ข่าว

ประเมินปิดด่านเขมร1เดือนสูญ30ล้าน

ประเมินปิดด่านเขมร1เดือนสูญ30ล้าน

07 ก.พ. 2554

ประธานหอการค้าศรีสะเกษประเมินความเสียหายร่วมกับหอการค้าไทยและม.หอการค้า เผยหากปิดด่านการค้าไทย-เขมร 1 เดือนเสียหายไม่ต่ำกว่า 20-30 ล้าน อดีตทูตไทยถล่มเขมรดึงนานาชาติเข้ามามีเอี่ยว "ปณิธาน-ชวนนท์-สรรเสริญ" เตรียมแถลงท่าทีไทยต่อเหตุปะทะ"ไทย-เขมร" 14.30 น.

 (7ก.พ.) นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ประธานหอการค้าจังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ผลกระทบด้านการค้าของไทย-กัมพูชา หลังจากมีปัญหาปะทะกันว่า การค้าของศรีสะเกษกับกัมพูชา ขณะนี้ต้องปิดการค้าอย่างถาวร ทั้งนี้ตนได้หารือกับหอการค้าไทยและทางมหาวิทยาลัยหอการค้า เพื่อประเมินความเสียหายทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น โดยประเมินว่า หากปิดด่านกินเวลานาน 1 เดือน ความเสียหายไม่น่าจะต่ำกว่า 20-30 ล้านบาท ต่อ เดือน  ที่เสียหายไปทั้งการค้าปกติ การนำเข้าส่งออก และเรื่องการท่องเที่ยว

 "ในรอบ 10 ปี ถือว่าครั้งนี้รุนแรงที่สุดที่เกิดการปะทะกัน และทางหอการค้าเราได้มีการประเมินกันว่าสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้เกิดการปะทะกันอีกทั้งที่เหตุการณ์น่าจะสงบไปแล้วน่าจะมาจาก 2 สาเหตุคือการเมือง และเรื่องของเขาพระวิหาร ซึ่งเรื่องเขาพระวิหารนั้น หากคุยกันดีๆ และร่วมกันบริหารจัดการร่วมกันทั้งสองประเทศก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่ปัญหาหนักอยู่ที่การเมือง ซึ่งนักการเมืองส่วนใหญ่ มักจะเล่นการเมือง โดยลืมข้อเท็จจริงเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนว่าเดือดร้อนแค่ไหน"นายสิริพงศ์ กล่าว

ก.พาณิชย์กำลังประเมินความเสียหาย
 
นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า จากเหตุการณ์ปะทะระหว่างทหารไทยกับกัมพูชาบริเวณชายแดน โดยเฉพาะจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งถือว่าเป็นวันที่ 4 ติดต่อกัน และยังไม่รู้ว่าจะยืดเยื้อไปนานขนาดไหน ซึ่งขณะนี้ทุกฝ่ายกำลังเร่งเจรจา เพื่อให้สถานการณ์ ต่าง ๆ คลี่คลาย

นายอลงกรณ์ กล่าวว่า ในแง่การค้าถือว่ายังไม่ได้รับผลกระทบมาก โดยประเมินอาจจะกระทบทางด้านจิตวิทยาของประชาชนทั้ง 2 ประเทศ ที่เกิดความวิตกกังวลหากสถานการณ์ยืดเยื้อออกไปยาวนานจะส่งผลกระทบต่อการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว แต่หากเทียบกับผลกระทบการค้าที่ยังไม่ปิดด่าน อยู่ที่ประมาณร้อยละ 5-10 แต่ก็ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ยืดเยื้อจนถึงขั้นปิดด่านถาวร เพราะจะส่งผลกระทบต่อประชาชนและการค้าทั้ง 2 ฝ่ายที่มีมูลค่ามากถึง 81,000 ล้านบาท โดยแยกเป็นไทยส่งออกมากถึง 74,000 ล้านบาท ขณะที่กัมพูชาส่งออกมายังประเทศไทย 6,864 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ในช่วง 2-3 วันนี้จะมีการติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากเห็นว่าสถานการณ์ยังไม่ยุติลงก็จะเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และนายกรัฐมนตรียุติการจัดงานแสดงสินค้าที่ประเทศกัมพูชาระหว่างวันที่ 17-20 กุมภาพันธ์นี้ออกไปอย่างไม่มีกำหนด แต่หากจำเป็นต้องเลื่อนหรือยกเลิกการจัดดังกล่าวก็ถือเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย เพราะภาคเอกชนทั้ง 2 ประเทศได้เตรียมงานไว้นานแล้ว ซึ่งถือเป็นการจัดงานแสดงสินค้าควบคู่ไปกับการเจรจาทางการค้า ซึ่งที่ผ่านมาแม้ว่าทั้ง 2 ประเทศจะเกิดปัญหาความไม่เข้าใจกันบ้าง แต่ทั้ง 2 ประเทศก็มีความเข้าใจ การค้าแยกจากการเมือง แต่หากต้องปิดด่านชายแดนอย่างถาวรทั้งจังหวัดศรีสะเกษ สุรินทร์ หรือด่านอรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ก็จะส่งผลกระทบต่อบรรยากาศทางการค้า การท่องเที่ยว เพราะการค้า การท่องเที่ยวและการลงทุน เพราะทางกัมพูชาเป็นประเทศที่ต้องการให้เกิดการลงทุน การท่องเที่ยว และการค้าเป็นสำคัญ

นายอลงกรณ์ กล่าวอีกว่า ในแง่ของผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวต่อการที่ภาคเอกชนจะเข้าไปลงทุนในประเทศกัมพูชานั้น ยังไม่ได้รับรายงานว่ามีผลกระทบ แต่หากดูข้อมูลการจดทะเบียนการค้าในเดือนมกราคม ปี 2554 ซึ่งทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้า แจ้งว่า ยอดผู้ประกอบธุรกิจขอจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่ เป็นนิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนจำกัด และ บริษัทจำกัดทั่วประเทศ มีจำนวนถึง 5,307 ราย ซึ่งถือสถิติสูงสุดในรอบ 99 ปี นับตั้งแต่การก่อตั้งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ตั้งแต่ปี 2455 โดยหากแยกเป็นการจัดตั้งในเขตกรุงเทพมหานครมีจำนวนถึง 2,229 ราย และภูมิภาค 3,078 ราย มีทุนจดทะเบียนทั้งหมด 16,900 ราย ขณะที่การเลิกจดทะเบียนในเดือนมกราคมมีถึง 1237 ราย ลดลง 109 ราย ทำให้ขณะนี้มีจำนวนผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบของส่วนราชการทั้งสิ้น 542,979 ราย

เอกชนไทยวิตก

นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวยอมรับว่า จากสถานการณ์การสู้รบระหว่างไทยและกัมพูชา ทั้งผู้ประกอบการและนักลงทุนไทยมีความวิตกกังวลหากสถานการณ์ขยายวงออกไป และหวังว่าการสู้รบจะอยู่ในกรอบของพื้นที่ชายแดนเท่านั้น และอยากให้ทั้ง 2 ฝ่ายกลับมาเจรจาในฐานะประเทศเพื่อนบ้าน โดยภาพรวมขณะนี้นักลงทุนไทยที่เข้าไปลงทุนในกัมพูชามีความวิตกกังวลและจัดเตรียมแผนฉุกเฉิน หากจะต้องมีการนำคนไทยที่ไปทำงานกัมพูชาเดินทางกลับ

สำหรับผลกระทบตัวเลขทางเศรษฐกิจนั้น นายพยุงศักดิ์ กล่าวว่า ในช่วงบ่ายวันนี้ (7 ก.พ.) จะนำไปหารือในที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ซึ่งการค้าระหว่างไทย-กัมพูชา มีมูลค่าปีละ กว่า 50,000 ล้านบาท และการลงทุนที่นักลงทุนไทยเข้าไปลงทุนในกัมพูชาก็มีมูลค่าอีกหลายหมื่นล้านบาทเช่นเดียวกัน

ด้านนายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า จากผลกระทบการสู้รบของไทยและกัมพูชา ขณะนี้กรมศุลกากรได้มีการปิดด่านเพียงด่านเดียว คือ ด่านช่องจอม จังหวัดสุรินทร์ ส่วนจะมีการปิดด่านอื่น ๆ เพิ่มหรือไม่ คงต้องรอความเห็นของฝ่ายความมั่นคงและทหารว่าจะให้ดำเนินการอย่างไร ส่วนการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา มูลค่าส่วนใหญ่จะอยู่ที่ด่านอรัญประเทศ ซึ่งสถานการณ์ขณะนี้เชื่อว่าน่าจะอยู่ในกรอบของการรบในพื้นที่ชายแดนเท่านั้นและไม่ขยายตัวลุกลามออกไป ส่วนผลกระทบการจัดเก็บภาษีนั้น กรมฯ มีรายได้จากการจัดเก็บไม่มาก เนื่องจากเป็นการค้าขายบริเวณพื้นที่ชายแดนและทั้ง 2 ประเทศมีกรอบข้อตกลงการค้าเสรีร่วมกัน ทำให้มีรายได้จากการจัดเก็บภาษีไม่มาก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้ (7 ก.พ.) ส.อ.ท. และกรมศุลกากรร่วมกันลงนามบันทึกข้อตกลงนำร่องระบบเชื่อมโยงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์เพื่อยกระดับขีดความสามารถให้แก่ผู้ประกอบการของไทย ซึ่งความร่วมมือดังกล่าว มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาการออกใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้าและการรับรองเอกสารต่าง ๆให้เป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ออนไลน์ทั้งหมด เพื่อให้สอดคล้องกับโลจิสติกส์ของไทย ซึ่ง ส.อ.ท.และ กรมศุลกากรตั้งเป้าหมายวางระบบให้เสร็จภายในปี 2558 เพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การค้าภายใต้ข้อตกลงประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน.

อดีตทูตไทยถล่มเขมรดึงนานาชาติเข้ามามีเอี่ยว

 นายสุรพงษ์ ชัยนาม อดีตเอกอัครราชทูตไทยหลายประเทศ กล่าวให้สัมภาษณ์ผ่านสถานีโทรทัศน์ทีวีไทย ถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ส่งจดหมายถึงประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ว่า การกระทำดังกล่าวของกัมพูชาได้พยายามที่จะทำในลักษณะมาโดยตลอด ที่จะพยายามดึงนานาชาติโดยองค์การสหประชาติ สิ่งที่เกิดขึ้นจะส่งผลร้ายแรงต่อเสถียรภาพของภูมิภาคนี้ จากปัญหาที่เกิดขึ้นอาเซียนก็ไม่สามารถเข้ามายุ่งกรณีนี้ได้ถ้าประเทศคู่กรณีแย้งไม่อนุญาต เนื่องจากกฎบัตรของอาเซียนได้มีการกำหนดเอาไว้

        " พฤติกรรมของกัมพูชาในลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นมาหลายครั้งแล้ว และประเทศต่างๆ ก็รับรู้ รับทราบพฤติกรรมของกัมพูชามาโดยตลอด พฤติกรรมของกัมพูชาเป็นที่ปรากฎชัดว่าไม่มีความจริงใจในการเจรจา ที่ผ่านมาการเจรจาของไทยกับกัมพูชานั้น ทางกัมพูชาจะใช้วิธีการคุยเพื่อคุย แต่ไม่ได้เป็นการพูดคุยเพื่อหาทางออก " อดีตทูตไทยกล่าว

 นายสุวรพงษ์ กล่าวต่อว่า ข่าวสารที่ออกมาจากประเทศกัมพูชานั้น ตนอยากจะเตือนประชาชนคนไทยให้ทำความเข้าใจให้มาก เพราะอย่างลืมว่าสื่อของกัมพูชานั้นอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาล ซึ่งแตกต่างจากสื่อในประเทศไทยที่เป็นสื่อเสรีอ และรัฐบาลไม่สามารถควบคุม

"ปณิธาน-ชวนนท์-สรรเสริญ"พร้อมแถลงท่าที

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในเวลา 14.30 น. นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยพ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก และนายชวนนท์   อินทรโกมาลย์สุต  เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จะเปิดแถลงข่าวถึงท่าทีของทางการไทยอย่างเป็นทางการที่ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล หลังมีการปะทะกันของทหารไทยและกัมพูชาระรอกที่ 4 ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนในเวลาประมาณ 16.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาลเช่นเดียวกัน

เหตุปะทะอุบลฯอพยพชาวบ้านกว่า7,000คน    

 เมื่อวันที่ 7 ก.พ. ผู้สื่อข่าวจังหวัดอุบลราชธานีรายงานว่า จากกรณีเหตุปะทะกันระหว่างทหารไทยกับเขมร เมื่อคืนวันที่ 6 ก.พ.ที่ผ่านมา มีชาวบ้านซึ่งอยู่ใกล้ชายแดนที่ อ.น้ำขุ่นและอ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ต้องเร่งออกมาจากพื้นที่อย่างอลหม่าน กว่า 7,000 คน ซึ่งเป็นชาวบ้านจาก ต.ภูผาหมอก อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ชาวบ้านจาก ต.โคกสะอาด ต.ไพบูลย์ ต.ขี้เหล็กต.ตาเกา อ.น้ำขุ่น จ.อุบลฯและชาวบ้านจาก ต. โซง อ.น้ำยืน จ.อุบลฯ

 นายสุรพล สายพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ได้เดินทางพร้อมด้วยเหล่ากาชาดจังหวัดและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านที่อพยพมาอย่างเร่งด่วน โดยตั้งศูนย์อพยพ ซึ่งมีชาวบ้านมาพักพิงที่โรงเรียนน้ำขุ่นวิทยา 6,000 คน โรงเรียนชุมชนบ้านปลาขาว 100 คน วัดบ้านโคกชำแระ 200 คน ที่องค์การบริหารส่วนตำบลโซง อ.น้ำยืน 200 คน และที่ สถานีตำรวจภูธรทุ่งศรีอุดม 500 คน ที่ว่าการอำเภอทุ่งศรีอุดม 100 คน

     ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ที่บริเวณช่องอานม้า ต.โซง อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นจุดผ่อนปรน เพื่อแลกเปลี่ยนซื้อขายสินค้าระหว่างคนไทยกัยเขมร ได้ถูกสั่งปิดโดยไม่มีกำหนด และยังคงมีกำลังทหารจากกรมทหารราบที่ 6 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ เข้าตรึงกำลังเต็มพื้นที่ตลอดแนวชายแดน

ชาวบ้านเดือนร้อนหนักบอกจะรบก็รบกันไปเลย

 เมื่อเวลา 11.27 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีชาวบ้านบางส่วนยังไม่ได้รับประทานอาหารตั้งแต่เมื่อคืน และส่วนใหญ่ต้องการความชัดเจนของรัฐบาลและหทารไทยถ้าจะรบกันก็ให้มันรู้เรื่องไปเลย และตอนนี้มีกระแสข่าวลือจากปากต่อปากแพร่กระจายเข้ามาที่ศูนย์อพยพกันทรลักษณ์ว่า ศูนย์อพยพเป็นพิกัดที่ทหารกัมพูชาต้องจะยิงถล่มศูนย์อพยพ ทำให้ชาวบ้านต่างพากันหวาดกลัวตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงช่วงสายของวันนี้

 ล่าสุด  11.32 น.ยังมีการเสียงปืนดังขึ้นเป็นระยะๆ ส่วนยอดทหารที่ได้รับบาดเจ็บ ณ ขณะนี้ มีทหารเข้ารักษาตัวอยู่ รพ.กันทรลักษณ์ เพิ่มขึ้น 4 คน เป็น 19 นายจาก จำนวน 15 นาย ทั้งนี้ทหารส่วนใหญ่ที่เข้ารักษาตัวอยู่ที่ รพ.กันทรลักษณ์  ส่วนใหญ่บาดเจ็บเล็กน้อยและอาการปลอดภัยแล้ว มี 1 นายบาดเจ็บสาหัส ถูกสะเก็ดระเบิดเข้าที่ศรีษะ

 ชาวบ้านที่ศูนย์ฯ กล่าวว่า รู้สึกหวาดกลัวมาก อยากหนี  ไม่อยากอยูที่นี่ มันไม่สะดวกในการอาบน้ำ การขับถ่าย อยากย้ายไปอยู่ที่อื่น และเป็นห่วงบ้าน เป็นห่วงสัตว์เลี้ยง อยากกลับบ้านไปให้อาหารสัตว์เลี้ยง และต้องการให้เหตุการณ์สงบภายในวัน 2 -3 วัน นี้ ต้องการให้รัฐบาลและทหารจะทำอะไรก็รีบทำ ถ้าจะรบก็รบกันไปเลย เพราะตอนนี้ชาวบ้านเดือดร้อนมาก

 ชาวบ้านอีกราย กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า เมื่อวาน (6 ก.พ.) รู้สึกเป็นห่วงบ้านมากจึงกลับไปบ้าน เพราะคิดว่าเหตุการณ์สงบแล้ว แต่พอเมื่อคืนพอได้ยินเสียงปืนดังขึ้นอีกครั้ง ก็รีบเก็บข้าวเก็บของออกมา ทำให้ลืมหลานไว้ที่บ้านจึงต้องรีบไปนำหลานออกมา และคิดถึงบ้านมากนอนก็ไม่หลับ  หลับๆ ตื่น ๆ  น้ำตาไหลท้้งคืน หูมันได้ยินเสียงอยู่ตลอดเวลา มันหวาดผวา

 เมื่อเวลา 11.40  น.จำนวนของคนที่อยู่ในศูนย์ฯ เบื้องต้นมี 15,000 คน กระจายอยู่ ไปในศูนย์ฯต่างๆจำนวน 21 จุด จำนวน  5 อำเภอ ทั้งนี้ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่นำเต้นมาจัดเตรียมเต้นท์ไว้รองรับผู้อพยพ  ส่วนเรื่องของทั้งอาหาร น้ำดื่ม นั้น ทางศูนย์ฯได้ตั้งโต๊ะ รับบริจาค อาหาร และ เงิน  ส่วนสิ่งของที่มีประชาชนนำมาบริจาคขณะนี้ส่วนใหญ่เป็นอาหารสำเร็จรูป เสื้อผ้า ซึ่งทางเจ้าหน้าที่เร่งจัดสิ่งของ เพื่อกระจายสิ่งของไปให้ประชาชนที่อยู่ตามศูนย์อพยพต่างๆ