
ดัน"ดอนเมือง"ศูนย์โชว์สินค้าเอสเอ็มอี
พาณิชย์เตรียมแผนรองรับผลกระทบจากศูนย์ค้าส่ง-ปลีกจีน หารือคมนาคมใช้ดอนเมืองเป็นศูนย์แสดงสินค้าเอสเอ็มอี เร่งศึกษาให้เสร็จใน 2 สัปดาห์ มองเป็นพื้นที่เหมาะสมทั้งด้านโลจิสติกส์และอาคารมีความพร้อมอยู่แล้ว
นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยหลังการหารือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เกี่ยวกับผลกระทบกรณีที่จีนเข้าลงทุนสร้างศูนย์ค้าส่ง-ปลีกไชน่า ซิตี้ คอมเพล็กซ์ ว่า เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้มีช่องทางกระจายสินค้าเพิ่มขึ้น และรองรับผลกระทบจากการเข้ามาลงทุนตั้งศูนย์กระจายสินค้าจีน จึงเตรียมจัดตั้งศูนย์แสดงสินค้าและกระจายสินค้าของเอสเอ็มอี โดยจะหารือกับกระทรวงคมนาคมเพื่อใช้พื้นที่สนามบินดอนเมือง ซึ่งจะดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้ให้แล้วเสร็จภายใน 2 สัปดาห์
"ที่เลือกดอนเมืองเพราะเหมาะด้านโลจิสติกส์และมีอาคารสถานที่อยู่แล้ว ใช้เป็นศูนย์กระจายสินค้าของเอสเอ็มอี เพื่อให้เอสเอ็มอีไทยมีพื้นที่แสดงสินค้าและส่งเสริมให้ไทยเป็นฮับของอาเซียนและแข่งขันกับสินค้าทั้งจากอาเซียนด้วยกันและจีน" นายอลงกรณ์กล่าว
นายอลงกรณ์กล่าวต่อว่า โครงการศูนย์ค้าส่งฯ จีน เป็นความร่วมมือระหว่างนักลงทุนไทยและนักลงทุนจีน โดยมีสัดส่วนการถือหุ้นของนักลงทุนไทยอยู่ที่ 51% และอีก 49% เป็นการถือหุ้นของนักลงทุนจีน และแม้ว่านักลงทุนจีนจะเข้ามาดำเนินการก่อสร้างศูนย์แสดงสินค้าดังกล่าว แต่การบริหารงานจะเป็นของนักลงทุนไทย ซึ่งประเทศไทยคงไม่สามารถกีดกั้นการเข้ามาลงทุนของนักลงทุนต่างชาติได้
ทั้งนี้ การที่โครงการดังกล่าวเป็นขนาดใหญ่ ก็อาจสร้างความกังวลให้เอกชนไทย ว่าจะมีสินค้าจากจีนทะลักเข้ามาจำนวนมาก และอาจทำให้สินค้าไทยโดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอีได้รับผลกระทบ แต่เนื่องจากเป็นการบริหารจัดการได้มีการวางกรอบรวมกัน จึงเชื่อว่าในอนาคตจะไม่มีปัญหาด้านการดูแลสินค้า แต่จะเป็นการส่งเสริมให้สินค้าไทย โดยเฉพาะธุรกิจเอสเอ็มอีของไทยสามารถเข้ามาจำหน่ายและส่งออกในศูนย์ดังกล่าวได้อย่างไม่มีปัญหา
นายอลงกรณ์ กล่าวอีกว่า กระทรวงพาณิชย์ก็กังวลไม่แตกต่างกับภาคเอกชนไทยเกี่ยวกับการทะลักของสินค้าจีนในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งหากดูสินค้าจีนที่มีการนำเข้าในกลุ่มผู้นำเข้าไทยบางราย และนำมาจำหน่ายผ่านไปยังตลาดโบ๊เบ๊ ประตูน้ำ คลองถม หรือแม้แต่ห้างต่างๆ มีสัดส่วนกว่า 50% เป็นสินค้าจีนที่ด้อยคุณภาพ และมีการจำหน่ายกันอย่างมากมาย



