ข่าว

"อภิสิทธิ์"เรียกประเมินม็อบเสื้อแดง

"อภิสิทธิ์"เรียกประเมินม็อบเสื้อแดง

08 เม.ย. 2552

"อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" นายกรัฐมนตรี เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ประเมินสถานการณ์ม็อบเสื้อแดง พรุ่งนี้นัดคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ประชุมกันที่บ้านพิษณุโลก อ.สมบัติเชื่อไม่เกิดเหตุรุนแรง

(8เม.ย.) ความเคลื่อนไหวของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ล่าสุด อยู่ระหว่างประชุมติดตามสถานการณ์ หรือ วอร์รูม การชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช.อยู่ที่พรรคประชาธิปัตย์ โดยมีรัฐมนตรีมาร่วมประชุม อาทิ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ และ พล.ต.ต.จักรทิพย์ ชัยจินดา รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า วันพรุ่งนี้ (9 เม.ย.) เวลาประมาณ 08.00 น. นายกรัฐมนตรี จะนัดคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ประชุมกันที่บ้านพิษณุโลก

อ.สมบัติเชื่อไม่เกิดเหตุรุนแรง 

                 ศ.ดร. สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า) กล่าวว่า เท่าที่ติดตามสถานการณ์ขณะนี้รัฐบาลไม่ได้ใช้ความรุนแรงในการตัดสินแก้ไขปัญหาความรุนแรง ยังเปิดทางให้มีการชุมนุมตามกรอบของกฎหมาย ในขณะเดียวกันกลุ่มผู้ชุมนุมกลุ่มเสื้อแดงเองก็ไม่ได้ใช้ความรุนแรง ถึงแม้ว่าจะมีคนมาร่วมชุมนุมจำนวนมากตามที่มีการกล่าวอ้างและเรียกร้องให้มาชุมนุมของแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง

ดังนั้นความรุนแรงก็จะไม่เกิดขึ้น แต่ความไม่สงบความวุ่นวายแน่นอนว่าย่อมจะมีตามระดับของการชุมนุม ถามว่ามันจะจบอย่างไรก็คงต้องปล่อยให้มีการใช้สิทธิเรียกร้องไปตามวัตถุประสงค์ ตามกรอบตามกฎหมาย ซึ่งหากมีการเรียกร้องแล้วเสร็จนั้นผู้คนก็จะร่อยหรอ จนกระทั่งหมดกำลังไปในที่สุด

  ข้อเรียกร้องของกลุ่มคนเสื้อแดงนั้นรัฐบาลเองก็ยังยืนยันชัดเจนว่าไม่ลาออกหรือยุบสภา แต่สำหรับเรื่องตัวบุคคลในนามองคมนตรีลาออกนั้น ตนไม่สามารถคาดเดาการตัดสินใจของบุคคลดังกล่าวได้ ว่าเป็นอย่างไร เป็นเรื่องของบุคคล ขณะนี้หลายกลุ่มเคลื่อนไหวอยู่เรียกร้องต่างๆนานา อยู่แล้ว ในส่วนตนก็ยังติดตามสถานการณ์อย่างไกล้ชิด พูดคุยกันกับนักวิชาการหลายท่าน แต่ยังเชื่อว่าความรุนแรงไม่น่าจะเกิดขึ้น

ฝ่ายค้านจะหารือม็อบเสื้อแดง"สภาล่ม" 
 
ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 8 เมษายน มีนายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 เป็นประธานการประชุม วาระพิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่.......) พ.ศ....... โดยประเด็นสำคัญที่วุฒิสภาแก้ไขคือ การหักลดหย่อนภาษีการอุปการะบิดามารดา สามี ภรรยา บุตร ที่พิการ ให้รวมถึงพี่น้องร่วมบิดามารดา ปู่ ย่า ตา ยาย ลุง ป้า น้า อา และให้รวมถึงกรณีการทุพลภาพด้วย และให้หักได้ 60,000 บาท ขณะที่ร่างเดิมกำหนดที่ 30,000 บาท

 หลังจากที่ประชุมอภิปรายนาน 30 นาที นายสามารถ จึงสั่งให้ปิดการอภิปราย เพื่อลงมติ อย่างไรก็ดี เมื่อตรวจสอบองค์ประชุมมีสมาชิกอยู่ในห้องประชุมเพียง 137 คน นายสามารถ จึงสั่งเลื่อนการลงมติ และปิดประชุมเวลา 17.10 น.

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สาเหตุที่องค์ประชุมไม่ครบ เป็นเพราะความตั้งใจของฝ่ายรัฐบาล เนื่องจาก ระหว่างการประชุม นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย จะขอหารือเรื่องการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มเสื้อแดง ซึ่งนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งทำหน้าที่ประธานการประชุม รับว่า จะให้หารือภายหลังการพิจารณาร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร จนเมื่อมีการเตรียมลงมติร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล จึงไม่แสดงตน ทำให้สภาล่ม ทั้งที่การพิจารณาร่างกฎหมายก่อนหน้านี้มีสมาชิกอยู่ในห้องกว่า 260 คน       

ม็อบเสื้อแดงหนองคายบุกพังประตูศาลากลาง
     
 เมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 8 เม.ย. 52 มีม็อบเสื้อแดงประมาณ 200 คน ได้เดินทางไปยึดศาลากลาง จ.หนองคาย เมื่อไปถึงพบว่าประตูทางเข้าศาลากลางถูกปิดทั้ง 3 ด้าน โดยเปิดให้บริการด้านข้างเพียงด้านเดียว ทำให้กลุ่มม็อบไม่พอใจ  ต่อมา นายสมคิด บรรณารักษ์ นายนิพนธ์ พลศักดิ์ และนายสมพาน  ภูดานวัง แกนนำได้เข้าเจรจากับจังหวัดเพื่อขอเข้าไปชุมนุมภายในศาลากลาง

 โดยให้เปิดประตูด้านหน้าให้แต่ไม่เป็นผล ทำให้กลุ่มม็อบไม่พอใจ จึงใช้กำลังพังดันประตูด้านหน้าจนโซ่ขาด จากนั้นได้ไปรวมตัวกันที่สนามด้านหน้าศาลากลาง พร้อมติดตั้งเวทีปราศรัย ซึ่งได้กล่าวโจมตี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายกษิต  ภิรมย์ รมว.กระทรวงการต่างประเทศ

 นายชัยวัฒน์  รัฐขจร  รอง ผวจ.หนองคาย และรักษาการ ผวจ.หนองคาย เปิดเผยว่า กลุ่มผู้ชุมนุมได้เข้าเจรจากับทางจังหวัดตั้งแต่เย็นวันที่ 7 เม.ย. แต่ทางจังหวัดไม่อนุญาต และขอร้องให้ไปชุมนุมที่ศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทย และ เช้าวันนี้ (8 เม.ย.) ได้เข้ามาเจรจาอีกครั้ง

 ซึ่งทางจังหวัดก็ไม่อนุญาต พร้อมกับได้กระจายกำลังเจ้าหน้าที่ดูแลพื้นที่อย่างเต็มที่แต่เนื่องจากที่ตั้งศาลากลางมีบริเวณกว้างจึงยากที่จะป้องกัน จนกระทั่งเวลาประมาณ 12.30 น.วันนี้ กลุ่มผู้ชุมนุมได้กลับมาอีกครั้งที่คาดว่าน่าจะได้รับคำสั่งจากส่วนกลาง

 จากนั้นได้ร่วมกันดันประตูด้านหน้าจนโซ่ที่คล้องอยู่ขาดและสามารถเข้ามาชุมนุมได้ ซึ่งขณะนี้ทางจังหวัดได้แจ้งความร้องทุกข์เอาผิดกับผู้ทำให้ทรัพย์สินของทางราชการเสียหายไว้แล้ว โดยตำรวจจะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนต่อไป
 
           นายชัยวัฒน์  กล่าวต่อไปว่า การเข้ามาชุมนุมของกลุ่มผู้ชุมนุมถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย จังหวัดจึงได้ตัดน้ำตัดไฟไม่ให้ใช้ทั้งหมด นอกจากนี้ยังสนธิกำลังตำรวจ อส. อป.พร. ประมาณ 150 นาย เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยภายในอาคารศาลาพร้อมตัดน้ำตัดไฟอีกด้วย โดยคาดว่าหลังการรับฟังวีดีโอลิงค์แล้วคงจะทยอยกลับเหมือนครั้งที่ผ่านมา
 
          สำหรับกลุ่มผู้ชุมนุมได้กระจายอยู่ตามร่มไม้เพื่อรอการมาสมทบเพิ่มเติมจากอำเภอต่าง ๆ ที่จะเดินทางมาฟังการวีดีโอลิ้งค์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ  ชินวัตร ซึ่งมีรายงานว่า สำหรับผู้มาร่วมชุมนุมจะได้แจกเสื้อแดง “คนรักทักษิณ” พร้อมค่าเดินทาง