ข่าว

ทหารเสียชีวิตเพิ่ม1นายเหตุปะทะเขมร

ทหารเสียชีวิตเพิ่ม1นายเหตุปะทะเขมร

08 ก.พ. 2554

ทหารกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 6 เสียชีวิต หลังถูกสะเก็ดระบิดจากกระสุนปืนใหญ่ที่ศีรษะและแขนจากการยิงปะทะกันระหว่างไทยกับกัมพูชาเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ รมต.สำนักนายกฯเดินทางไปให้กำลังใจญาติ

เมื่อเวลา 13.10 น. วันที่ 8 ก.พ. ที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี  สิบเอก ธนากร พูลเพิ่ม อายุ 31 ปี ทหารสังกัด กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 6 ช่วยราชการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 ได้เสียชีวิตเนื่องจากเหตุปะทะกันระหว่างทหารไทยกับกัมพูชาห่างจากภูมะเขือ 2 ก.ม. เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ เวลาประมาณ 18.00 น. โดย ส.อ.ธนากร พูลเพิ่ม ได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกสะเก็ดระบิดจากกระสุนปืนใหญ่ที่บริเวณศีรษะและแขน ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์และได้เสียชีวิตลงในวันนี้ โดยมี นายบัวลา พูลเพิ่ม บิดา และ นางธัญภัทร พูลเพิ่ม ภรรยา ส.อ.ธนากร มารับศพนำกลับไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดบ้านโนนไหล่ ต.เสียว อ.เบญจลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ โดยทหารกองเกียรติยศจากมลฑลทหารบกที่ 22 ตั้งแถวส่งศพอย่างสมเกียรติโดยคุมด้วยธงชาติ

ด้านนายบัวลา พูลเพิ่ม  อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 82/1 บ้านหนองเลิง หมู่ที่ 6 ต.เสียว อ.เบญจลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่าเสียใจกับการที่สูญเสียลูกชาย แต่ก็ภูมิใจในตัวลูกชายที่เสียชีวิตเพื่อชาติและรับใช้ชาติ โดยตนเองมีลูก 2 คนเป็นทหารทั้ง 2 คนสำหรับ ส.อ.ธนากร พูลเพิ่มนั้นเป็นลูกชายคนโต ส่วนน้องชายก็เป็นทหารชื่อส.อ.อดิศักดิ์ พูลเพิ่ม สังกัดทหารปืนใหญ่ จ.ลพบุรี

 ส่วนนางธัญภัทร พูลเพิ่ม  ภรรยากล่าวว่า ความรู้สึกที่สูญเสียสามีก็ไม่ต่างอะไรกับคนอื่นที่สูญเสีย บอกไม่ถูกเพราะว่ามันเป็นอะไรที่รวดเร็วมาก แต่ก็ภูมิใจที่สามีทำหน้าที่ได้ดีที่สุดแล้ว รู้สึกภูมิใจมาก

รมต.สำนักนายกฯให้กำลังใจญาติทหารที่เสียชีวิต
 
นายองอาจ  คล้ามไพบูลย์  รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  พร้อมคณะเดินมาให้กำลังใจญาติของสิบเอกธนากร  พูลเพิ่ม  อายุ 30 ปี  สังกัดกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 6 ช่วยราชการหน่วยเฉพาะกิจ  กรมทหารพรานที่ 23 อำเภอกันทรลักษณ์  จังหวัดศรีสะเกษ  ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุปะทะที่แนวชายแดน  จนทำให้ได้รับบาดเจ็บจากการถูกสะเก็ดกระสุนปืนใหญ่ที่บริเวณศรีษะ เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์  2554  ขณะปฏิบัติหน้าที่ ทำให้มีเลือดออกในสมอง  และได้เสียชีวิตลงอย่างสงบเมื่อเวลา 13.00 น.ของวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2554  โดยทางญาติจะนำไปบำเพ็ญกุศลที่วัดโนนไหล  ตำบลเสียว  อำเภอเบญจลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ  ในช่วงเย็นวันนี้

 นายองอาจ  ได้กล่าวถึงสถานการณ์ในขณะนี้  ยังไม่มีความแน่นอน  ประชาชนยังต้องอาศัยอยู่ที่พักชั่วคราวของทางราชการ  ส่วนการให้ความช่วยเหลือ  ในส่วนของทหารจะดำเนินการปูนบำเหน็จต่าง ๆ ให้  ส่วนราชการก็พร้อมดูแลรักษาในเรื่องของพยาบาลจนหายดี  ซึ่งในการพูดคุยกับทหารที่ได้รับบาดเจ็บทุกคนต่างมีกำลังใจที่ดี  และพร้อมจะกลับไปปฏิบัติหน้าที่หลังจากแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้  และจากเหตุการณ์ปะทะกันในครั้งนี้มีราษฎรเสียชีวิต 1 ราย  ทางหน่วยงานราชการก็จะเข้าไปดำเนินการให้ความช่วยเหลือครอบครัวของผู้เสียชีวิต  และหลังจากสถานการณ์เป็นปกติ  ทางหน่วยงานราชการ  พร้อมทหารช่าง  ก็จะเข้าไปดำเนินการฟื้นฟูและซ้อมแซมบ้านเรือนของราษฎรที่ได้รับความเสียหายทุกหลังคาเรือนให้กลับคืนสภาพปกติ  ขณะที่ประชาชนในพื้นที่ได้ร้องขอให้สร้างหลุมหลบภัยให้  ซึ่งทางราชการก็จะดำเนินการตามที่ร้องขอต่อไป

 จากนั้นคณะได้เดินทางไปเยี่ยมทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุปะทะตามแนวชายแดน  ซึ่งเข้ารับการรักษาตัว ที่ โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์  อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี  พร้อมมอบกระเช่าของขวัญ  และเงินช่วยเหลือเบื้องต้นจำนวนหนึ่ง  พร้อมทั้งพูคุย  เพื่อเป็นการให้กำลังใจให้กับผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 25 รายด้วย