ข่าว

 "เกลือเป็นหนอน"ปล้นเซเว่น...ใช้หนี้

"เกลือเป็นหนอน"ปล้นเซเว่น...ใช้หนี้

08 ก.พ. 2554

บ่อยครั้งที่ร้านเซเว่นอีเลฟเว่นต้องตกเป็นเหยื่อของการถูกปล้นหรือชิงทรัพย์จากพนักงานหรือบุคคลภายนอก จึงมีการงัดมาตรการต่างๆ เข้ามาควบคุมป้องกันอย่างเข้มงวด ทั้งการติดตั้งกล้องวงจรปิด จำกัดเงินในเคาน์เตอร์ให้เหลือน้อยที่สุด ตลอดจนพนักงานที่กำลังปฏิบัติหน้า

 แต่เมื่อพนักงานหันมาร่วมมือกับคนร้าย ด้วยการช่วยชี้เป้าวินาทีเคลื่อนย้ายเงินกว่าครึ่งล้านบาท ปฏิบัติการปล้นเซเว่นฯ จึงเกิดขึ้นอีกครั้ง!!

 เหตุการณ์ 2 คนร้ายดักปล้นเงินพนักงานร้านสะดวกซื้อของบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือร้านเซ่เว่นอีเลฟเว่น สาขานาเกลือที่ 1212 ตั้งอยู่ปากซอย 18/1 ถนนพัทยานาเกลือ หมู่ 5 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เกิดขึ้นเมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 31 มกราคม ที่ผ่านมา คนร้ายใช้อาวุธปืนลูกโม่ จี้บังคับให้พนักงานร้านเซ่เว่นฯ ถอดเสื้อนิรภัยที่บรรจุเงินสด  605,000 บาท ขณะนำไปฝากธนาคารกสิกรไทย สาขาพัทยา-นาเกลือ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากร้านเซ่เว่นฯ เพียง 50 เมตร ซึ่งหลังก่อเหตุคนร้ายได้ใช้รถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า มีโอ สีแดง ขี่หลบหนีไปอย่างลอยนวล ซึ่งเหตุเกิดในพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี

 คนร้ายจี้ชิงทรัพย์ครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนพบพิรุธต้องสงสัยขัดแย้งหลายข้อ โดยเฉพาะเรื่องการนำเงินไปฝากธนาคาร...คนร้ายรู้ได้อย่างไรว่าจะมีการนำเงินจำนวนคราวละมากๆ ไปฝากธนาคาร?!!

  หลังเกิดเหตุ พ.ต.ท.ธราเทพ ตูพานิช รอง ผกก.สส.พร้อมด้วย พ.ต.ท.วิศรุต สองห้อง สว.สส.และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พร้อมดูภาพบุคคลต้องสงสัยจากกล้องวงจรปิด พบบุคคลต้องสงสัย ซึ่งทำทีเข้ามาซื้อเบียร์ภายในร้านเซเว่นฯ ถึงสองครั้งสองคราว จึงได้เรียก น.ส.ศิริลักษณ์ รัตนา อายุ 30 ปี ผู้จัดการร้านเซ่เว่นฯ และนายสันทาน คำมงคล อายุ 20 ปี มาสอบสวนอย่างเคร่งเครียด
 
 น.ส.ศิริลักษณ์ซึ่งเป็นผู้สวมใส่เสื้อนิรภัยบรรจุเงินสด 605,000 บาท ให้การต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า สาเหตุที่ทางร้านต้องนำเงินสดไปเข้าบัญชีธนาคารคราวละจำนวนมากๆ นั้น เนื่องจากเป็นเงินที่ได้จากการขายตั้งแต่บ่ายวันศุกร์, วันเสาร์, วันอาทิตย์ และช่วงเช้าของวันจันทร์ รวม 3 วัน ซึ่งธนาคารปิดทำการ โดยปกติทางร้านก็ทำลักษณะนี้เป็นประจำอยู่แล้ว แต่ไม่เคยมีเรื่องร้ายเกิดขึ้นแต่อย่างใด

 ส่วนนายสันทาน พนักงานร้านเซเว่นฯ ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ และยังถูกคนร้ายทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ ให้การต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างมีเงื่อนงำ และไม่ยอมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่อย่างใด จนทำให้เจ้าหน้าที่พบพิรุธต้องสงสัยหลายอย่าง จึงได้ควบคุมตัวไว้สอบสวนอย่างเคร่งเครียด เพื่อหาคำตอบที่ว่า “คนร้ายรู้ได้อย่างไรว่าจะมีเงินจำนวน คราวละมากๆ ที่ต้องนำไปฝากเข้าบัญชีธนาคาร”

 จนกระทั่งนายสันทานยอมปริปากรับสารภาพกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า เป็นหนึ่งในแก๊งคนร้ายร่วมปล้นชิงทรัพย์ครั้งนี้ ซึ่งทำหน้าที่เป็นคนคอยชี้เป้าและบอกเวลา เมื่อทางร้านจะนำเงินไปฝากธนาคารอย่างเป็นขั้นเป็นตอน โดยนัดแนะให้ นายนเรศ ซ่อนกลิ่น อายุ 35 ปี และ นายอ๋า (ไม่ทราบนามสกุล) ดักรออยู่ฝั่งตรงข้ามของถนน รอการติดต่อทางโทรศัพท์เพื่อลงมือ ซึ่งนายอ๋าก็คือบุคคลต้องสงสัยจากภาพในกล้องวงจรปิด ซึ่งทำหน้าที่เข้าไปดูลาดเลาในร้านก่อนลงมือนั่นเอง

 นายสันทานให้การต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงสาเหตุที่ลงมือจี้ชิงทรัพย์ในครั้งนี้ว่า ต้องหาเงินนำไปใช้หนี้ให้แก่นายนเรศ ซึ่งติดหนี้ 1,500 บาท ส่วนเงินที่เหลือจากการปล้น ก็จะนำไปแบ่งกันใช้ และนำไปซื้อยาบ้ามาเสพ

 พ.ต.อ.นันทวุฒิ สุวรรณละออง ผกก.สภ.เมืองพัทยา กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ออกหมายจับคนร้ายทั้งสองคนแล้ว และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนกำลังไล่ล่าติดตามจับกุมตัวอย่างกระชั้นชิด คาดว่าจะได้ตัวเร็วๆ นี้ อย่างไรก็ตาม หากมีผู้พบเหตุบุคคลทั้งสองนี้ ซึ่งอาจจะรู้จักหรือเคยพบเหตุมาก่อน หรือพบเห็นบุคคลหน้าตาคล้ายกับบุคคลในภาพนี้ ขอให้แจ้งมาที่ สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ที่เบอร์ 08-2799-9111 ทุกเบาะแสจะปิดเป็นความลับของทางราชการ 

      - ศุภกร อรรคนันท์ - คัมภีร์ อาบสุวรรณ์  -