
ทหารเสียชีวิตเพิ่ม1นายเหตุปะทะเขมร
ทหารกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 6 เสียชีวิต หลังถูกสะเก็ดระบิดจากกระสุนปืนใหญ่ที่ศีรษะและแขนจากการยิงปะทะกันระหว่างไทยกับกัมพูชาเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ รมต.สำนักนายกฯเดินทางไปให้กำลังใจญาติ
เมื่อเวลา 13.10 น. วันที่ 8 ก.พ. ที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี สิบเอก ธนากร พูลเพิ่ม อายุ 31 ปี ทหารสังกัด กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 6 ช่วยราชการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 ได้เสียชีวิตเนื่องจากเหตุปะทะกันระหว่างทหารไทยกับกัมพูชาห่างจากภูมะเขือ 2 ก.ม. เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ เวลาประมาณ 18.00 น. โดย ส.อ.ธนากร พูลเพิ่ม ได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกสะเก็ดระบิดจากกระสุนปืนใหญ่ที่บริเวณศีรษะและแขน ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์และได้เสียชีวิตลงในวันนี้ โดยมี นายบัวลา พูลเพิ่ม บิดา และ นางธัญภัทร พูลเพิ่ม ภรรยา ส.อ.ธนากร มารับศพนำกลับไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดบ้านโนนไหล่ ต.เสียว อ.เบญจลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ โดยทหารกองเกียรติยศจากมลฑลทหารบกที่ 22 ตั้งแถวส่งศพอย่างสมเกียรติโดยคุมด้วยธงชาติ
ด้านนายบัวลา พูลเพิ่ม อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 82/1 บ้านหนองเลิง หมู่ที่ 6 ต.เสียว อ.เบญจลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่าเสียใจกับการที่สูญเสียลูกชาย แต่ก็ภูมิใจในตัวลูกชายที่เสียชีวิตเพื่อชาติและรับใช้ชาติ โดยตนเองมีลูก 2 คนเป็นทหารทั้ง 2 คนสำหรับ ส.อ.ธนากร พูลเพิ่มนั้นเป็นลูกชายคนโต ส่วนน้องชายก็เป็นทหารชื่อส.อ.อดิศักดิ์ พูลเพิ่ม สังกัดทหารปืนใหญ่ จ.ลพบุรี
ส่วนนางธัญภัทร พูลเพิ่ม ภรรยากล่าวว่า ความรู้สึกที่สูญเสียสามีก็ไม่ต่างอะไรกับคนอื่นที่สูญเสีย บอกไม่ถูกเพราะว่ามันเป็นอะไรที่รวดเร็วมาก แต่ก็ภูมิใจที่สามีทำหน้าที่ได้ดีที่สุดแล้ว รู้สึกภูมิใจมาก
รมต.สำนักนายกฯให้กำลังใจญาติทหารที่เสียชีวิต
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะเดินมาให้กำลังใจญาติของสิบเอกธนากร พูลเพิ่ม อายุ 30 ปี สังกัดกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 6 ช่วยราชการหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่ 23 อำเภอกันทรลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุปะทะที่แนวชายแดน จนทำให้ได้รับบาดเจ็บจากการถูกสะเก็ดกระสุนปืนใหญ่ที่บริเวณศรีษะ เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2554 ขณะปฏิบัติหน้าที่ ทำให้มีเลือดออกในสมอง และได้เสียชีวิตลงอย่างสงบเมื่อเวลา 13.00 น.ของวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2554 โดยทางญาติจะนำไปบำเพ็ญกุศลที่วัดโนนไหล ตำบลเสียว อำเภอเบญจลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ในช่วงเย็นวันนี้
นายองอาจ ได้กล่าวถึงสถานการณ์ในขณะนี้ ยังไม่มีความแน่นอน ประชาชนยังต้องอาศัยอยู่ที่พักชั่วคราวของทางราชการ ส่วนการให้ความช่วยเหลือ ในส่วนของทหารจะดำเนินการปูนบำเหน็จต่าง ๆ ให้ ส่วนราชการก็พร้อมดูแลรักษาในเรื่องของพยาบาลจนหายดี ซึ่งในการพูดคุยกับทหารที่ได้รับบาดเจ็บทุกคนต่างมีกำลังใจที่ดี และพร้อมจะกลับไปปฏิบัติหน้าที่หลังจากแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้ และจากเหตุการณ์ปะทะกันในครั้งนี้มีราษฎรเสียชีวิต 1 ราย ทางหน่วยงานราชการก็จะเข้าไปดำเนินการให้ความช่วยเหลือครอบครัวของผู้เสียชีวิต และหลังจากสถานการณ์เป็นปกติ ทางหน่วยงานราชการ พร้อมทหารช่าง ก็จะเข้าไปดำเนินการฟื้นฟูและซ้อมแซมบ้านเรือนของราษฎรที่ได้รับความเสียหายทุกหลังคาเรือนให้กลับคืนสภาพปกติ ขณะที่ประชาชนในพื้นที่ได้ร้องขอให้สร้างหลุมหลบภัยให้ ซึ่งทางราชการก็จะดำเนินการตามที่ร้องขอต่อไป
จากนั้นคณะได้เดินทางไปเยี่ยมทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุปะทะตามแนวชายแดน ซึ่งเข้ารับการรักษาตัว ที่ โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี พร้อมมอบกระเช่าของขวัญ และเงินช่วยเหลือเบื้องต้นจำนวนหนึ่ง พร้อมทั้งพูคุย เพื่อเป็นการให้กำลังใจให้กับผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 25 รายด้วย



