
บีโอไอชี้ลงทุนภาคใต้ตอนบนคึกคักเดือนม.ค.ยอดส่งเสริมพุ่ง2พันล้าน
บีโอไอเผยลงทุนภาคใต้ตอนบนคึกคัก แค่เดือนแรกสะพัดกว่า 2 พันล้านบาท ชี้ราคาพืชผลเกษตรทั้งยางและปาล์มที่พุ่งขึ้น หนุนให้มีการขยายการลงทุน
นายสุวิชช์ ฉั่ววิเชียร ผู้อำนวยการศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ 6 สุราษฎร์ธานี (บีโอไอ) เปิดเผยถึงการลงทุนในภาคใต้ตอนบนช่วงเดือนมกราคม 2554 ว่ามีโครงการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน 4 โครงการ วงเงิน 2,162 ล้านบาท มีการจ้างงาน 265 คน แม้จำนวนโครงการจะลดลงจากปี 2553 แต่มูลค่าเงินลงทุนเพิ่มขึ้นถึง 199.45% โดยโครงการดังกล่าวประกอบด้วย โครงการบริการและสาธารณูปโภค ในจ.ภูเก็ต 1 โครงการ วงเงิน 1,684 ล้านบาท และ จ.ชุมพรอีก 1 โครงการ วงเงินลงทุน 32 ล้านบาท ส่วนอีก 2 โครงการเป็นโครงการเกษตรกรรมและผลิตผลทางเกษตร ใน จ.กระบี่ วงเงินรวม 446 ล้านบาท
"ปัจจัยหลักที่มีผลในการลงทุนพื้นที่ภาคใต้ตอนบนส่วนหนึ่งมาจากพืชผลทางการเกษตรหลักที่ราคาดี ส่งผลให้มีการขยายตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่อุตสาหกรรมด้านการบริการก็มีการขยายตัวเช่นเดียวกัน" นายสุวิชช์กล่าว
ด้านนายชูชาติ เถาพิทักษ์ ผู้อำนวยการศูนย์เศรษฐกิจลงทุนภาคที่ 5 สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน จ.สงขลา กล่าวถึงแนวโน้มการลงทุนปี 2554 ว่า ภาคธุรกิจการเกษตรยังคงเป็นธุรกิจที่น่าจับตา ซึ่งต่อเนื่องจากปี 2553 ที่การลงทุนส่วนใหญ่ยังอยู่ในอุตสาหกรรมด้านการเกษตรและอุตสาหกรรมที่ต่อเนื่อง โดยเฉพาะพืชเศรษฐกิจที่สำคัญในภาคใต้ เช่น ปาล์ม ยางพารา ซึ่งมีราคาดีทำให้นักลงทุนกล้าที่จะลงทุน เพื่อรองรับภาคอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มดีขึ้นตามลำดับ
สำหรับในปี 2553 ที่ผ่านมา ในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ มีโครงการที่ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนจำนวน 114 โครงการ เพิ่มขึ้น 56.1% รวมวงเงินลงทุน 25,535.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 96.37% และมีการจ้างแรงงานไทย 12,763 คน เพิ่มขึ้น 46.15% เมื่อเทียบกับปี 2552 โดยโครงการที่มีการลงทุนสูงสุดคือ บริษัทสยามมิชลิน จำกัด ผลิตยางผสม มีเงินลงทุน 3,103.70 ล้านบาท มีการจ้างแรงงานไทย 175 คน ตั้งอยู่ที่ จ.สงขลา รองลงมาเป็นโครงการของบริษัท เฟอร์นิชบอร์ด จำกัด ผลิตแผ่นใยไม้อัดความหนาแน่นปานกลาง เงินลงทุน 2,618 ล้านบาท จ้างแรงงานไทย 91 คน ตั้งอยู่ที่จังหวัดสงขลา
นายเอกพจน์ ยอดพินิจ ประธานหอการค้า จ.สุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ในปีนี้ราคายางพารายังมีแนวโน้มดี หากราคายืนอยู่สูงกว่า 100 บาทต่อกิโลกรัมตลอดทั้งปี จะทำให้เกษตรมีรายได้ดีขึ้น ส่วนปาล์มน้ำมันแม้ราคาจะผันผวน แต่เชื่อว่าประมาณ 5-6 เดือน ราคาน่าจะปรับดีขึ้น



