ข่าว

"ผลงาน"แลกความดีความชอบ

"ผลงาน"แลกความดีความชอบ

08 ก.พ. 2554

ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารย์ถึงการแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจระดับสารวัตรถึงรอง ผบก.ว่าถูกแทรกแซงมีตั๋วฝากจากการเมืองเต็มพื้นที่

 แต่ยังมีบางหน่วย บางส่วนที่นายตำรวจได้รับความดีความชอบจากผลงาน

 โดยเฉพาะกองบัญชาการหลักอย่างสอบสวนกลางและตำรวจตรวจคนเข้าเมือง

 บช.ก.มี พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ เป็นผู้นำหน่วย หลังจากเข้ารับตำแหน่งก็สร้างความฮือฮา ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตำรวจสอบสวนกลาง จากวัฒนธรรมเดิมๆ เริ่มด้วยปล้นกลางแดด ที่ตำรวจทางหลวงเคยชิน ดาบแรกย้ายผบก.ทล. มีตำรวจโดนลงโทษมาตามลำดับ

 โผแต่งตั้งครั้งนี้ก็มีจุดยืนไม่ได้ฟังใบสั่งเพียงอย่างเดียว แต่แต่งตั้งโดยวัดความรู้ ความสามารถโดยให้นายตำรวจระดับรอง ผบก.ลงไปถึงสารวัตร มาแสดงวิสัยทัศน์ว่าใครมีกึ๋นแค่ไหน

 แม้จะดูแปลกไปจากเดิมที่ผู้บังคับบัญชาแต่งตั้งจากตั๋วฝาก เด็กในคาถาหรือมีที่มาที่ไปทุกคน

 วิธีการแบบนี้คล้ายกับองค์กรใหญ่ๆ ภาคเอกชนที่ผู้บริหารต้องโชว์วิสัยทัศน์ นำเสนอแนวการทำงาน แต่ดีเพราะทุกคนได้แสดงความรู้ ความสามารถ พวกไม่มีเส้น ไม่มีเงิน จะได้มีโอกาสพบผู้บังคับบัญชา

 อยากยกตัวอย่าง พ.ต.อ.ทินกร รังมาตย์ ผกก.ฝอ.บก.ปอท. นายตำรวจคนนี้ได้รับมอบหมายให้ทำงบประมาณของหน่วยใน บช.ก.ให้สอดคล้องกับภารกิจเช่นบางหน่วยมีพื้นที่ตรวจทั่วประเทศ แต่มีงบประมาณนิดเดียว มีการจัดทำงบ ใหม่ ผลักดันจนผ่านความเห็นชอบ ประสบผลสำเร็จ เจ้าตัวยังไม่เคยพบผู้บัญชาการด้วยซ้ำ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์เองก็ไม่รู้จักมาก่อน ไม่เคยเห็นหน้าแต่เห็นผลงาน เลยได้ความดีความชอบไปนั่ง ผกก.6 ป. ชนิดที่ยิ่งกว่าส้มหล่น

 ถึงตอนนี้เจ้าตัวยังงงๆ อยู่เลย

 ในกองบัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างเล็กๆ ที่มีนายตำรวจทำงานแล้วได้ดี แต่ก็ไม่ง่ายนักเพราะตั๋วฝากจากสีเข้มๆ หนาแน่นและแรงมาก เพื่อขอ ผกก.หญิงคนหนึ่ง

 พล.ต.ท.วิบูลย์ บางท่าไม้ ผบช.สตม. ต้องยืนในหลักการแต่งตั้ง พ.ต.อ.วรวัฒน์ อมรวิวัฒน์ จาก ผกก.2 บก.สส. ขึ้นเป็นรอง ผบก.เพราะเป็น ผกก.อาวุโส และมีผลงานเป็นที่ยอมรับทั้งในและต่างประเทศ

 แม้ทั้งสองกรณีจะเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ใช้ผลงานแลกความดีความชอบ แต่อย่างน้อยก็เป็นเรื่องดีที่ผู้บัญชาการพยายามสร้างแรงจูงใจและให้ความเป็นธรรมกับคนทำงานจริง