ข่าว

ไปดูหนังจีน

ไปดูหนังจีน

09 ก.พ. 2554

ตรุษจีนปีนี้ผมไปดูหนังจีนเรื่องเส้าหลิน 2011 มาครับ ซึ่งก็ชวนให้นึกถึงบรรยากาศของตรุษจีนเมื่อหลายปีมาแล้วสมัยที่ชอว์ บราเธอร์ส หรือโกลเด้น ฮาร์เวส ยังครองยุทธจักรหนังจีน และมีดาราประเภทเยี่ยมวรยุทธ์นับตั้งแต่หวังหยู่ เยี่ยะหัว หลอลี่ เดวิด เจียง ตี้หลุง

 โลดแล่นอยู่บนจอเงิน ถ้าจะถามว่าเหตุใดหนังกำลังภายในฮ่องกงจึงสามารถครองใจผู้ชมได้เป็นระยะเวลายาวนาน คำตอบที่ผมนึกได้ก็คือเนื้อเรื่องที่มีความตื่นเต้นสนุกสนานหรือสะเทือนใจ บวกกับเทคนิคการต่อสู้ที่ผาดโผน ดาราที่คนคุ้นเคย และเนื้อหาซึ่งเชิดชูคุณธรรม ความกล้าหาญ การเสียสละ มิตรภาพ ความรักที่สูงส่ง รวมทั้งความรักชาติบ้านเมือง ซึ่งแม้ในเวลานั้นฮ่องกงจะถูกปกครองโดยอังกฤษ แต่หนังของชอว์หลายเรื่องก็ยังกล่าวถึงการรุกรานจีนของอังกฤษและชาติตะวันตกอื่นๆ อย่างไม่สะทกสะท้าน

 ผมคิดว่าเนื้อหาในส่วนของความรักชาตินี่แหละครับ เป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้หนังของชอว์มิใช่แค่ความบันเทิงราคาถูก แต่กลายเป็นคัมภีร์ที่ทำให้คนจีนทั่วโลกเกิดความรู้สึกผูกพันและสำนึกในความเป็นจีนของตน และเชิดชูวีรกรรมของวีรชนในอดีต

 เส้าหลินก็เป็นเรื่องหนึ่งซึ่งถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์หลายต่อหลายครั้ง ด้วยความประทับใจของเหล่าสานุศิษย์ผู้กล้าและสะเทือนใจต่อเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ที่อารามอันเก่าแก่แห่งนี้ถูกศัตรูทำลายล้างจนราบเป็นหน้ากลอง  ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องเส้าหลิน 2011 เอง ก็สารภาพว่าได้รับแรงบันดาลใจมาจากการชมภาพยนตร์เรื่องเส้าหลิน ที่นำแสดงโดยเจ็ต ลี เมื่อหลายปีก่อน แม้ว่าผมจะรู้สึกว่าเส้าหลินฉบับใหม่นี้จะขาดอารมณ์และความประทับใจไปพอสมควรเมื่อเทียบกับฉบับเดิมๆ แต่ก็ต้องยอมรับในเรื่องความอลังการงานสร้าง ที่เป็นจุดขายของหนังจีนแผ่นดินใหญ่ในปัจจุบัน

 และเมื่อพูดถึงหนังจีนแผ่นดินใหญ่แล้ว ก็อยากจะเล่าต่อไปว่า เวลานี้หนังจีนกำลังเฟื่องฟู เมื่อปีทีแล้วจีนสร้างหนังรวม 526 เรื่อง เพิ่มจากปี 2009 ถึง 70 เรื่อง ซึ่งทำรายได้รวมกันประมาณ 1.02 หมื่นล้านหยวน หรือราว ๆ 4.6 หมื่นล้านบาท เฉพาะเรื่อง Aftershock เรื่องเดียว ก็ทำรายได้เกือบ 3 พันล้านบาท แต่จีนก็ยังเห็นว่าหนังจีนยังไปได้ไม่ถึงไหน เพราะมูลค่าของหนังในตลาดโลกนั้นมากมายมหาศาล ลำพังแค่หนังฮอลลีวู้ดเมื่อปีที่แล้วก็ทำรายได้ถึง 3.1 ล้านบาท

 สำนักงานส่งเสริมภาพยนตร์ของจีน ได้เรียกร้องให้ผู้สร้างภาพยนตร์จีนพัฒนาคุณภาพควบคู่ไปกับปริมาณ เพราะหนังหลายเรื่องยังวนเวียนอยู่กับสูตรสำเร็จ การเลียนแบบ และการนำเรื่องเก่ามาสร้างใหม่ ขาดความคิดสร้างสรรค์ คุณค่าต่อผู้ชม และการตอบสนองต่อความต้องการของตลาดโลก

 ถ้าจะพูดไปแล้วจีนมีความพร้อมในเรื่องภาพยนตร์ ไม่ว่าจะเป็นผู้กำกับมือรางวัลอย่าง จาง อี้โหมว เฉิน ไค่เก๋อ  หรือจอห์น วู มีทีมงานที่มีประสบการณ์ และดาราระดับสากล อย่าง เฉินหลง โจว เหวินฟะ เจ็ต ลี กงลี่ มิเชล โหยว หรือจางซื่ออี้ เป็นต้น นอกเหนือไปจากเงินทุนที่ไม่อั้น วัฒนธรรม ภูมิประเทศ และสถานที่อันงดงามหลากหลาย ที่สำคัญคือผู้ชมชาวจีนทั้งในประเทศจีนเองและที่ต่างๆ ทั่วโลก ก็เป็นจำนวนเกินค่อนของประชากรโลกเข้าไปแล้วละครับ

 และมาตรการหนึ่งของจีนในการส่งเสริมภาพยนตร์ของตนเองก็คือการจำกัดจำนวนภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดให้เข้าไปฉายในจีนได้เพียงปีละ 20 เรื่อง แต่เชื่อไหมครับว่า เมื่อปีที่แล้วหนังฮอลลีวู้ดเรื่องเดียวคือ อวตาร กลับทำรายได้ในเมืองจีนถึง 6.2 พันล้านบาท

 เรื่องหนังจีนที่เล่ามาทั้งหมดนี้ คงเป็นเรื่องที่เล่าให้ฟังกันเพลินๆ เพราะยังไงหนังไทยเราก็คงจะกระดึ๊บๆ กันอยู่แบบนี้ต่อไป โดยหน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้องไม่มีวิสัยทัศน์หรือเป้าหมายที่จะพาหนังไทยไปถึงดวงดาวอย่างจริงจัง