
บัน คี มุนวอนไทย-เขมรอดกลั้นสันติ
"บัน คี มุน"เลขาฯยูเอ็น ออกแถลงการณ์นวอนไทย-เขมรอดกลั้นสันติ อัครราชทูตที่ปรึกษาสถานทูตสหรัฐแนะไทย-เขมรใช้ความอดกลั้น-ยึดการเจรจา เลขาฯอาเซียนวอนไทย-กัมพูชาเจรจาด้วย ผอ.ใหญ่ยูเนสโกเป็นห่วง กต.กัมพูชาเผยแพร่ข่าว ฮุนเซน เตรียมเชิญสมาชิกสหประชาชาติ 5 ประเ
(7ก.พ.) ที่นิวยอร์ก นายบัน คี มุน เลขาธิการสหประชาชาติ ออกแถลงการณ์แสดงความวิตกอย่างลึกซึ้งต่อสถานการณ์เผชิญหน้า และเรียกร้องให้ไทยและกัมพูชาใช้ความอดทนอดกลั้นอย่างถึงที่สุด อย่างไรก็ตาม เลขาธิการสหประชาชาติมิได้เอ่ยถึงข้อเรียกร้องคณะมนตรีความมั่นคง เปิดประชุมฉุกเฉินของนายฮุน เซน นอกจากระบุว่าสหประชาชาติพร้อมช่วยเหลือความพยายามหาทางออกอย่างสันติ
เช่นเดียวกับกระทรวงต่างประเทศสิงคโปร์ ที่ออกแถลงการณ์แสดงความวิตก และเรียกร้องให้เพื่อนสมาชิกอาเซียนทั้งสองคลี่คลายความขัดแย้งระหว่างกันด้วยการเจรจา ซึ่งเรื่องนี้มีความสำคัญทั้งต่อความสัมพันธ์สองฝ่ายในระยะยาว และต่อผลประโยชน์ของอาเซียนในภาพรวม นอกจากนี้ สิงคโปร์ขอสนับสนุนนายมาร์ตี้ นาตาเลกาวา รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย ในฐานะประธานอาเซียนปัจจุบัน ที่เดินทางไปยังกรุงพนมเปญในวันนี้ และจะมากรุงเทพฯ ในวันอังคาร
ทูตสหรัฐแนะไทย-เขมรขันติยึดเจรจา
นางจูดิธ เบธ เซฟคิน(Judith Beth Cefkin) อัครราชทูตที่ปรึกษา สถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เปิดภายหลังเปิดแถลงข่าว การฝึกรบคอบร้าโกลด์ 11 ครั้งที่ 30 ที่ จ.เชียงใหม่ ถึงสถานการณ์สู้รบชายแดนไทย-กัมพูชาว่าา ในฐานะที่สหรัฐเป็นมิตรประเทศกับทั้งไทยและกัมพูชา อยากเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายยุติปัญหาโดยเร็ว และสหรัฐได้จับตาดูทั้งสองฝ่ายตลอดเวลา และเท่าที่สังเกตได้เห็นว่าทั้งสองฝ่ายมีทีท่าที่จะทำให้สถานการณ์คลี่คลาย ก็ขอให้ใช้ความหนักแน่น อดทนอดกลั้นที่มีอยู่ในการแก้ไขความขัดแย้ง เชื่อว่า คือ การพูดคุยเป็นสิ่งที่ดีที่สุดและทราบว่าทั้งสองฝ่ายก็พยายามที่จะใช้วิธีพูดคุยเจรจาในการแก้ปัญหาอันนี้ก็ต้องขอชมเชย
เลขาฯอาเซียนวอนไทย-กัมพูชาเจรจา
สำนักข่าวซินหัวของจีนได้รายงานการให้สัมภาษณ์ของนายสุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ว่า เหตุการณ์การปะทะกันระหว่างไทยกับกัมพูชาอยู่นี้ส่งผลทำลายความเชื่อมั่นในกลุ่มประเทศอาเซียน กระทบทั้งการท่องเที่ยวและการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจการลงทุนในภูมิภาคนี้
"ผมเป็นห่วงลึกซึ้งเกี่ยวกับสถานการณ์รุนแรงในชายแดนระหว่างไทยและกัมพูชา ความขัดแย้งรุนแรงจะต้องถูกนำภายใต้การควบคุมและทั้งสองฝ่ายต้องกลับสู่โต๊ะเจรจาเร็วที่สุด"นายสุรินทร์กล่าวและว่า
ตนได้ติดต่อกับนายฮอร์ นัม ฮง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของกัมพูชา และนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศของไทย โดยขอเข้ามาระงับเหตุให้เร็วที่สุด โดยอาจจะเป็นการพักรบชั่วคราวก็ได้เข้าหันหน้ามาเจรจากัน
เผยประธานอาเซียนเดินสายฟังไทย-กัมพูชา
ขระเดียวกันนายสุรินทร์ กล่าวก่อนบรรยายพิเศษ หัวข้อ “มิติวัฒนธรรมในการสร้างประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน” ที่โรงแรมดิเอมรัลด์ ถนนรัชดาภิเษก ถึงกรณีเหตุปะทะและความขัดแย้งระหว่างไทย–กัมพูชา ว่า ตนคิดว่าเป็นเรื่องที่อาเซียนทุกประเทศเป็นห่วงเพราะกระทบกับความเชื่อมั่นและภาพพจน์ของอาเซียนเอง ในการที่จะร่วมกันสร้างประชาคมที่มีความเจริญก้าวหน้าทางด้านเศรษฐกิจ และก็มีความสงบทางด้านการเมือง และความร่วมมือทางด้านยุทธศาสตร์และยุทธวิธีในการที่จะก้าวไปสู่การเป็นฐานการลงทุนการค้าการท่องเที่ยว นอกจากนั้น บทบาทของอาเซียนในเวทีโลกขณะนี้ ก็เพิ่มสูงขึ้นมาก จะต้องรักษาภาพพจน์อันนั้นเอาไว้
ดังนั้น อะไรก็ตามที่เกิดขึ้นกับบรรดาสมาชิกอาเซียนด้วยกันเป็นเรื่องที่ทุกคนห่วงกังวล ซึ่งก็ได้มีการปรึกษากันอยู่ตลอดเวลา กับรัฐบาลเขมร กับรัฐบาลไทย และกับประธานอาเซียน ทราบว่าขณะนี้รมต.ต่างประเทศ ของอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประธานอาเซียน อยากจะฟังประเด็นปัญหาและความคิดเห็นจากทั้งสองฝ่าย ประธานอาเซียนกำลังเยือนพนมเปญอยู่
และในวันที่ 8 ก.พ. นี้จะมาประเทศไทยเพื่อขอรับทราบ รับฟังถึงประเด็นปัญหาและข้อขัดแย้งที่นำไปสู่การเผชิญหน้ากันระหว่างตามแนวชายแดน เพราะกฎบัตรของอาเซียนกำหนดว่า ให้ประเทศที่เป็นประธานกับเลขาธิการโดยตำแหน่งช่วยกันพยายามที่จะหาลู่ทางที่จะลดความขัดแย้ง ลดการเผชิญหน้าในหมู่บรรดาสมาชิก ของอาเซียนเอง
“ขณะนี้ก็อยู่ในขั้นของการขอสดับรับฟัง ขอรับทราบประเด็นปัญหา แล้วก็คงจะค่อยหาลู่ทางมาตรการที่จะคิดช่วยกันเพื่อแสวงหาการแก้ไขปัญหาระยะยาวต่อไป ก็เป็นหน้าที่ที่จะต้องพยายามที่จะช่วยกันประคับประคอง ช่วยกันเตือนสติ ช่วยกันให้กำลังใจเพื่อที่จะแสวงหาข้อยุติให้ได้ ผมเห็นว่าสิ่งที่ดีที่สุดคือแนวทางการหารือระดับทวิภาคี คิดว่าคงไม่มีใครที่ไม่เห็นด้วย แต่เมื่อความพยายามระดับทวิภาคี มันยืดเยื้อ และดูเหมือนว่าประสบกับปัญหาอยู่เป็นระยะๆ จะถึงเวลาหรือยังที่จะมาปรึกษาหารือกัน ในลักษณะที่เสนอตามกฎบัตร หรือการเสนอรับทราบ รับฟัง และประสาน พยายามที่จะให้หันหน้าเข้าหากันและหาข้อยุติร่วมกัน แต่ถ้าหากถึงขั้นที่จะต้องเจรจา อาเซียนพร้อมเข้ามาช่วย แต่ขณะนี้ อยู่ในขั้นตอนของการรับฟัง และแสวงหาข้อมูลเพื่อที่จะนำไปสู่การร่วมกันทำหน้าที่เพื่อที่จะให้ได้ข้อยุติโดยเร็ว” เลขาธิการอาเซียน กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ดูเหมือนทางกัมพูชาจะข้ามบทบาทความเป็นอาเซียน และไปสู่ระดับสหประชาชาติ นายสุรินทร์ กล่าวว่า ทุกประเทศมีสิทธิ์ตามพันธะสมาชิกภาพของตัวเองในทุกๆ องค์กรที่มีอยู่ ปัญหาก็คือว่าคู่กรณีจะเลือกใช้มาตรการและลู่ทางกระบวนการใด ระยะแรกน่าจะยุติในระดับการหารือแบบทวิภาคี ถ้าทวิภาคีไม่สามารถที่จะหาข้อยุติ ข้อตกลงได้ ก็เข้าสู่ระยะที่สองคือ ยกระดับภูมิภาค ในกรอบของอาเซียน ซึ่งก็มีกลไกและก็มีลู่ทางที่กำหนดไว้ตามข้อตกลง สุดท้ายระยะที่สามก็ควรจะเป็นองค์กรและหน่วยงานระหว่างประเทศ
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า รัฐบาลไทยจะทำอย่างไร เลขาธิการอาเซียน กล่าวว่า ผมไม่ทราบครับ ต้องไปถามรัฐบาลไทย
เมื่อถามว่าได้มีการหารือกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กรณีให้อาเซียนเข้าเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ย นายสุรินทร์ กล่าวว่า ผมได้ประสานกับรัฐมนตรีต่างประเทศของทั้งสองฝ่าย
ขณะเดียวกันเว็บไซต์whc.unesco.orgได้รายงานความเป็นห่วงของผู้อำนวยการใหญ่ยูเนสโก แสดงความรู้สึกกังวลและเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายใช้ความยับยั้งชั่งใจเพื่อประโยชน์ในการรักษาปราสาทเขาพระวิหารและเปิดช่องทางตรงของการสื่อสารในระดับสูงสุดเพื่อช่วยลดความตึงเครียดลง
ฮุนเซนเตรียมเชิญ5ชาติยูเอ็นแจงแต่กีดกันสื่อไทยเข้าฟัง
กระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาเปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมเชิญสมาชิกสหประชาชาติ 5 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐฯ จีน รัสเซีย ฝรั่งเศส และอังกฤษ เพื่อชี้แจงเหตุปะทะกันบริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา หลังมีข่าวว่าผู้นำกัมพูชาได้เรียกร้องไปยังสหประชาชาติให้มาช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าว นอกจากนี้ยังมีการเปิดเผยว่ากัมพูชานั้นมีแผนเชิญเจ้าหน้าที่ทางการทูตทั้ง 14 ประเทศในกรุงพนมเปญ ยกเว้นประเทศไทย ร่วมฟังแถลงการณ์ของสมเด็จฯ ฮุนเซน และยังได้ห้ามสื่อมวลชนจากไทยเข้าฟังการแถลงการณ์ครั้งนี้ด้วย หลังมีข่าวว่ามีคนไทยกลุ่มหนึ่งปลอมตัวเข้าไปจารกรรมข้อมูล
ขณะที่สื่อมวลชนกัมพูชา เปิดเผยว่า พลทหารสงกรานต์ ทองชมพู ซึ่งเป็นทหารไทยที่ถูกจับกุมตัว ได้เขียนจดหมาย 4 ฉบับ ถึงสมเด็จฯ ฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เพื่อขอความอนุเคราะห์ให้ช่วยเหลือส่งกลับบ้าน และในจดหมายดังกล่าวยังได้ขอร้องให้ทั้งสองประเทศหันมาพูดคุยเจรจาทำความเข้าใจกัน
ขณะเดียวกัน มีข่าวว่าพลทหารชาวไทยจะต้องถูกไต่สวนที่อัยการศาลทหารกัมพูชา แต่ในขณะนี้ยังไม่ได้ถูกดำเนินการไต่สวนแต่อย่างใด เนื่องจากอยู่ระหว่างการประสานงานของรัฐบาลเพื่อขอให้ส่งตัวกลับประเทศไทย
ส.ว.ทำจม.เตือนสติร่วมม็อบอย่าสร้างปัญหาแก้ศึกนอก
ที่รัฐสภา คณะส.ว.กว่า 70 คน นำโดย นางนฤมล ศิริวัฒน์ ส.ว.อุตรดิตถ์ พร้อมด้วยนายจิตติพจน์ วิริยโรจน์ ส.ว.ศรีสะเกษ นายยุทธนา ยุพฤทธิ์ ส.ว.ยโสธร นายชรินทร์ หาญสืบสาย ส.ว.ตาก ร่วมกันแถลงข่าวทำจดหมายเปิดผนึกถึงประชาชน โดยนางนฤมล ว่า ด้วยเหตุการณ์บ้านเมืองอยู่ในภาวะไม่ปกติมีการปะทะและต่อสู้ในชายแดนด้านจังหวัดศรีสะเกษ อุบลราชธานี และสุรินทร์ ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างยิ่งประกอบกับสภาวะยากลำบากในด้านเศรษฐกิจและมีการชุมนุมเพื่อแสดงออกในรูปแบบต่าง ๆจากหลายหลุ่มคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง และการมีส่วนร่วมของประชาชน และสมาชิกวุฒิสภาจึงใคร่ขอให้ประชาชนผู้มีความตื่นตัวในด้านทางการเมืองใช้สติในการแสดงออกทางการเมืองอย่างสงบ เพื่อไม่ให้เป็นภาระซ้ำเติมแก่รัฐบาลไทย โดยให้รัฐบาลสามารถคลายกังวลต่อปัญหาภายในประเทศและมุ่งแก้ปัญหาระหว่างประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ จึงขอให้พิจารณาไตร่ตรองการเข้าร่วมการชุมนุมในระยะนี้ว่ามีความจำเป็นมากน้อยเพียงไร กลุ่มชุมนุมทุกกลุ่มไม่ควรฉวยโอกาสสร้างปัญหาซ้ำเติมให้แก่ประเทศไทยให้ยากลำบากมากกว่านี้ อย่างไรก็ตามการที่กลุ่มพันธมิตรฯจะเคลื่อนมาชุมนุมที่รัฐสภาก็สามารถทำได้ แต่ต้องมาด้วยความสงบ แต่ที่ผ่านมาการชุมนุมก็ไม่เคยสงบสักครั้ง ดังนั้นอย่ายั่วยุ เพราะการยั่วยุทำให้เกิดความรุนแรงเกิดขึ้น
ด้านนายจิตติพจน์ กล่าวว่า สถานการณ์ตอนนี้ล่อแหลมมาก เพราะมีการเสริมกำลังทั้งสองฝ่าย ซึ่งมีท่าทีว่าจะมีการปะทะกันอีก ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนคือประชาชน คนยากจนที่อยู่บริเวณชายแดน ซึ่งขณะนี้วุฒิสภากำลังรวบรวมเครื่องอุปโภค บริโภคเพื่อนำไปบริจาคให้กับประชาชนดังกล่าว ซึ่งขณะนี้เรากังวลการชุมนุมเรียกร้องที่เกี่ยวข้องกับการเมืองระหว่างประเทศที่สุ่มเสี่ยงจะทำให้เกิดการปะทะกัน จึงอยากให้กลุ่มผู้ชุมนุมใช้สติว่าการอพยพของประชาชนที่ได้รับผลกระทบเลวร้ายเพียงไร
ขณะที่นายชรินทร์ กล่าวว่า ปัญหาระหว่างไทยกับกัมพูชาที่เกิดขึ้นทำให้การจัดงานเอ็กซ์โปที่จะมีขึ้นในวันที่ 16-17 ก.พ.เลื่อนออกจากอย่างไม่มีกำหนด จึงอยากให้ทุกฝ่ายใช้สติ เพราะความรุนแรงไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ แม้แต่สงครามระหว่างปาเลสไตล์กับยิวยังต้องใช้การเจรจา ดังนั้นขอให้ใช้สติปัญญามากกว่าใช้อาวุธห่ำหันกัน
ประธานวุฒิฯออกแถลงให้กำลังใจชาวบ้าน-ทหาร
ที่รัฐสภา นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา พร้อมด้วยสมาชิกวุฒิสภาร่วมกันอ่านแถลงการณ์กรณีสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชา โดยนายประสพสุข กล่าวว่า จากกรณีสถานการณ์ปะทะกันตามแนวชายแดนไทยกับกัมพูชาที่ผ่านมา วุฒิสภามีความเป็นห่วงสถานการณ์ดังกล่าว เนื่องจากมีผลกระทบทั้งในด้านสังคม การพัฒนาเศรษฐกิจ การลงทุน การท่องเที่ยว และภาพลักษณ์จากต่างชาติของทั้งสองฝ่าย ผลกระทบดังกล่าวยังรวมไปถึงในส่วนของภูมิภาคอาเซียนเช่นเดียวกัน จากการปะทะดังกล่าวส่งผลให้ทหารและพลเรือนบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนหนึ่ง ซึ่งเป็นความสูญเสียอันประเมินค่ามิได้ วุฒิสภาขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์และความสูญเสียทีเกิดขึ้น ซึ่งปัจจุบันยังคงมีความตึงเครียดในพื้นที่ดังกล่าวอยู่ วุฒิสภาในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติจึงขอเป็นกำลังใจให้ทหารทุกนาย ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ปกป้องรักษาอธิปไตยของชาติและปกป้องคุ้มครองประชาชน ซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นบริเวณดังกล่าว รวมทั้งพลโทธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพภาคที่ 2 ซึ่งเป็นผู้ควบคุมดูแลกำลังพลในบริเวณนั้นด้วยความเสียสละเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ
นายประสพสุข กล่าวอีกว่า ขอแสดงความห่วงใยไปยังประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณพื่นที่ดังกล่าว ซึ่งได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์ครั้งนี้ วุฒิสภาเข้าใจความรู้สึกของประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ว่าอยู่ในภาวะลำบาก ซึ่งวุฒิสภาและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องก็ไม่ได้ทอดทิ้งและมีความเป็นห่วงเป็นอย่างยิ่ง และพยายามหาความช่วยเหลือจากทุกๆ ด้าน เพื่อให้พี่น้องที่ได้รับผลกระทบได้รับความช่วยเหลือเยียวยาในชีวิตความเป็นอยู่ให้กับคืนกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด ในช่วงเวลานี้ของให้ประชาชนไทยมีความสามัคคี และส่งแรงใจไปให้พี่น้องประชาชน ทหาร เจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย
เมื่อถามว่าสิ่งที่วุฒิสภาจะให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนคืออะไร นายประสพสุข กล่าว วุฒิกำลังรวบรวมเงินบริจาคและสิ่งของ ให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน
สธ.เผยเหตุปะทะยอดสะสมเจ็บ34ตาย2
นายจุรินทร์ ลักษวิศิษฎ์ รมว.สาธารณสุข แถลงว่า ตัวเลขผู้บาดเจ็บจาเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาระหว่างวันที่ 4-6 ก.พ. มีผู้บาดเจ็บสะสม 34 ราย เป็นทหาร 30 ราย พลเรือน 4 ราย และมีผู้เสียชีวิต 2 รายเป็นทหาร 1 ราย พลเรือน 1 ราย ทั้งนี้ผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่เป็นทหารโดยบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น มีเพียง 1 รายที่อาการหนักส่งไปรักษาที่ รพ.สรรพสิทธิประสงค์
รมว.สาธารณสุข กล่าวต่อว่า จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น สธ.ได้ตั้งศูนย์อำนวยการป้องกันและบรรเทาภัยด้านการแพทย์และสาธารณสุขชายแดนไทย-กัมพูชา นอกจากนี้ นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และ นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ รองปลัดกระทรวงสารณสุขลงไปดูแลปัญหาในพื้นที่ โดยได้มีการปรับ รพ.กันทรลักษ์ เป็นหน่วยรักษาพยาบาลของทหารด้วยเพราะไม่มี รพ.ค่ายในแถบนั่น ทั้งนี้ได้มีทีมศัลยแพทย์ 3 ทีม จาก รพ.ศรีสะเกษ รพ.ค่ายสุรนารี และ รพ.ค่าสรรพสิทธิประสงค์ลงไปประจำที่ รพ.กันทรลักษ์แล้ว ขณะเดียวกันได้มีการสำรองเลือดเอาไว้พอเพียง รวมทั้งเตรียมพร้อมห้องผ่าตัด ตาม รพ.เครือข่ายต่าง ๆ
นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของผู้อพยพไปอยู่ทีว่าการอำเภอกันทรลักษ์มีกว่า 6 , 000 คนได้มีการจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ รวมทั้งทีมจิตแพทย์เข้าไปดูแลโดยมีผู้มาขอรับคำปรึกษาจำนวน 1 , 165 ราย ส่วนใหญ่กังวลนอนไม่หลับได้มีการจ่ายยาให้จำนวน 22 ราย
นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงจำนวนผู้บาดเจ็บเบื้องต้นในการปะทะ เมื่อวันที่ 6 ก.พ.ที่ผ่านมาจนถึงเช้าวันที่ 7 ก.พ.ว่า มีจำนวน 17 ราย และในช่วงเช้าวันที่ 7 ก.พ. มีเข้ามาที่ รพ.กันทรลักษ์อีก 2 ราย รวมเป็น 19 ราย เป็นทหาร 17 รายพลเรืน 2 ราย ส่วนใหญ่บาดเจ็บเพียงเล็กน้อย ทั้งนี้มีเพียงทหาร 1 รายที่อาการหนักที่สมองถูกส่งตัวไปรักษาที่ รพ.สรรพสิทธิประสงค์



