
ทัพภาค2สั่งปิดด่านช่องจอม-โอเสม็ด
กองทัพภาค 2 สั่งปิดด่าน ช่องจอม-โอเสม็ด ชั่วคราวอย่างไม่มีกำหนด พร้อมประสานผจก.ตลาดการค้าชายแดนช่องจอม เร่งประสานชาวไทยที่ตกค้างในบ่อนคาสิโน กลับเข้าไทยโดยเร็ว
(7ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ชายแดนด้าน จ.สุรินทร์ หลังเกิดเหตุปะทะกันระหว่างทหารไทยและกัมพูชาเมื่อวานนี้ที่ผ่านมา ส่งผลให้กองทัพภาคที่ 2 ประกาศสั่งปิดจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม-โอเสม็ดและตลาดการค้าชายแดนช่องจอมในฝั่งไทย ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ลงชั่วคราว โดยไม่มีกำหนด จนกว่าสถานการณ์กลับมาสู่ภาวะปกติ พร้อมทั้งยังประสานกับนายพัฒนา ชื่นยง ผู้จัดการตลาดการค้าชายแดนช่องจอม ให้ประชาสัมพันธ์กับ บรรดาพ่อค้า-แม่ค้าชาวกัมพูชาทั้งหมด ปิดร้าน เก็บสิ่งของกลับเข้าไปในประเทศกัมพูชาโดยเร็วที่สุด เพื่อความปลอดภัย ขณะเดียวกัน ได้ประสานให้ชาวไทยที่ตกค้างในบ่อนกาสิโน ฝั่งกัมพูชา เดินทางกลับเข้ามาในประเทศทั้งหมดเช่นเดียวกันอีกด้วย ส่งผลให้ บรรยากาศที่จุดผ่านแดนถาวรช่องจอมเงียบเหงาอย่างมาก แต่ยังคงมี เจ้าหน้าที่ทั้งตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง ทั้ง 2 ประเทศ คอยดูและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนของตนเองเดินทางกลับ
ขณะที่ชายแดนด้านปราสาทตาเมือนธม และปราสาทตาควาย อ.พนมดงรัก เจ้าหน้าที่ทหารพราน ของ กรมทหารพรานที่ 26 กองกำลังสุรนารี ยังคงตรึงกำลังพร้อมปฏิบัติ งาน 100 % และยังคงต้องเฝ้าจับตาความเคลื่อนไหวของทหารกัมพูชา ที่ตรึงกำลังอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างใกล้ชิด
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทยและกัมพูชา ว่า เหตุยิงปะทะระหว่างไทยและกัมพูชา วิเคราะห์ยากมากว่าเกิดจากสาเหตุอะไร ดีที่สุด คือ รอฟังคำแถลงข้อเท็จจริงจาก พล.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก เชื่อทั้ง 2 ประเทศ ยังเจรจากันได้ ยังไม่ต้องให้เลขาธิการอาเซียน เข้ามาช่วยเจรขจา
ด้านนายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังนายกรัฐมนตรี ฮุนเซ็น ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเข้ามาแทรกแซงสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างกัมพูชาและไทยว่า ก่อนหน้านี้เราได้ชี้แจงไปยังคณะมนตรีความมั่นคงฯแล้ว แต่หากทางกัมพูชาร้องเรียนไปอีก เราก็พร้อมชี้แจงเพิ่มเติม
นายปณิธานกล่าวต่อไปว่า ตามปกติแล้วการนำเรื่องใดๆเข้าสู่ที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงนั้น ต้องขึ้นอยู่กับความเห็นของสมาชิกถาวรและสมาชิกหมุนเวียน หมายความว่าสมาชิกทั้งหมดต้องให้ความเห็นก่อน ถ้าอะไรที่เกี่ยวกับเรา เราก็จะทำความเข้าใจก่อน อย่างเช่นตอนที่มีการชี้แจงกับทูตเมื่อไม่กี่วันก่อน ถัดมาหากทางคณะมนตรีคว่ามมั่นคงต้องการนัดเปิดประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องนี้จริง เราก็เตรียมคนชี้แจงอยู่แล้ว ส่วนการที่คณะมนตรีความมั่นคงจะมีมติใดๆออกมาก็ต้องมีการลงมติซึ่งมีขั้นตอนที่ซับซ้อน ประเทศสมาชิกก็มีสิทธิวีโต้หากไม่รับ หรือไม่เห็นด้วย
"ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการประเมินสถานการณ์โดยไม่มีมติผูกมัด ถ้าจะผูกมัด เช่น กรณีในบางประเทศต้องการจะผูกมัดด้วยการส่งกองกำลังเข้าไป ก็จะต้องมีสมาชิกจาก 5 ประเทศหลักเห็นด้วย เป็นต้น ซึ่งการเปิดประชุมเรื่องใด หรือจะยกเรื่องใดเป็นเรื่องหลัก มันต้องมีความร้ายแรง อย่างตอนนี้ก็มีกรณีที่เกิดขึ้นที่อิยิปต์ หรือตูนิเซีย เพราะฉะนั้นเรื่องของไทยกับกัมพูชามันต้องไปตามขั้นตอน ถ้าเขาร้องไปเราก็มีหน้าที่ไปชี้แจงเพิ่มก็เท่านั้น" นายปณิธานกล่าว



