ข่าว

บำเหน็จ9ขั้นทหารพลีชีพศึกรบเขมร

บำเหน็จ9ขั้นทหารพลีชีพศึกรบเขมร

07 ก.พ. 2554

ทบ.ปูนบำเหน็จ 9 ขั้นทหารพลีชีพศึกรบเขมร ยันพร้อมยิงโต้เขมรป้องอธิปไตย รัฐบาลไฟเขียวเบิกงบฉุกเฉินถึง 500 ล้าน ช่วยเหลือประชาชนชายแดนไทย - เขมร “ประวิตร” สั่ง “ ประยุทธ์ ” เร่งช่วยเหลือ ปชช.ตามแนวชายแดน “ หวั่น ” ได้รับผลกระทบ เร่งอพยพเข้าศูนย์กันทรลักษ์

(7ก.พ.)  พ.อ.หญิงศิริจันทร์   งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า ในวันที่ 9 ก.พ.นี้ เวลา 16.00 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก จะเดินทางไปร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพ ส.อ.วุธชรินทร์ ชาติคำดี หัวหน้าชุดกองร้อยทหารราบที่1623 ที่เสียชีวิตจากการปะทะกับทหารกัมพูชา ที่ช่องโดนอาว ใกล้กับภูมะเขือ จ.ศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 5 ก.พ. ณ วัดป่าโนนแสงทอง อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนครทั้งนี้ ผบ.ทบ.ได้แสดงความเสียใจกับครอบครัวทหารที่เสียชีวิต และขอบคุณทหารทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาอธิปไตยของชาติอย่างดีที่สุด โดยกองทัพบกได้ปูนบำเหน็จพิเศษ 9 ขั้น รับพระราชทานยศจากส.อ.เป็นร.อ. และมอบเงินสินไหมทดแทนการประกันชีวิต และเงินจากทางราชการให้กับครอบครัวทหารที่เสียชีวิต
  
          นอกจากนี้ กองทัพบกยืนยันจะยังปฏิบัติหน้าที่รักษาอธิปไตยของชาติด้านชายแดนไทย-กัมพูชา อย่างเข้มแข็ง โดยจะตอบโต้อย่างเหมาะสมตามหลักสากลต่อที่หมายทางทหารของกัมพูชาเท่านั้น สิ่งสำคัญที่สุด คือ ชีวิตของประชาชนต้องมีความปลอดภัย ขณะนี้กองทัพบกร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ได้ช่วยเหลือประชาชน ที่หลบหนีจากการยิง และระเบิดของฝ่ายกัมพูชา โดยจัดชุดแพทย์เคลื่อนที่เข้าให้บริการประชาชนและแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น

เบิกงบฉุกเฉินช่วยภัยสู้รบได้ถึง500ล้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.00 น. นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีพร้อมด้วยนายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมพื้นที่ อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ เพื่อตรวจเยี่ยมศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุปะทะระหว่างไทย - กัมพูชา   ที่ ที่ว่าการอำเภอกันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ รวมถึงศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยโรงเรียน ศรีสะเหลาวิทยาคม

 นายถาวร กล่าวว่า ขณะนี้พื้นที่หมู่บ้านชายแดนในอ.กันทรลักษณ์ เช่น ต.รุง และ ต.ธงชัย ได้ประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ เนื่องจากการรุกรานของกองกำลังนอกประเทศแล้ว ทำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ สามารถเบิกเงินทดรองจ่ายเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างเต็มที่ตั้งแต่ 100 บาท   ถึง 500 ล้านบาท เพื่อการแก้ปัญหาทำให้ประชาชนได้รับการช่วยเหลือมากที่สุด ส่วน แนวทางการแก้ไขปัญหาขณะนี้ของรัฐบาล เน้นการเจรจาเพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีแต่เสียกับเสีย เสียหายทั้งสองฝ่าย   และรัฐบาลเองก็เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตามคิดว่าเรื่องที่เกิดน่าจะเป็นบทเรียนของทั้ง 2 ฝ่าย และไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรงอีก

 ด้านนายองอาจ กล่าวว่า รัฐบาลมีความห่วงใยประชาชนและจะแก้ปัญหาให้ดีที่สุด โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ต้องการให้แจ้งข้อมูลกับประชาชนเพื่อไม่ให้ประชาชนตื่นตระหนก   รวมทั้งมีการประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง บูรณาการระหว่างฝ่ายปกครองและฝ่ายความมั่นคง   เพื่อเตรียมการพร้อมรับมือสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งศูนย์อพยพ อาหาร เพื่อช่วยเหลือประชาชนต่อไป

ประวิตรสั่งประยุทธ์เร่งช่วยเหลือปชช.

 พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงเหตุการณ์ปะทะของกองกำลังทหารบริเวณชายแดนไทย – กัมพูชาว่า เรื่องนี้ พล.อ. ประวิตร ได้มีความห่วงใยเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน จึงสั่งการให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบกให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน   โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ทหารได้เข้าให้ความช่วยเหลืออำนวยความสะดวกในการอพยพพี่น้องประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยทุกๆ พื้นที่ เข้ามายังศูนย์ ที่ อ.กันทรลักษณ์ เรียบร้อยแล้ว   รวมทั้งให้ติดตามสถานการณ์และดำเนินการตามกฎการใช้กำลังสากลหากมีการรุกล้ำอธิปไตย และได้มอบหมายให้ พล.ท.ธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นผู้ประสานงานร่วมกับผู้บังคับหน่วยทหารกัมพูชาในพื้นที่ ให้มีการเจรจาเพื่อยุติความรุนแรง ทั้งนี้หากมีความจำเป็นต้องเกิดการปะทะก็ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก และขอให้มั่นใจว่ากองทัพจะรักษาอธิปไตยของประเทสอย่างเต็มที่

 “เหตุการณ์ที่มีกระสุนวัตถุระเบิดตกเข้ามายังฝั่งไทย กองทัพมีความจำเป็นที่ต้องมีมาตรการตอบโต้การรุกล้ำอธิปไตยดังกล่าว   โดยขอให้พี่น้องประชาชนมีความเชื่อมั่นต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน   กระทรวงกลาโหมและกองทัพจะใช้ศักยภาพทั้งหมดในการปกป้องอธิปไตยของชาติ   ซึ่งประเทศไทยไม่เคยคิดจะรุกรานประเทศใดๆ แต่จะไม่ยอมให้ใครมารุกรานประเทศเราได้เป็นอันขาด   ทั้งนี้การปฏิบัติได้ ยึดตามกรอบของ MOU ปี 2543 รวมทั้งกฎบัตรของสหประชาชาติและสนธิสัญญาในฉบับต่างๆ ที่ได้ทำไว้ ” พ.อ.ธนาธิป กล่าว

นักท่องเว็บยกแสงยานุภาพของไทยเหนือกว่ากัมพูชา
 
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเว็บไซต์ www.Khmerconnection.com ได้มีคนไทย คนกัมพูชา และต่างชาติแห่แสดงความเห็นในกระทู้หัวข้อ ไทย ปะทะกัมพูชา อย่างกว้างขวาง ซึ่งผู้ที่เข้ามาแสดงความคิดเห็น ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า แสงยานุภาพของไทยเหนือกว่ากัมพูชาหลายเท่าตัว โดยระบุว่า ประเทศไทยเป็นประเทศติดหนึ่ง ใน 30 ที่มีความพร้อมรบ ด้วยอาวุธยุปโธปกรณ์และกำลังทหารจะเห็นได้ว่า ฝ่ายไทยย่อมรบชนะอย่างง่ายดาย ทั้งนี้ไม่ต้องให้ 2 ประเทศรบกัน เนื่องจากผลกระทบส่วนใหญ่จะตกอยู่กับชาวบ้านที่พักอาศัยตามแนวชายแดนมากกว่ารัฐบาลของประเทศนั้นๆ

 ทั้งนี้ มีกระทู้หนึ่งได้วิพากษ์วิจารณ์ในเหตุการณ์ปะทะระหว่างไทยกับกัมพูชาว่า ปัญหาชายแดนได้ถูกนำมาเล่นเป็นประเด็นการเมืองของไทยและกัมพูชา ในแง่ของผู้กุมอำนาจของกัมพูชา โดยอ้างบุคคลหนึ่งชื่อ ยูน ( Youn ) มีความห่วงกังวลเกี่ยวกับผลที่ตาม หากมีการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ตามแนวชายแดนร่วมกัน ทั้งโรงแรม รีสอร์ท และคาสิโน ว่า หากธุรกิจฝั่งไทยเติบโตขึ้น จะทำให้นักธุรกิจและการลงทุนจากฝั่งไทยไหลเข้าไปยังกัมพูชา ทำให้เกรงว่าธุรกิจฝ่ายกัมพูชาเสียผลประโยชน์ ดังนั้นจึงจะเห็นว่า เมื่อไรที่ความสัมพันธ์ไทยกับกัมพูชามีแนวโน้มจะดีขึ้น ก็มักจะมีการใช้กลเม็ด อุบาย หรือสร้างสถานการณ์ใดๆ เพื่อแยกความสัมพันธ์ของเพื่อนบ้าน 2 ประเทศ