ข่าว

"สุรเกียรติ์"งงมีชื่อร่วมขบวนเตรียมปฎิวัติ

"สุรเกียรติ์"งงมีชื่อร่วมขบวนเตรียมปฎิวัติ

08 ก.พ. 2554

"สุรเกียรติ์" เผยงงมีชื่อโผล่ร่วมขบวนการเตรียมปฎิวัติ ชี้ไม่เข้าใจเจตนาของ"จตุพร"โยงชื่อเข้าเอี่ยว ย้ำที่ผ่านมาระวังตัวไม่เข้ายุ่งเรื่องการเมือง

(7ก.พ.) นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีต รมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ผ่านทาง "สปริงนิวส์" ถึงกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช.ได้ออกมาเปิดเผยถึงกระแสข่าวการปฏิวัติรัฐประหาร โดยมีระบุอักษรย่อ " ส " ซึ่งหลายฝ่ายคิดว่าตนเองอยู่ในกลุ่มอักษรย่อ " ส " ดังกล่าวด้วย ว่า ตนขอยืนยันว่าไม่ได้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องการเมืองมานานแล้วไม่น้อยกว่า  4-5 ปี และที่ผ่านมาตนได้เข้าไปทำงานเกี่ยวกับด้านธุรกิจและงานวิชาการต่างๆ  ดังนั้น สิ่งที่นายจตุพร กล่าวอ้างออกมานั้น เป็นเรื่องของความเท็จทั้งสิ้น และตนยืนยันว่า ไม่เคยเดินทางไปร่วมประชุมที่ จ.ภูเก็ต  เพราะที่ผ่านมาตนก็ไม่เคยเดินทางไป จ.ภูเก็ต มาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า  6 เดือน ซึ่งเรื่องนี้ถามทุกคนที่รู้จักผมได้

 "ส่วนที่มีการกล่าวอ้างถึงบุคคลอื่นๆ ที่ออกมา ซึ่งบางคนส่วนตัวก็ไม่เคยรู้จักกันเลย ผมกับนายสนธิ ลิ้มทองกุล ก็ไม่เคยพบเจอกันมาเป็นเวลานานมากเป็นเวลาหลายปีมาแล้ว ส่วน พล.สพรั่ง กัลยาณมิตร ผมก็ไม่เคยพบมาไม่น้อยกว่า 3 - 4 ปี ส่วนนายปีย์ มาลากุล ณ อยุธยา ผมเคยพบบ้างในบางครั้งในงานสังคม และงานแต่งงานต่างๆ  ซึ่งผมยืนยันว่า ไม่เคยไปประชุมกับใครเลย เรื่องนี้มันแปลกมากที่เอาคนอย่างผมหรือใครก็ตามที่มีการเอ่ยชื่อออกมาแล้วไปผูกเรื่องเกี่ยวกับการวางแผนการปฏิวัติ เพราะคนที่จะวางแผนปฏิบวัติได้ จะต้องเป็นคนที่มีศักยภาพในการปฏิวัติ ส่วนการเอาชื่อผมหรือใครก็ตามที่อ้างมาไปเกี่ยวเรื่องของการปฏิวัติ มันเป็นเรื่องที่น่าขบขัน มันเป็นเรื่องเหมือนคนวิกลจริตที่ไปนั่งพูดคุยกันมากกว่า เพราะเรื่องอย่างนี้ผมจะไปทำได้อย่างไร เรื่องนี้ผมว่า มันเป็นเรื่องที่ไร้สาระมาก ดังนั้น เรื่องนี้ความจริงก็คือความจริง คือผมไม่เคยไปร่วมประชุมวางแผนปฏิวัติอะไรทั้งสิ้น และไม่เคยทราบเรื่องเหล่านี้เลย เรื่องนี้ผม งง อย่างมากที่มีชื่อผมเข้าไปเกี่ยวข้องได้อย่างไร เพราะที่ผ่านมาผมกับครอบครัวเดินทางไปเยี่ยมบุตรชายและเพิ่งกลับมา อีกทั้งตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมมีความระมัดระวังอย่างมาก ที่พยายามจะไม่ให้มีชื่อเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องการเมือง ดังนั้นผมจึงไม่เข้าใจว่า การที่ดึงเอาชื่อผมเข้าไปเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ของนายจตุพรมีวัตถุประสงค์อะไร " นายสุรเกียรติ์ กล่าว
 
 เมื่อถามว่า  หากมีการปฏิวัติเกิดขึ้นจริงส่วนตัวแล้วเห็นด้วยหรือไม่ นายสุรเกียรติ์ กล่าวว่า  ที่ผ่านมาตนได้ถูกปฏิวัติมาแล้ว 2 ครั้ง ดังนั้นการปฏิวัติก็อาจจะมีได้ ดังนั้น จึงถือได้ว่าตนได้เคยตกเป็นเหยื่อในการปฏิวัติมาแล้ว 2 ครั้ง

 เมื่อถามว่า การที่นายจตุพร ออกมาเปิดประเด็นในเรื่องดังกล่าว มีเจตนาต้องการอะไร นายสุรเกียรติ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนไม่สามารถจะไปวิเคราะห์เจตนาของนายจตุพรได้ เพราะส่วนตัวตนก็ไม่รู้จักกับนายจตุพร และไม่เคยเข้าใจการกระทำของนายจตุพร อีกทั้งตนก็ไม่เข้าใจการเคลื่อนไหวทางการเมืองของนายจตุพร โดยเฉพาะการแถลงเคลื่อนไหวทางการเมืองในแต่ละสัปดาห์ ดังนั้น ตนจึงไม่อยากที่จะไปเสียเวลาตามสิ่งเหล่านี้ เพราะส่วนตัวแล้ว ก็มีงานอย่างอื่นที่จะต้องทำมาพอสมควร