ข่าว

“มิ่งขวัญ”เปิดกว้างส.ส.เสนอตัวอภิปราย

“มิ่งขวัญ”เปิดกว้างส.ส.เสนอตัวอภิปราย

08 ก.พ. 2554

“มิ่งขวัญ”เปิดกว้างให้ส.ส.เสนอตัวอภิปราย โวมีเนื้อหาของการทุจริตใหญ่ ๆ ในมือถึง 28 เนื้อหา แจงขอเวลาอภิปราย 5 วันเพราะข้อมูลเยอะ แนวโน้มยื่นอภิปรายรมต.เป็นรายบุคคล

 เมื่อเวลา 16.15 น. วันที่ 8 ก.พ.นายมิ่งขวัญ  แสงสุวรรณ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ในฐานะหัวหน้าทีมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล แถลงภายหลังการประชุมส.ส.พรรคเพื่อไทยถึงความคืบหน้าในการเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า เนื่องจากสัปดาห์ที่แล้วพรรคได้มีมติตั้งให้ตนเป็นหัวหน้าทีมอภิปรายและส่งรายชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีแนบท้ายไปกับญัตติด้วยนั้น วันนี้( 8 ก.พ.)นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ออกประกาศเป็นคำสั่งของพรรคอย่างเป็นทางการแล้ว

ทั้งนี้ ตนแบ่งคณะกรรมการเตรียมการอภิปรายออกเป็น 2 กลุ่มคือ 1. คณะกรรมการที่ปรึกษา และ 2. คณะทำงานรวบรวมข้อมูล โดยคณะกรรมการที่ปรึกษานั้นจะประกอบด้วยคณะกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรค คณะกรรมการประสานภารกิจของพรรค คณะทำงานติดตามและตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย(คตร.) ศูนย์กรกฎ สำนักปราบโกง(สปก.) ประธานส.ส.พรรค ประธานภาค และฝ่ายกฎหมายของพรรค ส่วนคณะทำงานนั้นจะมีตนเป็นประธาน พร้อมด้วยรองประธานอีก 2 คนคือ นายวิทยา บุรณศิริ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านและนายสุพล ฟองงาม เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นอกจากนี้ยังมีคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 35 คณะที่มีส.ส.ของพรรคอยู่ร่วมเป็นคณะทำงานอีกด้วย

 นอกจากนี้ยังมีคณะกรรมการและเลขานุการอีก 6 คนประกอบด้วยนายชวลิต  วิชยสุทธิ์ ส.ส.สัดส่วน นพ.ชลน่าน  ศรีแก้ว ส.ส.น่าน นายจตุพร เจริญเชื้อ ส.ส.ขอนแก่น นส.ฐิติมา ฉายแสง ส.ส.ฉะเชิงเทรา น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม. และนส.สุนีย์ เหลืองวิจิตร อดีตเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ซึ่งจะเป็นคนรวบรวมข้อมูล เนื้อหาสาระ และหลักฐานต่าง ๆ เพื่อแบ่งเอาไว้เป็นกอง ๆ ทั้งนี้ ตนได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบถึงรายละเอียดการมีส่วนร่วมแล้วว่า เราเปิดกว้างให้ส.ส.เข้ามามีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นการเสนอตัวเป็นผู้อภิปรายหรือเป็นผู้สนับสนุนให้ข้อมูลและข้อเท็จจริง และที่ตนคิดไว้ขณะนี้คือผู้อภิปราย 1 คนจะมีผู้ช่วยอีก 5 คน

 นายมิ่งขวัญ กล่าวอีกว่า สำหรับเนื้อหาการอภิปรายนั้นตนแบ่งออกเป็น 3 ท่อนใหญ่ ๆ คือ 1. เรื่องความมั่นคง ความไม่เป็นธรรมของข้าราชการ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และการชุมนุม 2. การทุจริตต่างๆ ที่มีข้อมูลค่อนข้างเยอะมาก ซึ่งถึงขณะนี้ได้คัดกรองเนื้อหาไปมากแล้ว โดยเนื้อหาเด่น ๆ มีอยู่ถึง 28 เนื้อหาของการทุจริตใหญ่ ๆ ขณะที่อีกส่วนหนึ่งเป็นข้อมูลจำเพาะของส.ส.ที่ตั้งใจจะทำเรื่องนั้นๆ มาตั้งแต่แรก และ 3. เรื่องเศรษฐกิจ ทั้งจุลภาคและมหภาค เช่นปัญหาปากท้อง สินค้าราคาแพง การทุจริตที่เกี่ยวกับปากท้องประชาชน หนี้สิน และรายรับรายจ่ายงบประมาณของประเทศ ส่วนผู้ร่างญัตติถอดถอนและญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น พรรคได้มีมติแต่งตั้งนายพีรพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร นายประยุทธ ศิริพานิชย์ ส.ส.มหาสารคาม และฝ่ายกฎหมายของพรรคเพื่อทำหน้าที่ สำหรับกรอบและเงื่อนเวลานั้น เนื่องจากวันที่ 10 ก.พ.จะมีการรายงานผลงานของรัฐบาลต่อรัฐสภา วันที่ 11 ก.พ.จะมีการลงมติรับหรือไม่รับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระ 3 และวันที่ 16 ก.พ.รัฐบาลจะขอทำงบประมาณกลางปี 2554 ซึ่งดูเงื่อนไขแล้วช่องไฟแทบจะไม่มีโอกาสให้ได้ยื่นญัตติเลย ดังนั้นจึงขอเวลาพิจารณาเหตุการณ์บ้านเมือง เพราะขณะนี้ก็มีปัญหาชายแดนไทย - กัมพูชาเข้ามาอีก แต่ยืนยันว่าเรื่องวันยื่นญัตตินั้นจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 2-3 วันแน่นอน

 นายมิ่งขวัญ กล่าวด้วยว่า ส่วนกรณีที่จะอภิปรายรัฐมนตรีคนใดบ้างนั้น ขณะนี้ข้อมูลการทุจริตมีมาก คณะทำงานที่แบ่งออกเป็นทีมย่อยกำลังพิจารณาเป็นเรื่องๆ ส่วนจำนวนวันอภิปรายนั้นเท่าที่ดูข้อมูลต้องขอเวลาอภิปราย 5 วัน เนื่องจากเป็นการอภิปรายครั้งสุดท้ายก่อนที่รัฐบาลหมดวาระจึงถือว่ามีความสำคัญ อีกทั้งข้อมูลการทุจริตมีมากในทุกมิติ และเป็นหน้าที่หลักของฝ่ายค้านที่ต้องนำข้อเท็จริงรายงานให้ประชาชนทราบ ดังนั้นหวังว่ารัฐบาลจะเปิดกรอบระยะเวลาให้อภิปรายมากที่สุด ทั้งนี้การอภิปรายครั้งนี้รับรองว่ามีประเด็นทุกมิติ ไม่ซ้ำซ้อน คนดูจะไม่เบื่อ เปรียบเป็นหนังก็คือมินิซีรีย์ โดยเนื้อหาจะไปแนวทางเดียวกันหมดในแต่ละวันเพื่อไม่ให้เนื้อหาวกไปวนมา ถ้าอภิปรายเรื่องทุจริตก็เป็นเรื่องทุจริตตลอดทั้งวัน ส่วนการอภิปรายจะดุเดือดอย่างไร รัฐบาลชี้แจงแล้วประชาชนจะเชื่อหรือไม่นั้น ตรงนี้ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน โดยสะท้อนไปยังผลการเลือกตั้งใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ ส่วนที่ไม่แถลงผลคืบหน้าการเตรียมการอภิปรายทุกวันนั้นเพราะกลัวว่าฝ่ายรัฐบาลจะหวั่นไหว

 ผู้สื่อข่าวถามว่ามีข้อมูลของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยนำมาพิจารณารวมอยู่ด้วยหรือไม่ นายมิ่งขวัญกล่าวว่า ได้ยินข่าวว่ากลุ่มพันธมิตรฯ เชิญให้ตนติดตามดูอยู่เหมือนกัน แต่พรรคเพื่อไทยมีข้อมูลอยู่พอสมควรอยู่แล้ว และขอขอบคุณกลุ่มพันธมิตรฯ ส่วนจะยื่นอภิปรายรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลหรือทั้งคณะนั้น นายมิ่งขวัญกล่าวว่า แนวโน้มเป็นรายบุคคล แต่กี่พรรคนั้นยังบอกไม่ได้ หลังวันที่ 16 ก.พ.ที่อภิปรายงบกลางปีแล้วซึ่งตนจะร่วมอภิปรายด้วยคงจะชัดเจนว่าจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจวันไหน เมื่อถามว่ามีมาตรการป้องกันข้อมูลรั่วไปถึงพรรคร่วมรัฐบาลอย่างไร นายมิ่งขวัญกล่าวว่า ไม่ต้องกลัว เรื่องข้อมูลรั่วไม่มี เพราะมีการดูข้อมูลแต่ละเรื่องเป็นกลุ่ม ๆ อยู่แล้ว สำหรับร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย จะร่วมทีมอภิปรายด้วยหรือไม่นั้น นายมิ่งขวัญกล่าวว่า ได้เชิญไปอย่างน้อย 3 ครั้งแล้ว และยังมีเวลาที่จะร่วมอภิปราย

 เมื่อถามว่าจะได้ลุ้นเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายมิ่งขวัญกล่าวว่า ไม่ต้องลุ้น หากจะเป็นก็เป็นเลย