
แบงก์-อสังหาฯเล่นเกมตามตลาด
แม้ความกังวลด้านปัญหาการเมืองมีเค้าลางเกิดขึ้น แต่ผู้ประกอบการก็คาดหวังว่าจะไม่บานปลายจากเลาะตะเข็บชายแดน (ไทย-เขมร) สู่กลางใจเมืองกรุง เพราะหากเกิด (ซ้ำ) อีก สัญญาณร้ายเกิดขึ้นแน่นอนเมื่อประชาชนขาดความเชื่อมั่น การถดถอยของภาคธุรกิจเศรษฐกิจก็ตามมาอย่างยา
...ลำพังไม่เกิดวิกฤติด้านการเมืองในประเทศการแก้เกมทางธุรกิจก็เป็นไปได้ค่อนข้างยากลำบากอยู่แล้ว!!!!
ในภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ วันนี้เห็นค่อนข้างชัดเป็นการปรับเปลี่ยนกันทั้งภาคอุตสาหกรรมใน 3-4 เรื่องใหญ่ ดังนี้
1.การเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างของธุรกิจแต่ละบริษัท มีการเกิดโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ขึ้น เพราะนั่นสามารถที่จะยืดหยุ่นปรับเพิ่ม-ลด "ราคา" ขายได้ง่ายโดยไม่เสียหายต่อแบรนด์เก่า
2.เทคโนโลยีการก่อสร้างที่เปลี่ยนไป เมื่อหลายๆ บริษัทขนาดใหญ่กระจายสินค้าเจาะตลาดหลายเซกเมนท์ เคยจับตลาดกลาง หรือกลาง-ล่าง ก็ขยายสู่กลาง-สูง หรือเคยจับตลาดกลาง-สูงอยู่ก็แตกแบรนด์สินค้าใหม่จับตลาดกลาง-ล่าง เมื่อตลาดเข้าสู่จุดที่ต้องแข่งขันความจำเป็นต้องมีเทคโนโลยีใหม่เข้ามาสนับสนุน การซื้อโรงงานพรีแฟบ การร่วมทุนกับโรงงานผลิตพรีแฟบทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น เยอรมนี ก็จะเกิดไซต์งานก่อสร้างของผู้ประกอบการ จะมีการเปิดโรงงานหล่อคอนกรีตในที่ขึ้น เพราะประหยัดต้นทุนการผลิตการขนส่ง อีกทั้งยังบริหารจัดการด้านการขายและการผลิตให้สอดคล้องกันได้ง่าย
3.การสื่อสารในรูปแบบโชเชียล เน็ตเวิร์ก ในกลุ่มสังคมเดียวกันที่พร้อมจะกระจายไปยังกลุ่มอื่นๆ ผ่านสื่อออนไลน์ เมื่อช่องทางที่จะให้ผู้บริโภคได้แสดงความคิดความเห็นเยอะขึ้น ย่อมหมายถึง พลัง...เสียงของประชาชน ก็จะมีขนาดใหญ่ขึ้นเช่นกัน
4.การเปลี่ยนแปลงด้านการปล่อยสินเชื่อที่มีการพัฒนาการไปคล้ายๆ กับสินค้าอุปโภคบริโภค หรือ "คอนซูเมอร์โปรดักส์" ...กลายเป็น คอนซูเมอร์โพสต์ไฟแนนซ์ กล่าวคือ เมื่อสินค้า "บ้าน" มีหลากหลายโปรดักส์ การให้สินเชื่อก็จะต้องมีหลายหลายโปรดักส์ให้เลือกเพื่อลดความเสี่ยงหรือเพิ่มความยืดหยุ่นในการให้บริการและดูแลอย่างใกล้ชิด
เมื่อทุกภาคส่วนหาช่องว่าง "การตลาด" ผลักดันการเติบโตทางธุรกิจย่อมเกิดทางเลือกแก่ผู้บริโภค เห็นได้จากธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ตอกย้ำผู้นำสินเชื่อเพื่อซื้อบ้าน เตรียมวงเงินไม่เกิน 57,000 ล้านบาท จัดทำ “โครงการสินเชื่อบ้านดอกเบี้ยพิเศษ” ปล่อยกู้ดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือน พิเศษ ประวัติผ่อนชำระดี 2 ปี ฟรีดอกเบี้ยอีก 1 เดือน
โดยมุ่งเน้นกลุ่มบุคลากรภาครัฐ กลุ่มลูกค้ารายย่อยในโครงการจัดสรรชั้นนำ กลุ่มลูกค้าสวัสดิการ และกลุ่มลูกค้าวิชาชีพพิเศษ แพทย์ ผู้พิพากษา นักบิน วิศวกร ด้านกลุ่มลูกค้าอาชีพอิสระรายได้ต่ำกว่า 1 หมื่นบาท สามารถขอสินเชื่อได้ตามโครงการ “บ้าน ธอส.เพื่อสานฝัน” วงเงิน 5,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2 ปี 2.99% หวังสร้างโอกาสให้ผู้มีรายได้น้อยสามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ที่อยู่อาศัย สามารถยื่นคำขอกู้ได้ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2554 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2554 และทำนิติกรรมภายในวันที่ 30 กันยายน 2554 หรือจนกว่าวงเงินเต็มตามกรอบที่ธนาคารกำหนด
เหล่านี้ถือเป็นการนำร่องของการปรับยุทธศาสตร์การให้สินเชื่อปี 2554 ของ ธอส.ที่มี "วรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี "กรรมการผู้จัดการ โดยมุ่งเน้นสร้างโอกาสให้คนไทยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง นอกจากนี้ธนาคารยังให้ความสำคัญในการมุ่งเน้นขยายสินเชื่อที่อยู่อาศัยสู่ผู้มีรายได้น้อยให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ที่อยู่อาศัยได้ง่ายยิ่งขึ้น
การเล่นตามเกมตลาดเป็นสิ่งที่สำคัญในการสื่อสารถึงผู้บริโภค ที่ขณะนี้พบว่ามีผู้ประกอบการกล้าที่จะขึ้นป้ายบอกตลาดผ่านข้อความที่แตกต่างกันไปว่า ห้องคอนโด (บ้าน) หลุดดาวน์ พร้อมอยู่ จอง 2 หมื่น อยู่ฟรี 6 เดือน*+กู้ได้ 100% ....หรือพิเศษเท่าไหร่ก็ขายแถมผ่อนแบงก์แทน 1 ปี เหลือ 5 ยูนิตสุดท้ายปิดโครงการ !!!! หรือไม่...เพียงลงทะเบียนที่เว็บไซต์...เข้าร่วมงาน Grand Opening และเข้าเยี่ยมชมโครงการ คุณก็ได้รับค่าน้ำมันทันที 100 บาท หรือ 200 บาท เป็นต้น
ดึงลูกค้าเข้าไซต์ให้มากที่สุด ส่งทีมงานขายให้ข้อมูล กระตุ้นความยากมี (บ้าน) นั้นมีอยู่จริง แต่กำลัง (เงิน) ที่จะซื้อหรือผ่อนไม่พอ การยอมเสียค่าการตลาดผ่านการผ่อนชำระให้แทนลูกค้าก่อน 6 เดือน 1 ปี บวกสารพัดออปชั่นทุกข้อความที่สื่อสารล้วนสะท้อนสภาพตลาดที่แท้จริง
สินเชื่ออนุมัติด่วน " Fast Track"
สินเชื่อ Fast Track หรือสินเชื่ออนุมัติด่วน เป็นอีกหนึ่งในการใช้แบงก์รัฐซึ่งถือเป็นเครื่องมือของรัฐบาลช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2552 มาตรการสินเชื่อบ้านอนุมัติด่วนภายใน 7 วันทำการ ทำนิติกรรม 3 วันทำการ (หากเอกสารครบถูกต้อง) โดยมีรายละเอียดการให้กู้เงินรายย่อยโครงการ (LTF) และการให้กู้เงินรายย่อยโครงการ Fast Track ทั้งสำหรับผู้กู้ใหม่เพื่อซื้อที่ดินพร้อมอาคาร หรือห้องชุด พร้อมกับซื้อ หรือจัดให้มีอุปกรณ์ หรือสิ่งอำนวยความสะดวก และสามารถกู้เพิ่มเพื่อชำระหนี้ค่าซื้อที่ดินพร้อมอาคาร/อาคาร/ห้องชุด หรือค่าต่อเติม/ขยาย/ซ่อมแซมอาคาร พร้อมกับซื้อ หรือจัดให้มีอุปกรณ์ หรือสิ่งอำนวยความสะดวก
ส่วนวงเงินให้กู้ตามเกณฑ์หลักประกัน รายย่อยโครงการ (LTF) ใน ผู้กู้ใหม่ ที่ต้องการกู้สินค้า บ้านเดี่ยว (กรณีขออนุญาตจัดสรร) ไม่เกินร้อยละ 100 ของราคาประเมิน และไม่เกินร้อยละ 100 ของราคาซื้อขายบ้านเดี่ยว (กรณีไม่ขออนุญาตจัดสรร) ทาวน์เฮ้าส์และบ้านแฝดไม่เกินร้อยละ 95 ของราคาประเมินและไม่เกินร้อยละ 95 ของราคาซื้อขาย อาคารพาณิชย์ไม่เกินร้อยละ 85 ของราคาประเมินและไม่เกินร้อยละ 85 ของราคาซื้อขาย ห้องชุดราคาตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไปไม่เกินร้อยละ 90 ของราคาประเมิน และไม่เกินร้อยละ 90 ของราคาซื้อขาย ส่วนห้องชุดราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาทไม่เกินร้อยละ 80 ของราคาประเมิน และไม่เกินร้อยละ 80 ของราคาซื้อขาย
ในกรณีขอ กู้เพิ่ม สำหรับบ้านเดี่ยว (กรณีขออนุญาตจัดสรร) ไม่เกินร้อยละ 100 ของราคา ประเมิน และไม่เกินร้อยละ 100 ของราคาซื้อขายอาคารพาณิชย์ และห้องชุดไม่เกินร้อยละ 90 ของ ราคาประเมินและไม่เกินร้อยละ 90 ของราคาซื้อขายต้องเป็นลูกค้าชั้นดีและมีประวัติการผ่อนชำระปกติย้อนหลัง 24 เดือน
สำหรับลูกค้ารายย่อยโครงการ Fast Track ทั้งที่เป็นผู้กู้ใหม่และกู้เพิ่มเงื่อนไขเหมือนกันคือ ไม่เกินร้อยละ 100 ของมูลค่าหลักประกัน
ปรียา เทศนอก



