฒนา เมืองสุข

 ขณะที่กลุ่มการเมืองที่ได้รับการจับตามองคือพรรคเพื่อแผ่นดิน นำโดยว่าที่ร.ท.ไพโรจน์ สุวรรณฉวี นายพินิจ จารุสมบัติ นายปรีชา เลาหพงศ์ชนะ ได้นำนายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ว่าที่ร.ต.หญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี เลขาธิการพรรค โดยมีนายอัสนี เชิดชัย ส.ส.นครราชสีมา และนายวราวุธ เชิดชัย นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา ร่วมคณะมาด้วย แต่น่าสังเกตว่านายประนอม โพธิ์คำ ส.ส.นครราชสีมา ในกลุ่มของว่าที่ร.ท.ไพโรจน์ที่มีข่าวว่าย้ายไปอยู่พรรคภูมิใจไทยไม่ได้ร่วมคณะมาด้วย
 
 โดยนายพินิจกล่าวอวยพรว่า ขอให้ได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ” ส่วนแกนนำสำคัญของรัฐบาลนำโดย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายสุวัจน์ได้เปิดห้องรับรองแขกในบ้านต้อนรับ โดยเปิดไวน์ “ มูตอง รอดไชล์ ปี 2001 ” เลี้ยงแขกวีไอพี ทำให้พล.ต.สนั่นเอ่อยแซวว่า รินไวน์เยอะขนาดนี้นึกว่าไวน์ราคาถูก อย่างนี้ก็เตรียมจัดตั้งรัฐบาลใหม่กันแล้ว ขณะที่นายสุเทพเอ่อยปากตัดพ้อพล.ต.สนั่น ที่ทำให้เสียงสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระ 2 หายไป 7 เสียง แล้วหันมายกหัวนิ้วโป้งมือให้นายพินิจเชิงขอบคุณที่ช่วยสนับสนุน

 กระทั่งเวลา 12.30 น. นายอภิสิทธิ์พร้อมด้วยนายศิริโชค โสภา คนสนิท ได้เข้าอวยพรพร้อมมอบดอกไม้ให้ โดยนายอภิสิทธิ์กล่าวว่า “ ขอให้มีสุขภาพแข็งแรงและขอบคุณที่มาช่วยเหลือชาติบ้านเมือง ” ซึ่งนายสุวัจน์ ได้กล่าวขอบคุณ และเชิญร่วมรับประทานอาหารกลางวัน โดยใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะเดินทางกลับ โดยผู้ร่วมวงประกอบด้วย นายสุเทพ นายกอร์ปศักดิ์ นายสุวิทย์ นายประดิษฐ์ นายพินิจ นายปรีชา ว่าที่ร.ท.ไพโรจน์ โดยพล.ต.สนั่น ปฏิเสธที่จะร่วมวงทั้งที่นายสุวัจน์พยายามคะยั้นคะยอหลายครั้ง โดยอ้างว่าเรียบร้อยแล้ว โดยนั่งคุยอยู่พักใหญ่กับนายพินิจและว่าที่ร.ท.ไพโรจน์ จากนั้นจึงเดินทางกลับ

 นายสุวัจน์ให้สัมภาษณ์ว่า ของขวัญวันเกิดที่อยากได้ ในฐานะอดีตหัวหน้าพรรคการเมือง อดีตรัฐมนตรี อดีตนักการเมือง อะไรที่จะทำให้คนไทยมีความสุขก็อยากได้ ขณะนี้บ้านเมืองเกิดความแตกแยกหนัก ดังนั้นหากขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้ ก็ขอให้บ้านเมืองสงบสุขเรียบร้อย ประเทศชาติเดินหน้าต่อไปได้

 เมื่อถามว่าความเหมาะสมที่จะยุบสภา หลังการแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระ 3 นายกฯควรยุบสภาเลยหรือไม่ นายสุวัจน์ กล่าวว่า วันที่ 11 ก.พ.ก็รู้แล้วว่ากติกาเป็นอย่างไร ซึ่งการแก้ไขตามสูตร 375+ 125 ไม่ใช่ประเด็นใหญ่ เพราะถึงอย่างไรวันที่ 11 ก.พ. ก็รู้แล้วว่าเราต้องใช้กติกาไหน ไม่ว่าสูตรไหนมีการได้เปรียบเสียเปรียบต่างกัน แต่มติออกมาแล้วทุกอย่างต้องเรียบร้อย อยากให้นายกฯพิจารณาปัจจัยทุกอย่างให้รอบคอบรวมถึงระยะเวลาที่เหมาะสม เพราะนอกจากเรื่องรัฐธรรมนูญแล้ว ต้องดูความสงบในประทศ ที่ยังมีปัญหากระทบกระทั่ง การชุมนุมของกลุ่มต่างๆ รวมถึงปัญหาชายแดนที่ยังสู้รบกับเพื่อนบ้าน เพราะหากมีการยุบสภาไปก็จะไม่มีรัฐบาลตัวจริง เป็นเรื่องที่นายกฯต้องคิดและตัดสินใจอย่างรอบคอบ ไม่ใช่ว่าเลือกตั้งแล้วยังมีการยิงกัน ทหารก็ยังสู้รบตามแนวชายแดนอยู่ 

 เมื่อถามว่า มองว่าพรรคร่วมอยากให้ร่างพ.ร.บ.งบประมาณกลางปีผ่านก่อน นายสุวัจน์กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่สุดคือ ปัญหาความมั่นคงของประเทศ มากกว่าความพร้อมในด้านอื่น เราต้องดูเรื่องความมั่นคงและการเลือกตั้งไปด้วย เมื่อถามว่า การมาร่วมอวยพรของนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย และนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าและแกนนำสำคัญของพรรคภูมิใจไทย มีนัยสำคัญเป็นการมาจีบกันหรือไม่ นายสุวัจน์ กล่าวว่า ทั้งคู่ เป็นอดีตพรรคชาติพัฒนาเก่า ตอนนี้เลยกลายเป็นบรรยากาศรวมชาติพัฒนา บรรยากาศดีอยู่แล้ว ทั้งนายชวรัตน์และนายอนุทิน ก็เป็นคนเก่าแก่สมัยพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกฯ เหมือนเป็นศิษย์เก่า ก็คงร่วมมือในสิ่งดีๆต่อไป

 ต่อข้อถามที่ว่า นายชวรัตน์ ระบุว่า จะมีข่าวดี นายสุวัจน์ กล่าวว่า ก็มีพื้นฐานที่ดี อะไรที่เป็นเรื่องที่ดีของประเทศ ก็ร่วมมือกัน ขณะนี้ประเทศมีความไม่เข้าใจและแตกแยกกัน การชูนโยบายด้านเศรษฐกิจเป็นเรื่องปกติไปแล้ว แต่อยากเห็นทุกพรรคการเมืองหยิบยกนโยบายที่จะสร้างความปรองดองเป็นนโยบายหลักของพรรค และต้องยึดถือปฏิบัติทุกกพรรค

 เมื่อถามว่า มีทางเป็นไปได้หรือไม่ที่จะรวมพรรคกับพรรคภูมิใจไทยเพื่อพัฒนาพื้นที่จ.นครราชสีมา นายสุวัจน์ กล่าวว่า ระบบพรรคการเมืองเวลาแข่งขันกันก็ต้องแข่งกันจริงจังแต่ก็ต้องเป็นอย่างสร้างสรรค์ค์ต้องชูนโยบายผลงานและบุคคลกรที่ดีที่สุด เมื่อแข่งจบก็ต้องยอมรับกติกาเรื่องก็จบ การรวมพรรคนั้นจะรวมหรือไม่รวมไม่ใช่เรื่องสำคัญเท่ากับการยอมรับกติกา วันนี้การเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง อยากให้หันหน้าเข้าหากันเหมือนสมัยพล.อ.ชาติชาย ที่ชูนโยบายหันหน้าเข้าหากัน สร้างสรรค์เศรษฐกิจไทย เมื่อถามว่า การชุมนุมของกลุ่มต่างๆยิ่งรุมเร้ารัฐบาลหนักขึ้น นายสุวัจน์ กล่าวว่า ก็เห็นใจรัฐบาลที่เจอโรคซ้ำกรรมซัดวิบัติเป็น ศึกเหนือเสือใต้เยอะ เหมือนภูมิคุ้มกันบกพร่องก็มีโรคเข้าสมาแทรกซ้อน หากภูมิเข้มแข็งบ้านเมืองก็เข้มแข็งไปด้วย อยากให้รัฐบาลมีสมาธิ สติ ปัญญา ในการแก้ไขปัญหา และหากทุกฝ่ายมาทำความเข้าใจร่วมกันก็ดี ตรงนี้น่าเห็นใจรัฐบาลเราต้องร่วมมือกัน เพื่อให้รัฐบาลตั้งหลักแก้ไขปัญหาของประเทศ และหากมีการเลือกตั้งจริง เราต้องสปริตรยอมรับกติกาทุกอย่างก็จบ เชื่อว่า หากมีเลือกตั้งประเทศเดินหน้าความขัดแย้งก็จะน้อยลง

 เมื่อถามว่า ความคืบหน้าการตั้งพรรคโคราช นายสุวัจน์ กล่าวว่า ตนยังอยู่ในฐานะที่ทำพรรคการเมืองไม่ได้ แต่อยากเห็นบรรยากาศความร่วมมือกัน เพราะขณะนี้มีความแตกแยกเป็นก๊กเป็นเหล่ามากเกินไป ทำให้บั่นทอนเสถียรภาพของรัฐบาล เมื่อถามย้ำว่า ยังพูดคุยกับกลุ่ม 3 พี หรือไม่ นายสุวัจน์ กล่าวว่า กับนายพินิจ จารุสมบัติ นายปรีชา เลาหะพงศ์ชนะ ว่าที่ร.ต.ไพโรจน์ สุวรรณฉวี ก็ยังสนิทสนมพูดคุยกันเป็นประจำอยู่แล้วทั้งพื้นฐานแนวคิดและนโยบายตรงกัน ก็ยังมีโอกาสที่จะร่วมการทำงาน ก็น่าจะเป็นประโยชน์ ขณะนี้ทุกพรรคยังมีเวลาก็แค่รอระฆังเท่านั้น เมื่อถามว่า ถ้าจะมีการพลิกล็อคจนทำให้รวมพรรคไม่ได้เป็นเพราะฝ่ายหรือฝ่ายเรา นายสุวัจน์ กล่าวว่า การเมืองอะไรก็เกิดขึ้นได้ คำว่า “ เป็นไม่ได้ใช้กับการการเมืองไม่ได้ ”

 เมื่อถามว่า ว่าที่ร.ต.ไพโรจน์ พูดทุกครั้งชัดเจนว่า จะรวมกันแน่ นายสุวัจน์ กล่าวว่า กับว่าที่ร.ต.ไพโรจน์ ก็สนิทกันอยู่ ตนและท่านไม่ได้อยู่ในสถานภาพที่จะเล่นการเมืองได้ ถ้าเกิดพรรคโคราชจริงจะเป็นของขวัญวันเกิดครบรอบ 56 ปี หรือไม่ นายสุวัจน์ กล่าวว่า การรวมพรรคไม่ได้หมายถึงความสำเร็จทางการเมือง เมื่อถามย้ำว่า อีก 16 เดือนยังรอไหว นายสุวัจน์ ย้อนว่า หากเอาอายุ 60 ปี เป็นเกณฑ์ตนก็ยังไม่เกษียณ เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวการปฏิวัติสูงมาก นายสุวัจน์กล่าวว่า มองพื้นบานเหตุปัจจัยวันนี้ไม่มีอะไรเป็นพื้นฐานที่จะนำไปสู่จุดนั้นทั้งผู้รับผิดชอบ ผู้มีอำนาจายังยึดถือระบอบประชาธิปไตยก็ต้องมีการเลือกตั้ง เชื่อว่าไม่น่าจะมีอะไร เพราะหากปฏิวัติไปก็ไม่สอดคล้องกับสังคมโลก มีอะไรก็ควรใช้กลไกประชาธิปไตยไปเลือกตั้งกัน ไม่น่ากังกลทั้งผู้ใหญ่ในบ้านเมือง กองทัพก็พูดชัดเจน เราอยากให้กำลังใจทหารที่ทำเพื่อบ้านเมือง โดยเฉพาะแม่ทัพภาคที่ 2 ที่เสียสละทำงานเต็มที่

“ไพโรจน์”ลั่น3พีจับมือสุวัจน์ตั้งพรรคโคราชแน่

 ว่าที่ร.ต.ไพโรจน์ สุวรรณฉวี แกนนำกลุ่ม 3 พี พรรคเพื่อแผ่นดิน(พผ.) กล่าวถึงความชัดเจนการควบรวมพรรค ว่า จังหวัดนครราชสีมาเป็นจังหวัดใหญ่จากจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และวันที่ 11 กุมภาพันธ์นี้การแก้ไขรัฐธรรมนูญลุล่วงเป็นการเลือกตั้งแบบเขตละคน ส.ส.นครราชสีมาจะลดลงจากเดิม 1 คน เหลือเพียง 15 คน ขณะที่ส.ส.บัญชีรายชื่อจะมี 4 คน รวมส.ส.ในพื้นที่นครราชสีมาทั้งสิ้นถึง 19 คน แต่ปัญหาคือการเมืองในจังหวัดนครราชสีมายังขาดผู้นำ

พวกเราในกลุ่ม 3 พี รวมทั้งนายสุวัจน์จึงได้หารือกันว่าหากมีการรวมกันได้ก็จะสามารถทำให้จังหวัดนครราชสีมาเป็นเมืองหลวงของภาคดีสานได้ตามจุดยืนและเจตนารมณ์ของพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัน อดีตหัวหน้าพรรคชาติพัฒนาในอดีต และเห็นตรงกันว่านายสุวัจน์จะต้องเป็นผู้นำในเรื่องนี้ และจากที่คุยกันก็มีแนวโน้มที่พรรคเพื่อแผ่นดินและพรรครวมชาติพัฒนาจะต้องดูในจุดนี้ โดยเฉพาะการพิจารณาร่วมกันเรื่องตัวบุคคล โดยในส่วนพรรคเพื่อแผ่นดิน นายพินิจจารุสมบัติ และนายปรีชา เลาหะพงศ์ชนะ จะไปดู โดยความชัดเจนทั้งหมดจะเกิดหลังวันที่ 11 กุมภาพันธ์นี้ โดยหัวหน้าพรรคและเลขาธิการของทั้งสองพรรคจะได้ตั้งโต๊ะเจรจากัน  

 “การเมืองโคราช เมื่อชื่อนายสุวัจน์ รวมกับชื่อว่าที่ร.ต.ไพโรจน์ จะหลายเป็นสึนามิแน่นอนในเรื่องกระแส เพราะวันนี้กกลุ่มการเมืองแตกและแยกกันไปหมด ถ้ามารวมกันได้ประชาชนจะมีความเชื่อมั่น และนายสุวัจน์สามารถทำได้ การพิจารณาเรื่องนี้เราฟังจากเสียงประชาชนและมีการปรึกษาผู้หลักผู้ใหญ่ที่เรานับถือ เราปรึกษาเสมอมาตามที่ปรากฎในสื่อ ” ว่าที่ร.ต.ไพโรจน์กล่าวและว่า

 ส่วนความชัดเจนเกี่ยวกับหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคใหม่ที่จะเกิดขึ้นนั้น ขณะนี้กำลังมีการพูดคุยกับหลายเครือข่ายหลายคน ทั้งกลุ่มทุน นักวิชาการ รวมทั้งม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ด้วย ซึ่งท่านก็บอกว่าน่าสนใจ

 ว่าที่ร.ต.ไพโรจน์ กล่าวว่า ในทางการเมืองและการเลือกตั้งนั้นขึ้นอยู่กับประชาชน ซึ่งขณะนี้มีเรื่องการซื้อตัวส.ส.กันอย่างต่อเนื่อง ในอัตรา 60-200 ล้านบาทต่อส.ส. 1 คน รวมทั้งการจัดงบประมาณลงพื้นที่ให้ มีบางพรรคการเมืองยอมทุ่มตรงนี้ แต่ทั้งหมดอยู่ที่ประชาชน พรรคเราไม่มีสตางค์ที่จะไปประมูลตัวนักการเมือง เพราะนักการเมืองไม่ใช่สัตว์ แต่มีหน้าที่ทำงานเพื่อบ้านเมือง คำพูดของป๋าเปรม(พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ) ที่ขอให้รวมกันเพื่อบ้านเมือง ไม่ใช่รวมกันเพื่อการต่อรองประโยชน์ยังเป็นสิ่งที่พวกเรายึดถือ แต่ก็ยังมีการมาซื้อตัวกันหัวละ 60 ล้านบาท ถ้าอย่างนั้นก็ขอให้มาซื้อแบบเหมาเข่งกันไปเลย ส.ส.จะได้เงินเยอะ ๆ อย่างไรก็ตามเข้าใจดีว่าส.ส.ต้องการเงินเพื่อไปสร้างตัวสร้างครอบครัว แต่ก็ต้องยอมรับหากประชาชนไม่เลือกและสอบตกด้วย วันนี้ราคาสูงเหลือเกิน เลือกตั้งเขาให้ใช้เงินกันแค่ 1.5 ล้านบาทหาเสียง แต่ในการซื้อตัวกลับสูงถึง 60 ล้านบาท ถือเป็นการเมืองในด้านมืด ถ้าซื้อกันอย่างนี้ให้ปฏิวัติไปเลยดีกว่า

 ส่วนกรณีนายประนอม โพธิ์คำ ส.ส.นครราชสีมา กลุ่มว่าที่ร.ต.ไพโรจน์ เตรียมเปิดตัวร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย(ภท.) ว่าที่ร.ต ..ไพโรจน์กล่าวว่า ตนได้ข่าวว่าเคยมีการคุยกัน และเขาออฟเฟอร์มาให้ ตนก็บอกไปว่ายินดีกับทุกคนด้วยถ้าจะยอมได้เงินไปสร้างตัวแล้วยอมสอบตกก็ยินดี เพราะนักการเมืองวันนี้ถูกชาวบ้านมองเลวร้ายอยู่แล้ว

 เมื่อถามว่า ความชัดเจนในอนาคตหลังเลือกตั้งทั่วไป ระหว่างพรรคประชาธิปัตย์ กับพรรคเพื่อไทย พรรคไหนที่สนใจจะร่วมรัฐบาลด้วย ว่าที่ร.ต.ไพโรจน์กล่าวว่า ในวันนี้พรรคเพื่อแผ่นดินกับพรรครวมชาติพัฒนาก็เป็นพรรคร่วมรัฐบาลอยู่แล้วและยังยืนหยัดอยู่กับทางแกนนำรัฐบาล ซึ่งคงไม่ใช่พรรคเพื่อไทย เพราะยังไม่เคยมีโอกาสสัมผัสกัน

“ชวรัตน์”ระบุเร็วไปที่จะรวมพรรค

 นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวการรวมพรรคภูมิใจไทยกับพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ว่า ยังเร็วเกินไปที่จะพูดขณะนี้ยังไม่ถึงเวลา ขณะนี้ก็เป็นพรรคร่วมรัฐบาลกันอยู่แล้ว หากมีอะไรที่ทำให้บ้านเมืองสงบก็พร้อมอยู่แล้ว อนาคตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน ถ้าจะทำให้เกิดความสงบของชาติก็พร้อมที่จะทำ ถ้าเปรียบเทียบกับธุรกิจ ก็เป็นเหมือนจ๊อยเวนเจอร์

 เมื่อถามว่า นายกฯบอกว่าจะมีการยุบสภา หลังร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่าน นายชวรัตน์ กล่าวว่า ไม่มีความเห็น แต่พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคการเมืองก็พร้อมตลอดเวลา จะยุบสภาก่อนหรือหลังแก้รัฐธรรมนูญก็พร้อมเลือกตั้ง พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่า แม้หวังตั้งสงบ จงเตรียมรับให้พร้อมสรรพ