ข่าว

'เทือก'เชื่อไทย-เขมรยังเจรจากันได้

'เทือก'เชื่อไทย-เขมรยังเจรจากันได้

07 ก.พ. 2554

“รองนายกฯมั่นคง”รับวิเคราะห์ยากเหตุปะทะ“ไทย-เขมร” เชื่อยังเจรจากันได้ วอนสื่อเผยแพร่ข่าวระวังจะเผยไต๋ให้ฝ่ายตรงกันข้ามรู้ ยัน “ไทย”ไม่ขาดทุน- ไม่เสียเปรียบ “เขมร” ปัด “ปราสาทพระวิหารไทย” ถูกยึด ติง “ข่าวลือ” ทำให้เป็นปัญหา ย้ำ ช่วยเหลือ “ปชช.ชายแดน” เต็

(7ก.พ.) นายสุทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง กล่าวถึงเหตุการณ์ปะทะกันบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งล่าสุดเป็นครั้งที่ 3 เมื่อคืนวานนี้ ว่า ไม่สามารถวิเคราะห์สาเหตุถึงการปะทะกันในรอบที่ 3 หลังจากที่ทางกองทัพทั้ง 2 ฝ่ายได้ตกลงหยุดยิงกันแล้ว ต้องค่อย ๆ ดูกันไป

 ผู้สื่อข่าวถามว่า  ในการเจรจาของนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศกับนายฮอร์ นัม ฮง รองนายกฯและรมว.ต่างประเทศกัมพูชา มีปัญหาอะไรหรือไม่ เพราะในทางการทูตจะไม่ทำกันอย่างนี้โดยเฉพาะการเปิดยิงกันไล่หลังการเจรจา  รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง  กล่าวว่า  เรื่องนี้วิเคราะห์ยากจริง ๆ  แต่ใจว่าในกัมพูชาเองก็คงจะมีคนหลากหลายความคิดเหมือนกัน 

 ผู้สื่อข่าวถามว่า  เมื่อเกิดเหตุเช่นนี้แล้ว ขั้นตอนต่อไปเราจะทำอย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า ตนยืนยันว่า โดยหลักที่รัฐบาลยึดถืออยู่คือการแก้ไขปัญหาพรมแดนจะใช้การเจรจาของ 2 ประเทศ และพร้อมที่จะดำเนินการตลอดแนว ขึ้นอยู่กับฝ่ายกัมพูชามีความพร้อมเมื่อไหร่ เราไม่ต้องการให้มีกรณีพิพาทกันระหว่าง 2 ประเทศที่เป็นเพื่อนบ้านกันและยังหวังว่าการเจรจาระหว่าง 2 ประเทศยังทำได้อยู่

 ผู้สื่อข่าวถามว่า สาเหตุหนึ่งเป็นเพราะรัฐสภาของไทยยังไม่ผ่านการให้ความเห็นชอบ กรอบเจรจาเจรบีซีหรือไม่  รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง  กล่าวว่า  ตนคิดว่าคงไม่เกี่ยวกับเรื่องนั้น แต่ว่าสภาพกดดันมันเกิดขึ้นทั้ง 2 ประเทศ วันนี้มีข่าวอะไรที่กัมพูชาคนไทยก็ได้รู้ ได้เห็น หรือมีข่าวอะไรที่ประเทศไทย คนกัมพูชาก็ได้ยินได้ฟัง เพราะฉะนั้นมันก็มีอารมณ์ มีความกดดันกัน ขณะนี้มีคนที่ถนัดใช้อารมณ์กันเยอะ มันเลยทำให้มีปัญหา

 ผู้สื่อข่าวถามถึงข่าวที่ว่า มีทหารกัมพูชาเข้ามายึดบางปราสาทในพื้นที่เราได้ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นายสุเทพ  กล่าวว่า ไม่เป็นความจริง ตนว่าที่อันตรายที่สุดก็คือข่าวลือนี่แหล่ะ เอาข่าวลือมาพูดกันเป็นตุ เป็นตะแล้วก็มาขยายผล แล้วก็เกิดความโกรธเคือง เกิดความกดดัน และทำให้เกิดปัญหา ตนคิดว่าดีที่สุดก็คือฟังคำแถลงของโฆษกกองทัพบก ซึ่งชี้แจงตามข้อเท็จจริง

  ผู้สื่อข่าวถามว่า  ที่ผ่านมาการแถลงของโฆษกกองทัพบกก็ยังไม่แม่นอย่างเช่นคนเจ็บ คนตาย หรือคนเจ็บ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง   กล่าวว่า ตนติดตามอยู่ในเรื่องคนถูกจับไม่ใช่เรื่องที่กองทัพบกแถลง แต่มีคนพูดกันไปเอง แต่ความจริงไม่ได้ถูกจับ

 ผู้สื่อข่าวถามว่า  มีการรายงานจากทางกัมพูชาว่ามีทหารไทยถูกจับไปจริง  และกำลังจะถูกนำไปขึ้นศาล นายสุเทพ  กล่าวว่า ยังไม่ทราบข้อมูลอย่างนั้น ยังไม่มีรายงานอย่างนั้นเลย

 “ ผมถึงกังวลว่าในสถานการณ์ที่เกิดเหตุระหว่างประเทศ ถ้าเราไปเอาข่าวลือกันมาเป็นเรื่อง เป็นราว เราก็จะวุ่นวายกันมาก การเสนอข่าวของเราก็ต้องระมัดระวัง ผมเห็นการเสนอข่าวของสื่อบางประเภท บอกชัดเลยว่าพิกัดอยู่ตรงนั้น ตรงนี้ กระสุนมาตกตรงนั้น ตรงนี้ เหมือนกับช่วยบอกฝ่ายโน้นด้วยว่ายิงพลาดเป้าไป ขยับมาอีกหน่อยก็ได้ มันก็เกินไป ไม่ต้องสื่อไปขนาดนั้นก็ได้” รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง   กล่าว

 ผู้สื่อข่าวถามว่า จุดที่มีปัญหานี้ เราจะต้องปิดด่านชั่วคราวหรือไม่  รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง  กล่าวว่า ถ้าจำเป็นทางฝ่ายกองทัพก็จะเสนอมา แต่ทั้งหมดการจะตัดสินอะไรก็ต้องคำนึงถึงพี่น้องประชาชนที่อยู่บริเวณชายแดนเป็นสำคัญ ถ้าเห็นว่าจะไม่ปลอดภัย จะเป็นปัญหาเราก็ต้องป้องกันไว้ก่อน ต้องสั่งอพยพ สั่งปิดชายแดน

 ผู้สื่อข่าวถามว่า  สถานการณ์ที่เกิดขึ้นขณะนี้มองว่าเป็นสงครามสู้รบได้หรือยัง  นายสุเทพ  กล่าวว่า อย่าไปถึงขนาดนั้นเลย เอาเป็นว่ามันมีอุบัติเหตุ มีการปะทะเกิดขึ้น และเมื่อมีการปะทะเกิดขึ้น ฝ่ายเราก็ยืนยันว่าเราไม่ไปรุกรานเขา และเป็นหน้าที่เราที่ต้องดูแลอธิปไตยของเรา ซึ่งที่ผ่านมากองทัพไทยเราก็ทำหน้าที่ได้ดี สมศักดิ์ศรี

 “ สิ่งที่ผมกังวลใจก็คือ พวกเราคาดคั้นอยากจะรู้ว่าฝ่ายเราเจ็บเท่าไหร่ ตายเท่าไหร่ ฝ่ายโน้นเป็นอย่างไร เจ็บเท่าไหร่ ตายเท่าไหร่ เสียหายเท่าไหร่ ซึ่งการพูดถึงผลเสียหายนี้มันก็ทำให้เกิดความกดดันกับบรรดาเจ้าหน้าที่ทหารทั้ง 2 ฝ่ายที่อยู่ในประเทศ เหมือนกับว่าถ้าเราขาดทุนหน่อยก็ต้องเอาคืน หรือเขาขาดทุนเขาก็ต้องเอาคืน ซึ่งมันก็ทำยาก ” นายสุเทพ กล่าว

 ผู้สื่อข่าวถามว่า จะแก้ปัญหาอย่างไรไม่ให้ปัญหาบานปลายไปสู่สงคราม รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ก็พยายามอยู่ สื่อก็อย่ายุมาก และคนที่กระตือรือร้น กระหายอยากให้มีสงคราม ก็เห็นแล้วว่าเวลาเกิดการรบจริงไม่ได้มีประโยชน์กับใครเลย มีคนเจ็บ ตาย ทั้งที่เป็นทหารและลูกหลานเราเอง ฝ่ายเขมรก็เหมือนกันก็มีคนเจ็บ คนตายเหมือนกัน ก็ขาดทุนกันทั้ง 2 ฝ่าย

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ข้อตกลงหยุดยิงก่อนหน้านี้ถือว่าไม่เป็นผลใช่หรือไม่  ถึงได้มีการปะทะรอบ 3  นายสุเทพ  กล่าวว่า  เราต้องพยายามกันไปเรื่อย พอเกิดเรื่องแล้ว จะให้หยุดเหมือนเปิดปิดสวิตส์ไฟคงไม่ได้ แต่เราต้องไม่ละความพยายามที่จะให้เกิดความสงบ

 ผู้สื่อข่าวถามถึงความพยายามที่จะเรียกร้องให้อาเซียนเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ยปัญหานี้  รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ตนคิดว่ายังอยู่ในวิสัยที่ 2 ประเทศสามารถพูดคุยกันได้ รัฐบาลยังมองว่าการเจรจาเป็นหนทางการแก้ปัญหาที่ดีที่สุด เมื่อถามถึงการให้สัมภาษณ์ของพล.อ.เตียห์ บัน ที่ระบุว่าการเจรจาของฝ่ายไทย ทางกัมพูชาไม่สามารถทำตามข้อเสนอได้ และบอกว่าฝ่ายไทยไม่มีความจริงใจ นายสุเทพ กล่าวว่า ความจริงพล.อ.เตียห์ บัน พูดมากกว่านั้นอีก โดยเฉพาะที่บอกว่ามีบางพวกที่อยากให้เกิดการพุ่งรบกัน ก็น่าเบื่อหน่ายพวกที่ยุยง ปลุกปั่น ซึ่งพล.อ.เตียห์ บันอยากให้มีการเจรจาที่สามารถยุติสงครามได้ทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งตนก็ฟังและก็รู้ว่าพล.อ.เตียห์ บัน ก็ปรารถนาดีที่จะให้มีความสงบสุข

 ผู้สื่อข่าวถามว่า  พล.อ.เตียห์ บัน ระบุว่า เหตุปะทะกันมาจากเหตุสุดวิสัย รองนายกฯ กล่าวว่า ตนถึงบอกว่าอย่าเพิ่งไปพูดกันว่าใครเริ่มก่อน เริ่มหลัง ประเด็นเฉพาะหน้าขณะนี้คือทำอย่างไรให้หยุดยิงกันได้ ทำอย่างไรให้กลับสู่ความสงบได้ เมื่อถามว่าปัญหาขณะนี้คือฝ่ายกัมพูชา ยังไม่ยอมหยุดยิงอย่างเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาก็ยังมีอยู่ นายสุเทพ กล่าวว่า มันมีความกดดันทั้ง 2 ฝ่าย และคนเวลามีเรื่องกันก็ระแวง ระวังกัน ลาดตะเวนไปเจอกันก็ยิงกัน มันไม่ไว้ใจกันอยู่แล้ว ก็ต้องใจเย็น ๆ อย่าไปกดดันเขามาก  ผู้สื่อข่าวบอกว่า ไม่มีใครกดดันใครหรอก นายสุเทพ กล่าวย้อนถามว่า “จริงหรือ ไปทบทวนดูใหม่ ในส่วนของรัฐบาลพยายามทำให้เกิดความชัดเจนอยู่”

 ผู้สื่อข่าวถามว่า  ฝ่ายกัมพูชายิงมาที่ฝ่ายพลเรือนในที่ชุมชนของเรา แต่เวลาตอบโต้เรายิงไปที่ฝ่ายทหารเขา  รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง  กล่าวว่า อย่าไปกล่าวหาอย่างนั้นเลย เวลายิงกันมันไม่รู้หรอกว่าจะไปถูกตรงไหนบ้าง แต่ฝ่ายไทยพยายามอย่างยิ่งว่า กระสุนของเราต้องพุ่งเป้าไปที่ที่ตั้งของฝ่ายทหารของเขาอยู่แล้ว

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ปกติในพื้นที่ก็ต้องมีพิกัดอยู่แล้ว ซึ่งก็น่าจะทราบดีว่าทหารอยู่จุดไหน หรือชุมชนอยู่จุดไหน  รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า “ นี่ไง เราตั้งป้อมที่จะมีเจตนาร้ายกับเขาอยู่เรื่อย เข้าใจไปในทางร้ายอยู่เรื่อย”

 ผู้สื่อข่าวถามว่า  ลักษณะเหมือนกับว่าเราพยายามทำดี พยายามเจรจาหลายรอบ คุยกับแม่ทัพก็แล้ว คุยกับระดับรัฐมนตรีต่างประเทศก็แล้ว แต่ทุกครั้งทางกัมพูชาก็มักจะลอบกัด ยิงใส่เราตลอด นายสุเทพ  กล่าวว่า  “นี่พวกเรามีอารมณ์กันมากเลยนะ ไปดื่มน้ำสักแก้วก่อนดีมั๊ย แบบนี้แหล่ะ ถ้าเราช่วยกันเติมเชื้ออย่างนี้ พวกคุณก็มีอารมณ์ เสนอข่าว คนไทยฟังแล้วก็เร่าร้อน สงครามก็เกิด” รองนายกฯ กล่าว

 ผู้สื่อข่าวถามว่า  แต่ฝ่ายกัมพูชาก็ยั่วยุมาตลอด  ขณะที่ฝ่ายไทยก็ยังนิ่งเฉยอยู่ไม่ค่อยตอบโต้ ทำให้มองเหมือนว่าเราเสียเปรียบเขาอยู่ตลอดเวลา  รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง  กล่าวว่า ไม่เสียเปรียบเลย เมื่อถามว่าเห็นได้ชัดเจนว่าพอเกิดเหตุทางกัมพูชาก็รับไปร้องต่อยูเอ็นทันที แต่ของไทยวันนี้เพิ่งจะมาบอกว่าจะประชุมกันก่อนว่าจะร้องไปยูเอ็นหรือไม่  ทำให้ดูเหมือนว่าตามเขาอยู่ตลอด รองนายกฯ กล่าวว่า มันไม่ใช่การวิ่ง 100 เมตรที่จะต้องแข่งกันเป็นวินาที ก็มีเวลาที่จะทำงานได้ ยืนยันว่าเราไม่เสียเปรียบหรอก

 “ เชื่อผมเถอะ เราไม่ได้ขาดทุน ไม่ได้เสียเปรียบอะไร เราก็ดูแลปกป้องอธิปไตยของประเทศ ดูแลศักดิ์ศรีของประเทศไทยให้ดีที่สุด ทุกฝ่ายก็ทำหน้าที่ตัวเอง ปัญหาคือหากพวกเรากดดันกันมาก ๆ คนที่ทำหน้าที่เขาก็จะรน และระส่ำระสาย ดังนั้นผมยืนยันอีกครั้งว่าตั้งแต่เกิดเหตุมา ประเทศไม่เสียเปรียบเลย และในการปฏิบัติการรบประเทศไทยก็ไม่เสียเปรียบเลย แต่เราจะไปพูดให้มันมีผลทำให้เหตุการณ์บานปลายขึ้นมาไม่ได้ รัฐบาลไม่ต้องการให้เกิดความเสียหาย หรือเกิดการปะทะขึ้น รัฐบาลถึงพยายามเรียกร้องว่าให้ใจเย็นกันหน่อย ค่อย ๆ พูดจากัน เป็นประเทศเพื่อนบ้านกันต้องอยู่กันด้วยสันติ ผมพูดทุกวัน นายกฯ พูดทุกวัน”นายสุเทพ กล่าว

 นายสุเทพ กล่าวว่า พวกเราก็เห็นอยู่แล้วว่าเมื่อเกิดเหตุปะทะกัน พี่น้องประชาชนก็เดือดร้อน ต้องอพยพมาอยู่ในที่ปลอดภัย ซึ่งเมื่อวานก็ได้ประสานกับทางผู้ว่าราชการจังหวัดว่า ขอให้ความมั่นใจกับประชาชนที่บ้านเรือนเสียหายว่ารัฐบาลจะสร้างให้ใหม่ทั้งหมด หรือที่เสียหายบางส่วนก็จะซ่อมให้ใหม่  ตนจะอาสารับหาเงินบริจาคช่วยเขาเอง ขอให้เขามีกำลังใจ

 ผู้สื่อข่าวถามว่า อะไรที่ทำให้มั่นใจว่าเราไม่ได้เสียเปรียบกัมพูชา  รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า เพราะตนทราบว่าเกิดอะไรขึ้น อย่างไร และก็เห็นอยู่ ตนก็ติดตามสถานการณ์ และก็ว่าไปตามสถานการณ์จริง โดยไม่ฟังข่าวลือ เมื่อถามว่า ได้กำชับเจ้าหน้าที่ดูแลประชาชนในบริเวณที่เกิดเหตุอย่างไร รองนายกฯ กล่าวว่า คงไม่ต้องกำชับ เพราะทางกระทรวงมหาดไทยและผู้ว่าราชการจังหวัด เขาทำได้ดี และยังมีประชาชนในจังหวัดอื่น ๆ มีน้ำใจให้ความช่วยเหลือด้วย และนี่คือสิ่งที่เราต้องกังวล ตนถึงบอกว่าเราต้องคำนึงถึงประชาชนที่อยู่ชายแดนให้มาก เพราะพอมีสงครามเขาก็เดือดร้อน

 ผู้สื่อข่าวถามว่า การตอบโต้ด้วยการปิดด่านชายแดน จะช่วยกดดันกัมพูชาได้หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า เอาเป็นว่าเป็นการกระทำเพื่อแก้ปัญหาก็แล้วกัน เราทำเพราะเราเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของประชาชนคนไทย

 ผู้สื่อข่าวถามถึง­ข่าวว่ามีการยิงจากฝั่งไทย ทำให้ปราสาทพระวิหารเสียหายบางส่วนแล้ว ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร  รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง  กล่าวว่า ยังไม่มีรายงาน และทางทหารไทยก็ระมัดระวังที่จะไม่ให้กระสุนไปถูกปราสาทพระวิหารอยู่แล้ว

 ผู้สื่อข่าวถามว่า  มีรายงานล่าสุดเกี่ยวกับความเสียหายอย่างไรบ้าง นายสุเทพ  กล่าวว่า ก็มีการรายงานตามปกติ และตนก็รับทราบและเห็นว่าทางกองทัพได้ทำหน้าที่อย่างดีที่สุดแล้ว ซึ่งที่ผ่านมานอกจากฟังรายงานข่าวแล้ว ตนยังได้โทรศัพท์โดยตรงถึงผบ.ทบ. และแม่ทัพภาคที่ 2 ตลอดเวลา ซึ่งการเจรจาขณะนี้มีการทำกันทุกระดับ

 ผู้สื่อข่าวถามว่า  เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จะต้องถึงขั้นลดระดับความสัมพันธ์กับกัมพูชาหรือยัง รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง   กล่าวว่า ยังไม่ต้องถึงขั้นนั้น มันเป็นเรื่องที่เราต้องช่วยกันคลี่คลาย ไม่ใช่ไปขยายผล 

 รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ตนยอมรับว่าด้านการข่าวของเขามีประสิทธิภาพมากกว่าเรา มีการนำผู้สื่อข่าวต่างประเทศมาถ่ายตอนปะทะกัน ซึ่งเขาก็ต้องพยายามรักษาภาพพจน์ หน้าตาเขา ซึ่งเป็นปกติ แต่เราอย่าไปโกรธเขาเลย เราก็ทำของเราให้ดีก็แล้วกัน